อภิธานศัพท์

ศัพท์ SEO ภาษาไทย A–Z อธิบายครบทุกคำที่เจอบ่อยในวงการ

รวมศัพท์ SEO ภาษาไทยตั้งแต่ A ถึง Z อธิบายสั้นและเข้าใจง่าย ครอบคลุมตั้งแต่ SEO พื้นฐาน keyword research technical SEO ไปจนถึง AEO และ GEO

ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569

หน้านี้รวมศัพท์ SEO ที่คนไทยในวงการใช้บ่อย เรียงตามตัวอักษร A ถึง Z พร้อมคำอธิบายสั้นเป็นภาษาไทยและลิงก์ไปบทความที่อธิบายรายละเอียดเจาะลึกของคำนั้น เหมาะสำหรับคนที่เริ่มทำ SEO และอยากมีที่เดียวไว้เช็คความหมายของศัพท์เฉพาะทางที่เจอบ่อยแต่ไม่มีคำแปลไทยตรงตัว

สรุปสั้น

  • ศัพท์ SEO ส่วนใหญ่เป็นคำภาษาอังกฤษที่คนไทยในวงการใช้ทับศัพท์ ไม่มีคำแปลไทยที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกที่
  • การเข้าใจศัพท์ให้ถูกต้องช่วยลดความสับสนตอนอ่านบทความหรือคุยกับทีมที่ทำ SEO ด้วยกัน
  • หลายคำที่ดูใกล้เคียงกันมีความหมายต่างกันจริง เช่น crawl กับ index หรือ AEO กับ GEO
  • ศัพท์ในกลุ่ม AI Search อย่าง RAG, query fan-out และ AI grounding เป็นคำที่เพิ่งเริ่มใช้แพร่หลายและยังไม่มีคำแปลไทยตายตัว
  • หน้านี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเช็คความหมาย ส่วนรายละเอียดเชิงลึกและวิธีทำจริงอยู่ในบทความที่ลิงก์ไว้ในแต่ละคำ

เจ้าของธุรกิจ SME ที่เริ่มทำ SEO เองอ่านบทความไปสักพักแล้วเจอคำว่า canonical, crawl budget หรือ query fan-out แล้วงงว่าแปลว่าอะไรกันแน่ เป็นเรื่องปกติ เพราะศัพท์ SEO ส่วนใหญ่เป็นคำภาษาอังกฤษที่ไม่มีคำแปลไทยที่ทุกคนใช้ตรงกัน ไม่ต้องรู้จักทุกคำก่อนเริ่มทำ แค่เปิดเช็คตรงนี้เมื่อเจอคำที่ไม่เข้าใจก็พอ

หน้านี้รวบรวมศัพท์ที่เจอบ่อยเรียงตามตัวอักษร A ถึง Z พร้อมคำอธิบายสั้นเป็นภาษาไทยที่คนทั่วไปอ่านเข้าใจ และลิงก์ไปอ่านรายละเอียดเจาะลึกของคำที่มีบทความรองรับ เหมาะเก็บไว้เป็นที่อ้างอิงสำหรับธุรกิจ SME ที่ไม่มีทีม SEO คอยอธิบายศัพท์ให้

ศัพท์ SEO ภาษาไทยคืออะไร

SEO ภาษาไทย มีศัพท์อะไรบ้างที่ต้องรู้

SEO ภาษาไทย หมายถึงการอธิบายแนวคิดและศัพท์เฉพาะทางของ SEO เป็นภาษาไทย เพราะศัพท์ส่วนใหญ่เป็นคำภาษาอังกฤษที่ไม่มีคำแปลไทยตายตัว เช่น crawl, index, backlink, canonical หรือ featured snippet หน้านี้รวมคำเหล่านี้ไว้พร้อมคำอธิบายสั้นและลิงก์ไปบทความที่อธิบายรายละเอียดของแต่ละคำ เพื่อให้ผู้เริ่มต้นเช็คความหมายได้จากที่เดียว

