Technical SEO

Visual AIO วิธีตั้งชื่อไฟล์รูปและเขียน Alt Text ให้ AI ดึงไปแสดงผล

วิธีเขียน Alt Text สำหรับ AI และตั้งชื่อไฟล์รูปให้ระบบค้นหาเข้าใจ ตั้งแต่สูตรเขียนทีละประเภทรูป ข้อความรอบรูป ไปจนถึงลำดับงานไล่ตรวจทั้งเว็บ

ทีม NOAH · เผยแพร่ 20 กันยายน 2569 · อัปเดต 20 กันยายน 2569 · อ่าน 14 นาที

ภาพประกอบแนวคิดปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้อธิบายการอ่านรูปภาพของระบบค้นหา

สรุปสั้น

  • Alt Text สำหรับ AI ต้องบรรยายสิ่งที่อยู่ในรูปจริงพร้อมบริบทที่ระบบเดาเองไม่ได้ เช่น ชื่อรุ่น วัสดุ หรือสถานที่ ไม่ใช่การยัดคีย์เวิร์ดลงไปแทนคำบรรยาย เพราะระบบมองเห็นวัตถุในรูปได้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่ารูปนั้นคือสินค้าตัวไหนของใคร
  • ชื่อไฟล์รูปคือคำใบ้แรกที่ระบบอ่านก่อนเปิดไฟล์ ควรใช้ตัวอักษรอังกฤษพิมพ์เล็กคั่นด้วยขีดกลาง ยาวประมาณ 3-6 คำ และสะท้อนสิ่งที่อยู่ในรูป เช่น sofa-fabric-grey-3seat.jpg แทน IMG_4821.jpg
  • ความยาว alt text ที่ใช้งานได้จริงอยู่ที่ประมาณ 60-125 ตัวอักษร บรรยายวัตถุหลัก บริบท และรายละเอียดที่ช่วยแยกรูปนี้ออกจากรูปอื่นในหน้าเดียวกัน ถ้ายาวเกินกว่านั้นมักแปลว่ากำลังเขียนแคปชันซ้ำโดยไม่จำเป็น
  • ข้อความรอบรูป ได้แก่ หัวข้อที่อยู่เหนือรูป ย่อหน้าก่อนหลัง และแคปชัน มีน้ำหนักในการบอกบริบทไม่น้อยกว่า alt text เพราะระบบใช้ทั้งชุดประกอบกันเพื่อตัดสินว่ารูปนี้ตอบคำถามอะไรได้
  • รูปตกแต่งที่ไม่มีความหมายกับเนื้อหาควรใส่ alt เป็นค่าว่าง ไม่ใช่เขียนคำอธิบายเพิ่ม เพราะการใส่ข้อความให้ทุกรูปโดยไม่เลือกทำให้บริบทของหน้าเจือจางและรบกวนผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ

ร้านเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์แห่งหนึ่งอัปโหลดรูปสินค้าขึ้นเว็บเดือนละสองร้อยกว่ารูป ทุกรูปถ่ายสวย แสงดี ตัดพื้นหลังเรียบร้อย แต่ชื่อไฟล์เป็น IMG_4821.jpg บ้าง final-final-2.png บ้าง และช่อง alt text ว่างเปล่าทั้งหมดเพราะทีมที่อัปโหลดไม่เคยรู้ว่าช่องนั้นมีไว้ทำอะไร พอมีคนถามผู้ช่วย AI ว่าโซฟาผ้าสามที่นั่งสีเทาสำหรับคอนโดควรเลือกแบบไหน ชื่อร้านนี้ไม่เคยถูกหยิบไปพูดถึง ทั้งที่มีสินค้าตรงสเปกอยู่ในสต็อก

ปัญหาแบบนี้ไม่ได้แก้ด้วยการถ่ายรูปให้สวยขึ้น แต่แก้ด้วยการทำให้ข้อมูลรอบ ๆ รูปอ่านออก บทความนี้จะลงรายละเอียดเรื่อง Alt Text สำหรับ AI ตั้งแต่หลักการตั้งชื่อไฟล์ สูตรเขียน alt ทีละประเภทรูป ข้อความรอบรูปที่ต้องเขียนคู่กัน เรื่องไฟล์และขนาดที่ทำให้รูปถูกเก็บเข้าระบบ ไปจนถึงลำดับงานไล่ตรวจรูปทั้งเว็บที่ทำซ้ำได้ทุกเดือน ถ้าต้องการภาพรวมของการทำให้รูป วิดีโอ และเสียงถูกหยิบไปใช้ทั้งชุด อ่านคู่กับ Visual AIO ได้

Alt Text สำหรับ AI คืออะไร และต่างจาก alt text แบบเดิมตรงไหน

Alt Text สำหรับ AI คืออะไร

Alt Text สำหรับ AI คือคำบรรยายรูปที่เขียนให้ทั้งคนที่ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอและระบบ AI เข้าใจว่ารูปนี้คืออะไรในบริบทของหน้านั้น ต่างจาก alt text แบบเดิมตรงที่ไม่ได้หยุดแค่บอกว่าเห็นอะไรในรูป แต่เพิ่มบริบทที่ระบบมองภาพเองไม่ได้ เช่น ชื่อรุ่น วัสดุ ขนาด สถานที่ หรือขั้นตอนที่รูปกำลังแสดง เพราะโมเดลปัจจุบันจำแนกวัตถุในรูปได้เองอยู่แล้ว สิ่งที่มันขาดคือข้อมูลเฉพาะที่มีแต่เจ้าของเนื้อหาเท่านั้นที่รู้

สมัยก่อน alt text ถูกมองเป็นงานเสริมด้าน accessibility และเป็นช่องให้ใส่คีย์เวิร์ด พอระบบค้นหายังอ่านรูปไม่ออก การเขียนว่า โซฟา โซฟาราคาถูก โซฟากรุงเทพ จึงพอได้ผลอยู่พักหนึ่ง ปัจจุบันโมเดลที่ใช้ในระบบค้นหาแยกได้เองว่าในรูปมีโซฟา มีโคมไฟ และมีพื้นไม้ การเขียนคำซ้ำจึงไม่เพิ่มข้อมูลอะไรเลย แต่กลับทำให้ระบบเห็นว่าข้อความไม่ตรงกับภาพ

สิ่งที่เปลี่ยนคือหน้าที่ของ alt text ย้ายจากการบอกว่ามีอะไรอยู่ในรูป ไปเป็นการยืนยันว่ารูปนี้เกี่ยวกับอะไรในเนื้อหาชิ้นนี้ ตัวอย่างสมมติของร้านเฟอร์นิเจอร์ ถ้ารูปคือโซฟาสามที่นั่งหุ้มผ้าสีเทาที่จัดในห้องตัวอย่างขนาด 32 ตารางเมตร คำบรรยายที่มีประโยชน์คือข้อมูลชุดนี้ ไม่ใช่คำว่าโซฟาสวยราคาดี ซึ่งเป็นข้อความที่วางกับรูปไหนก็ได้

  • เขียนสิ่งที่เห็นจริงในรูปก่อน แล้วจึงเติมบริบทที่มองจากภาพอย่างเดียวไม่รู้ เช่น รุ่น วัสดุ หรือขั้นตอนที่กำลังทำ
  • ใช้คำเดียวกับที่ใช้ในเนื้อหาของหน้า เพื่อให้ alt text กับย่อหน้ารอบรูปยืนยันกันเอง ไม่ใช่พูดกันคนละเรื่อง
  • หลีกเลี่ยงการขึ้นต้นด้วยคำว่า รูปภาพของ หรือ ภาพแสดง เพราะระบบรู้อยู่แล้วว่านี่คือรูป ทำให้เสียพื้นที่ต้นประโยคไปเปล่า ๆ
  • รูปเดียวกันที่ถูกใช้คนละหน้าควรมี alt text คนละแบบตามบริบทของหน้านั้น ไม่ใช่ก็อปข้อความเดิมไปใช้ซ้ำ
  • ถ้ารูปมีข้อความสำคัญอยู่ในภาพ เช่น ตัวเลขบนแผนภูมิ ต้องถอดสาระนั้นออกมาไว้ในเนื้อหาด้วย ไม่ใช่ฝากไว้กับ alt อย่างเดียว

ตั้งชื่อไฟล์รูปอย่างไรให้เป็นคำใบ้แรกของบริบท

ชื่อไฟล์คือข้อมูลชุดแรกที่ระบบเห็นก่อนจะประมวลผลตัวภาพ หลักที่ใช้ได้กับเว็บไทยทุกประเภทคือใช้ตัวอักษรอังกฤษพิมพ์เล็ก คั่นคำด้วยขีดกลาง ยาวประมาณ 3-6 คำ และบรรยายสิ่งที่อยู่ในรูปจริงเรียงจากสิ่งที่กว้างที่สุดไปแคบที่สุด เช่น sofa-fabric-grey-3seat.jpg

เหตุผลที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในชื่อไฟล์ไม่ใช่เพราะภาษาไทยด้อยกว่า แต่เพราะชื่อไฟล์ภาษาไทยจะถูกแปลงเป็นรหัสยาว ๆ เวลาอยู่ใน URL ทำให้ลิงก์รูปอ่านไม่ออกและแชร์ต่อยาก ส่วนคำภาษาไทยที่อธิบายรูปให้เก็บไว้ใน alt text และแคปชันซึ่งเป็นที่ของมันโดยตรง