อภิธานศัพท์ที่ใช้เปิดดูระหว่างทำงาน

A–C

  • **AEO (Answer Engine Optimization)** — แนวทางเขียนเนื้อหาให้ถูกหยิบไปตอบใน featured snippet และผู้ช่วยเสียง อ่านเพิ่มที่ AEO คืออะไร
  • **AI Overviews** — คำตอบสรุปด้วย AI ที่ Google แสดงแทรกในหน้าผลการค้นหา อ่านเพิ่มที่ AI Overviews คือ
  • **AI Search** — ภาพรวมการค้นหาที่มี AI เป็นตัวกลางสรุปหรือสร้างคำตอบ อ่านเพิ่มที่ AI Search คือ
  • **Alt Text** — ข้อความบรรยายรูปภาพที่ใส่ในโค้ด ช่วยให้ Google และผู้ใช้ที่มองไม่เห็นเข้าใจภาพนั้น อ่านเพิ่มที่ Alt Text SEO
  • **Anchor Text** — ข้อความที่คลิกได้ในลิงก์ ใช้บอกทั้งผู้อ่านและ Google ว่าลิงก์นั้นพาไปหาอะไร อ่านเพิ่มที่ Anchor Text คือ
  • **Backlink** — ลิงก์จากเว็บอื่นที่ชี้กลับมาที่เว็บเรา เป็นสัญญาณความน่าเชื่อถือด้าน off-page อ่านเพิ่มที่ Backlink คือ
  • **Breadcrumb** — แถบแสดงลำดับชั้นของหน้าเว็บ เช่น หน้าแรก > หมวดหมู่ > หน้าปัจจุบัน อ่านเพิ่มที่ Breadcrumb คือ
  • **Canonical Tag** — โค้ดที่ระบุ URL หลักเมื่อเนื้อหาเดียวกันเข้าถึงได้จากหลาย URL อ่านเพิ่มที่ Canonical คือ
  • **Core Web Vitals** — ชุดตัวชี้วัดประสบการณ์การโหลดหน้าเว็บของ Google ประกอบด้วย LCP, INP และ CLS อ่านเพิ่มที่ Core Web Vitals คือ
  • **Crawl Budget** — ทรัพยากรที่ Googlebot ใช้เข้าเว็บในแต่ละครั้ง สำคัญมากสำหรับเว็บขนาดใหญ่ อ่านเพิ่มที่ Crawl Budget คือ
  • **Crawl Depth** — จำนวนคลิกที่ต้องใช้จากหน้าแรกเพื่อไปถึงหน้าหนึ่ง ยิ่งลึกยิ่งมีโอกาสถูกมองข้าม อ่านเพิ่มที่ Crawl Depth คือ
  • **CLS (Cumulative Layout Shift)** — ตัวชี้วัดความเสถียรของเลย์เอาต์ระหว่างโหลดหน้า อ่านเพิ่มที่ CLS คือ
  • **Content Gap** — ช่องว่างของหัวข้อหรือคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งมีแต่เรายังไม่มี อ่านเพิ่มที่ Content Gap SEO
  • **CTR (Click-through Rate)** — อัตราส่วนคนที่คลิกต่อจำนวนครั้งที่หน้าเว็บถูกแสดง อ่านเพิ่มที่ CTR SEO
ทำความเข้าใจศัพท์ SEO ทีละคำ

D–H

  • **Domain Authority / Domain Rating** — คะแนนที่เครื่องมือภายนอกใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของโดเมน ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ Google ใช้จัดอันดับโดยตรง อ่านเพิ่มที่ Domain Authority
  • **Thin Content / Duplicate Content** — เนื้อหาที่บางเกินไปหรือซ้ำกับเว็บอื่น มีความเสี่ยงด้าน SEO อ่านเพิ่มที่ Thin Content คือ
  • **E-E-A-T** — แนวคิดที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพเนื้อหา ย่อจาก Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness อ่านเพิ่มที่ E-E-A-T คือ
  • **Entity SEO** — การทำให้ Google เข้าใจว่าแบรนด์หรือสิ่งที่พูดถึงคือ 'สิ่งใด' ในโลกจริง ไม่ใช่แค่ชุดคำ อ่านเพิ่มที่ Entity SEO คือ
  • **Ecommerce SEO** — การทำ SEO เฉพาะสำหรับเว็บร้านค้าออนไลน์ อ่านเพิ่มที่ Ecommerce SEO
  • **Featured Snippet** — กล่องคำตอบสั้นที่ Google ดึงขึ้นแสดงเหนือผลการค้นหาปกติ อ่านเพิ่มที่ Featured Snippet คือ
  • **Faceted Navigation** — ระบบตัวกรองสินค้าที่มักสร้าง URL ซ้ำจำนวนมาก ต้องจัดการดี ๆ ไม่ให้เสีย crawl budget อ่านเพิ่มที่ Pagination SEO
  • **GEO (Generative Engine Optimization)** — แนวทางทำเว็บให้ระบบ AI ที่สร้างคำตอบใหม่อ้างอิงเนื้อหาได้ง่ายขึ้น อ่านเพิ่มที่ GEO คืออะไร
  • **Google Search Console** — เครื่องมือฟรีของ Google สำหรับตรวจสถานะการ index และดูรายงานคีย์เวิร์ด อ่านเพิ่มที่ Google Search Console คือ
  • **Google Discover** — ฟีดเนื้อหาแนะนำของ Google ที่แยกจากผลการค้นหาปกติ อ่านเพิ่มที่ Google Discover SEO
  • **Helpful Content** — แนวทางที่ Google ใช้ประเมินว่าเนื้อหามีประโยชน์ต่อผู้อ่านจริงหรือเขียนขึ้นเพื่อเอาใจอัลกอริทึม อ่านเพิ่มที่ Helpful Content SEO
  • **Heading Structure (H1, H2, H3)** — ลำดับหัวข้อที่ช่วยจัดโครงสร้างเนื้อหาให้ทั้งคนและ Google อ่านง่าย อ่านเพิ่มที่ Heading SEO