ชื่อไฟล์ที่มักเจอชื่อไฟล์ที่ควรใช้ต่างกันตรงไหน
IMG_4821.jpgsofa-fabric-grey-3seat.jpgชื่อจากกล้องไม่มีข้อมูลเลย ส่วนชื่อที่ดีบอกทั้งประเภทสินค้า วัสดุ สี และขนาดก่อนเปิดไฟล์
โซฟาผ้าสีเทา.jpgsofa-fabric-grey-livingroom.jpgชื่อไฟล์ภาษาไทยถูกแปลงเป็นรหัสใน URL จนอ่านไม่ออก ทำให้ลิงก์รูปยาวและแชร์ต่อลำบาก
screenshot-2026-09-20-at-10-24-11.pnggsc-search-console-image-report.pngชื่อที่ติดมาจากการจับภาพหน้าจอบอกแค่วันเวลา ส่วนชื่อที่ดีบอกว่าเป็นรายงานอะไรของเครื่องมือไหน
banner-final-final-v3.jpgaircon-cleaning-service-bangkok.jpgคำว่า final กับเลขเวอร์ชันเป็นภาษาภายในทีม ไม่มีความหมายกับคนอ่านหรือระบบค้นหา
โซฟา-โซฟาราคาถูก-โซฟาโปรโมชั่น.jpgsofa-3seat-grey-promotion.jpgชื่อที่ยัดคำซ้ำดูเหมือนตั้งใจปั่น ส่วนชื่อที่ดีพูดถึงสินค้าชิ้นเดียวด้วยคำที่ไม่ซ้ำกัน
ตัวอย่างการตั้งชื่อไฟล์รูปเทียบกัน พร้อมเหตุผล

ข้อควรระวังคือการเปลี่ยนชื่อไฟล์ของรูปที่ขึ้นเว็บไปแล้วเท่ากับเปลี่ยน URL ของรูป ถ้าทำกับรูปเก่าจำนวนมากพร้อมกันโดยไม่ทำ redirect ระบบจะเจอรูปหายเป็นชุดและต้องเก็บข้อมูลใหม่ทั้งหมด แนวทางที่เสี่ยงน้อยที่สุดคือเริ่มตั้งชื่อให้ถูกตั้งแต่รูปใหม่ แล้วค่อยย้อนแก้รูปเก่าเฉพาะหน้าที่สำคัญที่สุด

ทำมาตรฐานชื่อไฟล์ให้ทีมก่อนอัปโหลด

เขียนกติกาสั้น ๆ ไว้หนึ่งหน้าว่าชื่อไฟล์ของแต่ละประเภทรูปต้องมีอะไรบ้าง เช่น รูปสินค้าใช้รูปแบบ ประเภท-วัสดุ-สี-ขนาด ส่วนรูปหน้างานใช้ บริการ-สถานที่-ขั้นตอน แล้วให้ทุกคนที่อัปโหลดใช้ชุดเดียวกัน การแก้ตอนตั้งชื่อใช้เวลาสิบวินาทีต่อรูป แต่การไล่แก้ย้อนหลังทั้งเว็บใช้เวลาเป็นสัปดาห์

หน้าจอแสดงกราฟข้อมูลและตัวเลขสถิติสำหรับติดตามผลการเข้าชมรูปภาพบนเว็บไซต์

สูตรเขียน alt text ที่ AI ดึงไปแสดงผลได้

สูตรที่ใช้ได้กับรูปเกือบทุกแบบคือ วัตถุหลัก + สิ่งที่วัตถุนั้นกำลังทำหรืออยู่ในสภาพไหน + บริบทที่ระบบเดาเองไม่ได้ ความยาวที่ทำงานได้จริงอยู่ราว 60-125 ตัวอักษร ซึ่งพอสำหรับหนึ่งประโยคที่อ่านรู้เรื่องโดยไม่ต้องย่อจนเหลือแต่คำโดด ๆ

ตัวอย่างข้อความที่เอาไปใช้ได้ทันที รูปช่างกำลังล้างแอร์ในคอนโด เขียนว่า ช่างสวมถุงมือกำลังถอดฟิลเตอร์แอร์ผนังในห้องคอนโดเพื่อล้างทำความสะอาด ส่วนรูปกราฟจากรายงานเข้าชม เขียนว่า กราฟเส้นแสดงจำนวนคลิกจากผลการค้นหารูปภาพเทียบสามเดือนล่าสุดในรายงานของเว็บไซต์ ทั้งสองประโยคบอกทั้งสิ่งที่เห็นและเรื่องที่หน้านั้นกำลังพูดถึง

ขั้นตอนเขียน alt text หนึ่งรูปให้ใช้งานได้จริง

  1. 1

    ปิดหน้าเว็บแล้วมองรูปอย่างเดียว

    เขียนก่อนว่าถ้าไม่เห็นเนื้อหารอบข้าง รูปนี้แสดงอะไร ใครอยู่ในรูป กำลังทำอะไร ที่ไหน ขั้นนี้กันไม่ให้เผลอเขียนสิ่งที่ไม่มีอยู่ในภาพจริง

  2. 2

    เติมบริบทที่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้

    ใส่ชื่อรุ่น วัสดุ ขนาด สาขา หรือขั้นตอนที่รูปกำลังแสดง เช่น เปลี่ยนจาก เก้าอี้ไม้ เป็น เก้าอี้ไม้สักรุ่นมินิมอลพนักพิงโค้งในห้องอาหารบ้านตัวอย่าง

  3. 3

    ตัดคำที่ไม่เพิ่มข้อมูลทิ้ง

    ลบคำว่า รูปภาพของ ภาพแสดง สวยงาม คุณภาพดี ราคาถูก ออกให้หมด เพราะเป็นคำที่ใส่กับรูปไหนก็ได้และกินพื้นที่ต้นประโยคที่มีค่าที่สุด

  4. 4

    ตรวจว่าคำในนั้นมีอยู่ในเนื้อหาจริง

    ถ้า alt text พูดถึงคำที่ไม่ปรากฏที่ไหนเลยในหน้า แปลว่าไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ให้แก้ให้ใช้คำชุดเดียวกับหัวข้อและย่อหน้าที่อยู่รอบรูป

  5. 5

    คุมความยาวไว้ในช่วง 60-125 ตัวอักษร

    ถ้าสั้นกว่านั้นมักเหลือแต่คำโดดที่ไม่มีบริบท ถ้ายาวกว่านั้นมักกลายเป็นแคปชันซ้ำ ให้ย้ายส่วนที่ยาวเกินไปอยู่ในแคปชันหรือย่อหน้าใต้รูปแทน

  6. 6

    อ่านออกเสียงหนึ่งรอบ

    ถ้าอ่านแล้วสะดุดเพราะคำซ้ำหรือฟังไม่เหมือนภาษาคน แปลว่ากำลังเขียนให้ระบบมากกว่าเขียนให้คน ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอและระบบค้นหามองว่าคุณภาพต่ำเหมือนกัน

สำหรับรูปที่ตัวเองคือข้อมูล เช่น อินโฟกราฟิกหรือแผนภูมิ ลำพัง alt text ไม่พอเพราะสาระอยู่ในตัวเลขที่อยู่ในภาพ ต้องมีข้อความในหน้าที่ถอดข้อมูลชุดนั้นออกมาให้อ่านได้ด้วย รายละเอียดเรื่องการแปลงข้อมูลในภาพให้ระบบอ่านเข้าใจอยู่ใน ทำไม Infographic ถึงสำคัญกับ AI

รูปแต่ละประเภทต้องการ alt text คนละแบบ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้สูตรเดียวกับรูปทุกประเภท ทั้งที่รูปสินค้า รูปขั้นตอนการทำงาน รูปทีมงาน และรูปตกแต่งมีหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เกณฑ์ง่าย ๆ คือถามว่าถ้าลบรูปนี้ออก ผู้อ่านจะเสียข้อมูลอะไรไปบ้าง คำตอบนั้นแหละคือสิ่งที่ต้องอยู่ใน alt text

ประเภทรูปสิ่งที่ต้องมีใน alt textตัวอย่างที่เขียนได้เลย
รูปสินค้าบนหน้าสินค้าชื่อสินค้า วัสดุ สี มุมที่ถ่าย และขนาดถ้าเป็นจุดตัดสินใจโซฟาผ้าสามที่นั่งสีเทาอ่อนขาไม้ ถ่ายจากมุมเฉียงในห้องนั่งเล่นคอนโด
รูปขั้นตอนการทำงานหรือการใช้งานขั้นตอนที่เท่าไร กำลังทำอะไร ด้วยอุปกรณ์อะไรขั้นตอนที่ 3 ช่างกำลังฉีดน้ำยาล้างคอยล์เย็นของแอร์ผนังด้วยเครื่องอัดแรงดัน
ภาพหน้าจอเครื่องมือหรือรายงานชื่อหน้าจอ ส่วนที่ต้องการให้ดู และสิ่งที่ตัวเลขบอกหน้าจอรายงานผลการค้นหารูปภาพ แสดงคอลัมน์จำนวนคลิกและการแสดงผลของสามเดือนล่าสุด
อินโฟกราฟิกหรือแผนภูมิชนิดของแผนภูมิ ตัวแปรที่เทียบ และข้อสรุปหลักหนึ่งประโยคแผนภูมิแท่งเทียบสัดส่วนคำค้นแบบคำถามกับคำค้นแบบคำเดี่ยวของเว็บร้านเฟอร์นิเจอร์
รูปทีมงาน หน้าร้าน หรือหน้างานจริงใคร ที่ไหน กำลังทำอะไร เพื่อยืนยันว่าธุรกิจมีตัวตนจริงทีมช่างสามคนหน้าร้านสาขาลาดพร้าวกำลังจัดอุปกรณ์ขึ้นรถก่อนออกไปหน้างาน
รูปตกแต่งที่ไม่มีข้อมูลไม่ต้องมีข้อความ ให้ใส่ alt เป็นค่าว่างใส่ alt แบบไม่มีข้อความ เพื่อให้โปรแกรมอ่านหน้าจอข้ามรูปนี้ไป
แนวทางเขียน alt text แยกตามประเภทรูป