I–K

  • **hreflang** — แท็กที่บอก Google ว่าหน้าไหนสำหรับผู้ใช้ภาษาหรือประเทศไหน ใช้ในเว็บหลายภาษา อ่านเพิ่มที่ International SEO
  • **Index / Indexing** — ขั้นตอนที่ Google เก็บหน้าเว็บเข้าฐานข้อมูลหลังจาก crawl แล้ว ต่างจาก crawl ตรงที่ index คือการเก็บไว้ใช้จริง อ่านเพิ่มที่ Crawl กับ Index ต่างกันยังไง
  • **Internal Linking** — การเชื่อมโยงหน้าเว็บภายในเว็บไซต์เดียวกันด้วยลิงก์ อ่านเพิ่มที่ Internal Linking คือ
  • **Information Gain** — การทำให้เนื้อหามีมุมมองหรือข้อมูลใหม่ที่ต่างจากเว็บอื่นที่มีอยู่แล้ว อ่านเพิ่มที่ Information Gain SEO
  • **INP (Interaction to Next Paint)** — ตัวชี้วัดความไวในการตอบสนองต่อการโต้ตอบของผู้ใช้ อ่านเพิ่มที่ INP คือ
  • **JSON-LD / Schema Markup** — โค้ดข้อมูลโครงสร้างที่ช่วยให้ Google เข้าใจว่าหน้านั้นคือเนื้อหาประเภทไหน อ่านเพิ่มที่ Schema Markup คือ
  • **JavaScript SEO** — การดูแลให้เว็บที่เขียนด้วย JavaScript framework แสดงเนื้อหาให้ Google เห็นครบ อ่านเพิ่มที่ JavaScript SEO
  • **Keyword Research** — กระบวนการหาคำที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาจริง ก่อนวางแผนเนื้อหา อ่านเพิ่มที่ Keyword Research
  • **Keyword Difficulty** — ค่าประมาณความยากในการติดอันดับของคำนั้น อ่านเพิ่มที่ Keyword Difficulty คือ
  • **Keyword Clustering** — การจัดกลุ่มคีย์เวิร์ดที่มี intent ใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน อ่านเพิ่มที่ Keyword Clustering
  • **Keyword Cannibalization** — ปัญหาที่หลายหน้าในเว็บเดียวกันแย่งอันดับคีย์เวิร์ดเดียวกันเอง อ่านเพิ่มที่ Keyword Cannibalization คือ
รวมคำศัพท์ที่เจอบ่อยไว้ที่เดียว