กรณีที่มีหลายรูปในหน้าเดียวกัน เช่น แกลเลอรีสินค้าห้ารูป ให้เขียน alt ให้ต่างกันตามมุมและรายละเอียดที่รูปนั้นแสดง เช่น มุมเฉียง มุมด้านข้าง ระยะใกล้ของผ้าหุ้ม และภาพขณะใช้งานจริง การเขียนข้อความเดียวกันห้ารอบทำให้ระบบไม่มีทางรู้ว่ารูปไหนควรถูกหยิบไปใช้ตอบคำถามแบบไหน

โค้ดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะแก้ไขแท็กรูปภาพและโครงสร้างหน้าเว็บไซต์

ข้อความรอบรูปคือสิ่งที่ตัดสินว่ารูปนี้เกี่ยวกับอะไร

ข้อความรอบรูปสำคัญกว่า alt text หรือไม่

ข้อความรอบรูปไม่ได้สำคัญกว่า แต่ทำงานคู่กันและขาดไม่ได้ ระบบใช้หัวข้อที่อยู่เหนือรูป ย่อหน้าก่อนและหลัง แคปชันใต้รูป รวมถึงชื่อไฟล์ ประกอบกับ alt text เพื่อสรุปว่ารูปนี้ตอบคำถามอะไรได้ ถ้า alt text เขียนดีแต่รูปไปวางอยู่กลางหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกัน ระบบจะตีความว่าเป็นรูปประกอบทั่วไป และโอกาสถูกหยิบไปใช้จะลดลงทันที

ในทางปฏิบัติแปลว่าตำแหน่งของรูปมีผล ให้วางรูปไว้ใกล้ย่อหน้าที่พูดถึงสิ่งเดียวกับที่อยู่ในรูปมากที่สุด ไม่ใช่กองรูปทั้งหมดไว้ต้นบทความเพื่อความสวยงาม รูปขั้นตอนที่ 3 ควรอยู่ตรงข้อความที่อธิบายขั้นตอนที่ 3 และรูปเปรียบเทียบควรอยู่ติดกับตารางเปรียบเทียบ

  • ใส่แคปชันใต้รูปเฉพาะเมื่อมีข้อมูลเพิ่มจริง เช่น สถานที่ วันที่ หรือข้อสรุปจากภาพ ไม่ใช่เอา alt text มาวางซ้ำ
  • วางรูปให้อยู่หลังย่อหน้าที่อธิบายสิ่งเดียวกัน เพื่อให้บริบทก่อนหน้าทำหน้าที่แนะนำรูปให้อัตโนมัติ
  • ถ้าเป็นรูปข้อมูล ให้มีข้อความหรือตารางในหน้าที่ถอดตัวเลขในภาพออกมา เพราะข้อความในรูปไม่ได้ถูกอ่านเป็นเนื้อหาของหน้า
  • หัวข้อ h2 หรือ h3 ที่อยู่เหนือรูปควรพูดเรื่องเดียวกับรูป เพราะเป็นสัญญาณบริบทที่แข็งแรงที่สุดในโครงหน้า
  • หน้าที่มีรูปจำนวนมากควรมีข้อความอธิบายกลุ่มรูปหนึ่งย่อหน้า ไม่ใช่มีแต่แกลเลอรีลอย ๆ ที่ไม่มีเนื้อหาประกอบ

ไฟล์ ขนาด และโครงสร้างที่ทำให้รูปถูกเก็บเข้าระบบจริง

เขียน alt text ดีแค่ไหนก็ไม่มีผลถ้ารูปไม่ถูกเก็บเข้าระบบตั้งแต่แรก เงื่อนไขพื้นฐานคือรูปต้องอยู่ในโค้ดของหน้าจริง โหลดได้โดยไม่ต้องรอสคริปต์ มี URL ที่เข้าถึงได้ตรง และไม่ถูกบล็อกไว้ในไฟล์ robots ส่วนเรื่องน้ำหนักไฟล์มีผลกับความเร็วหน้า ซึ่งกระทบประสบการณ์ผู้ใช้โดยตรง

รายการเกณฑ์ที่ใช้ได้จริงถ้าไม่ทำแล้วเกิดอะไร
รูปแบบไฟล์ใช้ WebP หรือ AVIF เป็นหลัก เก็บ JPG หรือ PNG ไว้เป็นทางสำรองเมื่อจำเป็นไฟล์ใหญ่เกินจำเป็น หน้าโหลดช้าโดยเฉพาะบนมือถือกับเน็ตมือถือความเร็วต่ำ
น้ำหนักไฟล์ต่อรูปรูปในเนื้อหาควรอยู่ราว 80-200 KB รูปหน้าแรกขนาดใหญ่ไม่ควรเกิน 300 KBหน้าเดียวที่มีรูปสิบรูปน้ำหนักรวมหลายเมกะไบต์ ทำให้คนปิดหน้าก่อนเนื้อหาแสดงครบ
ความกว้างของภาพต้นฉบับอย่างน้อย 1200 พิกเซลด้านกว้างสำหรับรูปหลัก แล้วให้ระบบย่อเป็นขนาดย่อยเองรูปเล็กเกินไปจะไม่ผ่านเกณฑ์การแสดงผลบางรูปแบบ และดูแตกบนจอความละเอียดสูง
การระบุความกว้างและความสูงใส่ค่า width และ height ให้ทุกรูปเพื่อกันหน้ากระตุกตอนโหลดเนื้อหาเลื่อนขึ้นลงระหว่างโหลด ผู้ใช้กดพลาด และคะแนนประสบการณ์หน้าเว็บแย่ลง
การโหลดแบบ lazyใช้ lazy เฉพาะรูปที่อยู่ต่ำกว่าจอแรก ส่วนรูปบนสุดให้โหลดปกติถ้าใส่ lazy กับรูปบนสุดด้วย ภาพหลักจะแสดงช้าและกระทบตัวชี้วัดความเร็ว
การเข้าถึงไฟล์รูปต้องไม่ถูกบล็อกใน robots และต้องเปิด URL ตรงได้โดยไม่ต้องล็อกอินระบบเข้าไม่ถึงไฟล์ ทำให้รูปไม่ถูกเก็บเข้าระบบแม้เนื้อหาหน้าจะถูกเก็บแล้ว
เกณฑ์ทางเทคนิคที่ควรตรวจกับรูปทุกชุด

รูปที่โหลดด้วยสคริปต์อย่างเดียวมีความเสี่ยง

ถ้าเว็บใช้สคริปต์สร้างแท็กรูปหลังหน้าโหลดเสร็จ หรือใส่รูปเป็นภาพพื้นหลังผ่าน CSS อย่างเดียว รูปนั้นอาจไม่ถูกมองว่าเป็นเนื้อหาของหน้าเลย วิธีตรวจแบบเร็วที่สุดคือเปิดซอร์สของหน้าแล้วค้นหาชื่อไฟล์รูป ถ้าหาไม่เจอในซอร์ส แปลว่ามีโอกาสที่ระบบจะมองไม่เห็นรูปนั้นเหมือนกัน

เมื่อรูปพร้อมทั้งชื่อไฟล์ alt text และเงื่อนไขทางเทคนิคแล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้ระบบเจอรูปทั้งชุดได้เร็วขึ้นด้วยการประกาศรายการรูปไว้ในแผนผังเว็บ วิธีทำแบบละเอียดอยู่ใน วิธีทำ Image Sitemap ส่วนงานฝั่งวิดีโอซึ่งใช้หลักบริบทคล้ายกันแต่คนละเครื่องมือ อ่านต่อได้ที่ การทำ AIO สำหรับวิดีโอ

สิ่งที่ไม่ควรทำกับ alt text และชื่อไฟล์

ความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการไม่เขียน alt text แต่เกิดจากการเขียนผิดวิธีจนระบบสรุปว่าเนื้อหานี้ไม่น่าเชื่อถือ กฎง่าย ๆ คือถ้าอ่าน alt text ให้คนที่มองไม่เห็นรูปฟังแล้วเขางง แปลว่าข้อความนั้นมีปัญหา ไม่ว่าจะใส่คีย์เวิร์ดไว้มากแค่ไหน

  • ยัดคีย์เวิร์ดซ้ำในช่อง alt เช่น โซฟา โซฟาราคาถูก โซฟาส่งฟรี เพราะข้อความไม่ตรงกับภาพและถูกมองว่าพยายามปั่นสัญญาณ
  • ก็อป alt text ชุดเดียวไปใส่ทุกรูปในหน้า ทำให้ระบบแยกไม่ออกว่ารูปไหนแสดงอะไรและเลือกรูปผิดไปใช้
  • เขียน alt บรรยายสิ่งที่ไม่มีอยู่ในรูป เช่น ใส่ชื่อรุ่นสินค้าในรูปที่เป็นภาพวิวทั่วไป ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ระบบมองเห็น
  • ใส่ข้อความยาวเป็นย่อหน้าในช่อง alt จนโปรแกรมอ่านหน้าจอต้องอ่านยาว ทำให้ผู้ใช้จริงเสียเวลาและข้ามเนื้อหาสำคัญ
  • เขียนข้อความให้รูปตกแต่งทุกใบ เช่น รูปเส้นคั่นหรือไอคอนพื้นหลัง ซึ่งทำให้บริบทของหน้าเจือจางโดยไม่ได้อะไรกลับมา
  • ใช้รูปสต็อกทั่วไปแล้วเขียน alt ให้ดูเหมือนภาพหน้างานจริงของธุรกิจ ซึ่งเป็นการอ้างประสบการณ์ที่ตรวจสอบแล้วไม่ตรง
  • เปลี่ยนชื่อไฟล์รูปเก่าทั้งเว็บพร้อมกันโดยไม่ทำ redirect ทำให้ลิงก์รูปที่เคยมีคนอ้างอิงไว้เสียทั้งหมด