L–O

  • **LCP (Largest Contentful Paint)** — ตัวชี้วัดเวลาที่ใช้แสดงองค์ประกอบใหญ่ที่สุดของหน้าให้เสร็จ อ่านเพิ่มที่ LCP คือ
  • **Long-tail Keyword** — คีย์เวิร์ดที่มีความยาวหลายคำและเจาะจงกว่า มักมีคู่แข่งน้อยกว่า อ่านเพิ่มที่ Long-tail Keyword คือ
  • **Local SEO** — การทำ SEO สำหรับธุรกิจที่มีที่ตั้งจริงหรือให้บริการเฉพาะพื้นที่ อ่านเพิ่มที่ Local SEO คือ
  • **Link Building** — กระบวนการสร้าง backlink จากเว็บอื่นมาชี้เข้าเว็บเรา อ่านเพิ่มที่ Link Building คือ
  • **LLM SEO** — แนวคิดการปรับเนื้อหาให้เอื้อต่อโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ใช้ในแชตบอต อ่านเพิ่มที่ LLM SEO
  • **llms.txt** — ไฟล์ที่บางเว็บเริ่มทดลองใช้เพื่อสื่อสารกับ AI crawler ยังไม่ใช่มาตรฐานที่ยืนยันผลชัดเจน อ่านเพิ่มที่ llms.txt คือ
  • **Meta Description** — ข้อความสรุปหน้าเว็บที่แสดงใต้ title ในผลการค้นหา อ่านเพิ่มที่ Meta Description คือ
  • **Mobile-first Indexing** — การที่ Google ใช้เวอร์ชันมือถือของเว็บเป็นหลักในการจัดทำดัชนี อ่านเพิ่มที่ Mobile-first Indexing
  • **robots.txt / Noindex** — ไฟล์และแท็กที่ใช้ควบคุมว่า Googlebot เข้าหรือเก็บหน้าไหนเข้าดัชนีได้บ้าง อ่านเพิ่มที่ robots.txt คือ
  • **On-page SEO** — การปรับองค์ประกอบบนหน้าเว็บเอง เช่น title, heading, internal link อ่านเพิ่มที่ On Page SEO
  • **Organic Search** — ผลการค้นหาแบบไม่เสียเงินโฆษณา อ่านเพิ่มที่ Organic Search คือ
  • **Orphan Page** — หน้าเว็บที่ไม่มีลิงก์ภายในใดชี้เข้าเลย ทำให้ Google หาเจอยาก อ่านเพิ่มที่ Orphan Page คือ

P–S

  • **Pillar Page / Topic Cluster** — หน้าหลักที่ครอบคลุมหัวข้อกว้าง แล้วลิงก์ไปบทความย่อยที่เจาะแต่ละประเด็น อ่านเพิ่มที่ Topic Cluster คือ
  • **Programmatic SEO** — การสร้างหน้าเว็บจำนวนมากจากแม่แบบเดียวกันด้วยข้อมูลที่ต่างกัน อ่านเพิ่มที่ Programmatic SEO
  • **PageSpeed Insights** — เครื่องมือของ Google สำหรับวัดความเร็วและ Core Web Vitals ของหน้าเว็บ อ่านเพิ่มที่ PageSpeed SEO
  • **Query Fan-Out** — แนวคิดที่ AI Mode แตกคำถามเดียวออกเป็นหลายคำค้นย่อยเพื่อรวบรวมคำตอบ อ่านเพิ่มที่ Query Fan-Out คือ
  • **RAG (Retrieval Augmented Generation)** — เทคนิคที่ระบบ AI ดึงข้อมูลจากแหล่งภายนอกมาประกอบคำตอบ อ่านเพิ่มที่ RAG คือ
  • **Rank Tracker** — เครื่องมือติดตามอันดับคีย์เวิร์ดบนหน้าผลการค้นหา อ่านเพิ่มที่ Rank Tracker
  • **Redirect 301/302** — การส่งต่อ URL เดิมไปยัง URL ใหม่ ใช้เมื่อย้ายหรือลบหน้าเว็บ อ่านเพิ่มที่ 301 Redirect SEO
  • **Rich Results** — ผลการค้นหาที่มีองค์ประกอบเพิ่มเติมนอกจากลิงก์ธรรมดา เช่น ดาวรีวิวหรือคำถามพับขยาย อ่านเพิ่มที่ Rich Results คือ
  • **Search Intent** — เจตนาที่แท้จริงเบื้องหลังคำค้นหาหนึ่งคำ อ่านเพิ่มที่ Search Intent คือ
  • **Search Volume** — จำนวนครั้งโดยประมาณที่คนค้นหาคำหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง อ่านเพิ่มที่ Search Volume คือ
  • **SERP (Search Engine Results Page)** — หน้าแสดงผลการค้นหา ซึ่งมีองค์ประกอบหลายแบบนอกจากลิงก์ธรรมดา อ่านเพิ่มที่ SERP Features คือ
  • **Sitemap (XML Sitemap)** — ไฟล์ที่รวมรายชื่อ URL ทั้งหมดในเว็บเพื่อช่วยให้ Google ค้นเจอหน้าเว็บได้ครบ อ่านเพิ่มที่ Sitemap คือ
  • **SEO Audit** — การตรวจสุขภาพเว็บไซต์ด้าน SEO แบบเป็นขั้นตอน อ่านเพิ่มที่ SEO Audit คือ
เรียนรู้ศัพท์ SEO จากตัวอย่างจริง