alt text ไม่ใช่ที่สำหรับข้อความขาย

การเขียนว่า โซฟาคุณภาพดีราคาถูกที่สุดในไทย ไว้ในช่อง alt ไม่ได้ช่วยให้รูปถูกหยิบไปใช้ และยังทำให้ผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอได้ยินประโยคขายของแทนคำบรรยายภาพ ถ้ามีข้อความที่อยากให้คนเห็นจริง ให้เขียนไว้ในแคปชันหรือย่อหน้าใต้รูปซึ่งเป็นพื้นที่ของเนื้อหาโดยตรง

ไล่ตรวจรูปทั้งเว็บด้วยลำดับงานที่ทำซ้ำได้

เว็บที่มีรูปหลายร้อยรูปไม่ควรเริ่มจากการไล่แก้ทีละใบตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย เพราะจะหมดแรงก่อนถึงหน้าที่สำคัญ ลำดับที่คุ้มที่สุดคือเริ่มจากหน้าที่มีคนเข้าและมีโอกาสปิดการขายก่อน แล้วค่อยขยายไปหน้ารอง

  1. 1ดึงรายการหน้าที่มีคนเข้าสูงสุด 20 หน้าแรกจากรายงานการเข้าชมของเว็บ แล้วใช้เป็นลำดับการแก้
  2. 2เปิดแต่ละหน้าและตรวจว่ารูปหลักของหน้ามีชื่อไฟล์ที่สื่อความหมายและมี alt text ที่ตรงกับเนื้อหาหรือไม่
  3. 3แก้รูปหลักของหน้าก่อนหนึ่งใบ ยังไม่ต้องแตะรูปประกอบ เพราะรูปหลักคือรูปที่มีโอกาสถูกหยิบไปแสดงมากที่สุด
  4. 4ไล่ต่อไปที่รูปสินค้าและรูปขั้นตอนการทำงาน ซึ่งเป็นสองกลุ่มที่ผู้อ่านใช้ตัดสินใจจริง
  5. 5ตั้งกติกาไว้ในระบบหลังบ้านว่าอัปโหลดรูปใหม่ต้องกรอก alt text ก่อนบันทึกเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดงานค้างชุดใหม่
  6. 6ตั้งรอบทบทวนทุกไตรมาสเพื่อสุ่มตรวจรูปที่เพิ่มเข้ามาใหม่ประมาณ 20-30 ใบ ว่ายังทำตามมาตรฐานเดิมอยู่หรือไม่

ต้องพูดให้ตรงว่าไม่มีใครยืนยันได้ว่าแก้ alt text แล้วรูปจะถูกนำไปแสดงในคำตอบของ AI ภายในกี่วัน เพราะแต่ละระบบไม่เปิดเผยเกณฑ์และเปลี่ยนแปลงตลอด สิ่งที่ควบคุมได้คือทำให้ข้อมูลรอบรูปถูกต้องและสอดคล้องกัน ส่วนงานฝั่งที่ผู้ใช้พูดถามด้วยเสียงแทนการพิมพ์ ซึ่งต้องการโครงคำตอบคนละแบบ อ่านต่อได้ที่ Voice Search และ AIO

รูปที่ซื้อจากคลังภาพสต็อกควรเขียน alt text อย่างไร+

เขียนบรรยายสิ่งที่อยู่ในรูปตามจริงและเชื่อมกับหัวข้อของหน้า แต่ห้ามเขียนให้เข้าใจว่าเป็นภาพหน้างานหรือทีมงานของธุรกิจเอง เช่น รูปสต็อกทีมประชุมควรเขียนว่าเป็นภาพประกอบการประชุมวางแผนงาน ไม่ใช่ระบุว่าเป็นทีมของบริษัทคุณ ถ้าหน้านั้นต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น หน้าบริการหรือหน้าผลงาน ควรใช้รูปถ่ายจริงแทนรูปสต็อกตั้งแต่แรก

ควรใส่ชื่อแบรนด์ไว้ใน alt text ทุกรูปหรือไม่+

ไม่ควรใส่ทุกรูป ให้ใส่เฉพาะรูปที่แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เห็นจริง เช่น รูปป้ายหน้าร้าน รูปบรรจุภัณฑ์ที่มีโลโก้ หรือรูปสินค้าที่ระบุรุ่นของแบรนด์ การเติมชื่อแบรนด์ต่อท้ายทุกรูปทำให้ข้อความซ้ำกันทั้งหน้าและกลายเป็นสัญญาณรบกวนมากกว่าประโยชน์

เว็บที่รูปถูกสร้างอัตโนมัติจากระบบหลังบ้าน ควรจัดการ alt text อย่างไร+

ตั้งรูปแบบข้อความอัตโนมัติจากฟิลด์ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ชื่อสินค้า สี และขนาด ให้ได้ข้อความที่อ่านรู้เรื่องเป็นค่าเริ่มต้น จากนั้นเปิดช่องให้ทีมเข้าไปแก้เป็นรายชิ้นสำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุด วิธีนี้ทำให้ไม่มีรูปไหนที่ alt ว่างเปล่า และยังได้คำบรรยายที่ละเอียดกับสินค้ากลุ่มที่สำคัญที่สุด

รูปที่เป็นลิงก์ไปหน้าอื่น เช่น แบนเนอร์ที่กดได้ ควรเขียน alt อย่างไร+

ให้เขียนจุดหมายของลิงก์แทนการบรรยายภาพ เพราะสำหรับผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ รูปนั้นทำหน้าที่เป็นปุ่ม เช่น แบนเนอร์ที่พาไปหน้าโปรโมชั่นเครื่องปรับอากาศ ควรเขียนว่าไปยังหน้าโปรโมชั่นเครื่องปรับอากาศ ไม่ใช่บรรยายว่ามีภาพแอร์กับพื้นหลังสีฟ้า

ต้องใส่ alt text ให้ไอคอนและโลโก้ด้วยไหม+

โลโก้หลักของเว็บควรมี alt ที่ระบุชื่อธุรกิจ เพราะเป็นข้อมูลที่มีความหมายจริง ส่วนไอคอนประดับที่อยู่ข้างข้อความซึ่งอ่านข้อความก็เข้าใจแล้ว ให้ใส่ alt เป็นค่าว่างเพื่อให้โปรแกรมอ่านหน้าจอข้ามไป การบรรยายไอคอนทุกตัวทำให้ผู้ใช้ต้องฟังข้อความซ้ำซ้อนโดยไม่ได้ข้อมูลเพิ่ม

แก้ alt text แล้วต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล+

ตอบตรง ๆ ว่าไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้ เพราะขึ้นกับความถี่ที่ระบบกลับมาเก็บข้อมูลหน้านั้นและการเปลี่ยนแปลงของระบบค้นหาเอง สิ่งที่ทำได้คือแก้หน้าที่สำคัญก่อน ตรวจว่ารูปเข้าถึงได้จริง และดูรายงานการเข้าชมจากผลการค้นหารูปภาพเป็นรายเดือนเทียบกับช่วงก่อนแก้ แทนการคาดหวังผลภายในสัปดาห์เดียว

วางโครงเนื้อหาให้รูปในหน้ามีบริบทตั้งแต่ต้น

NOAH ช่วยวางโครงบทความภาษาไทย หัวข้อ และชุดคำถามท้ายเรื่อง ให้แต่ละหัวข้อมีที่ทางชัดเจนสำหรับวางรูปและเขียนคำบรรยายที่สอดคล้องกับเนื้อหา ลองเริ่มจากหน้าที่มีรูปเยอะที่สุดของเว็บคุณ

เริ่มฟรี 3 บทความ

อ่านต่อ

Technical SEO

วิธีทำ Image Sitemap ให้รองรับระบบค้นหาด้วยรูปภาพ (Visual Search) ขั้นสูง

วิธีทำ Image Sitemap ตั้งแต่เลือกรูปที่ควรใส่ เขียนโครงสร้าง XML ส่งเข้า Search Console จนถึงการวางบริบทรอบรูป ให้ระบบค้นหาด้วยรูปภาพเก็บภาพบนเว็บได้ครบ

คอนเทนต์ SEO

ทำไม Infographic ถึงสำคัญกับ AI เทคนิคการแปลงข้อมูลยาก ๆ ให้บอทอ่านเข้าใจ

วิธีทำ Infographic SEO ให้ AI อ่านข้อมูลในรูปออก ตั้งแต่เขียนคู่ข้อความ จัดหัวข้อประกอบ ตั้งชื่อไฟล์ ไปจนถึงเกณฑ์ว่าเมื่อไรควรใช้ตารางแทนรูป

คอนเทนต์ SEO

การทำ AIO สำหรับวิดีโอ ปรับโครงสร้างบน YouTube อย่างไรให้ขึ้นหน้าแรกของ Google Search

คู่มือทำ AIO สำหรับวิดีโอ ตั้งแต่วางโครงคลิปก่อนถ่าย เขียนชื่อและคำอธิบาย ใส่ chapters และ transcript ไปจนถึงการฝังคลิปลงหน้าเว็บให้ได้ประโยชน์สองทาง