T–Z

  • **Technical SEO** — การปรับโครงสร้างเบื้องหลังเว็บให้ Google เข้าถึงและแสดงผลได้ถูกต้อง อ่านเพิ่มที่ Technical SEO คือ
  • **Topical Authority** — ความน่าเชื่อถือที่เว็บสร้างขึ้นจากการครอบคลุมหัวข้อหนึ่งอย่างลึกและกว้าง อ่านเพิ่มที่ Topical Authority คือ
  • **Topical Map** — แผนผังหัวข้อทั้งหมดที่วางไว้ล่วงหน้าเพื่อสร้าง topical authority อ่านเพิ่มที่ Topical Map SEO
  • **URL Structure** — รูปแบบของ URL ที่ควรสั้น อ่านง่าย และสื่อความหมาย อ่านเพิ่มที่ SEO URL
  • **Voice Search** — การค้นหาผ่านการพูดแทนการพิมพ์ มักใช้ประโยคคำถามเต็มรูปแบบ อ่านเพิ่มที่ Voice Search SEO
  • **WordPress SEO** — การทำ SEO เฉพาะสำหรับเว็บที่สร้างด้วย WordPress อ่านเพิ่มที่ WordPress SEO
  • **Zero-click Search** — การค้นหาที่ผู้ใช้ได้คำตอบจากหน้าผลการค้นหาโดยไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ อ่านเพิ่มที่ Zero-click Search
  • **Zero Search Volume Keyword** — คีย์เวิร์ดที่เครื่องมือแสดงปริมาณการค้นหาเป็นศูนย์หรือใกล้ศูนย์ แต่บางครั้งยังมีคุณค่าทางธุรกิจ อ่านเพิ่มที่ Zero Search Volume Keyword

ศัพท์ที่มักสับสนกัน

บางคำดูใกล้เคียงกันมากจนสับสนได้ง่าย ตารางด้านล่างสรุปความต่างของคำที่พบว่าคนถามบ่อยที่สุด

คำความหมายต่างจาก
Crawlขั้นตอนที่ Googlebot เข้ามาอ่านหน้าเว็บIndex คือการนำหน้านั้นไปเก็บไว้ใช้จริงหลัง crawl แล้ว
AEOทำให้เนื้อหาถูกหยิบไปตอบใน featured snippet และผู้ช่วยเสียงGEO เน้นถูกอ้างอิงในคำตอบที่ AI สร้างขึ้นใหม่ ดูที่ SEO vs AEO vs GEO
On-page SEOองค์ประกอบที่ปรับได้เองบนหน้าเว็บ เช่น title, headingTechnical SEO คือโครงสร้างเบื้องหลังอย่างความเร็วและ schema
301 Redirectส่งต่อ URL แบบถาวร302 Redirect คือส่งต่อแบบชั่วคราว
คำที่มักสับสนกันในวงการ SEO

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัพท์ SEO

ศัพท์ SEO ต้องท่องจำให้ครบทุกคำไหม+

ไม่จำเป็น ให้เริ่มจากคำที่เจอบ่อยในงานของตัวเองก่อน เช่นถ้าเน้นเขียนคอนเทนต์ก็ควรเข้าใจ on-page และ keyword research ก่อน ส่วนคำที่พบน้อยกว่าค่อยเปิดเช็คตอนเจอจริง

ทำไมศัพท์ SEO ส่วนใหญ่ไม่มีคำแปลไทย+

เพราะแนวคิดเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นในวงการที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และคนไทยในวงการ SEO ก็ใช้ทับศัพท์กันจนเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว การแปลไทยแบบบัญญัติศัพท์อาจทำให้สื่อสารกับทีมหรือเอกสารอื่นไม่ตรงกัน

AEO กับ GEO ต่างกันยังไง+

AEO เน้นการตอบคำถามให้ชัดเจนเพื่อถูกหยิบไปแสดงใน featured snippet และผู้ช่วยเสียง ส่วน GEO เน้นทำให้เนื้อหาถูกอ้างอิงในคำตอบที่ AI สังเคราะห์ขึ้นใหม่ อ่านรายละเอียดที่ AEO คืออะไร และ GEO คืออะไร

ศัพท์กลุ่ม AI Search อย่าง RAG หรือ query fan-out จำเป็นต้องรู้ไหม+

มีประโยชน์ถ้าต้องการเข้าใจว่าระบบ AI Search ทำงานอย่างไรเบื้องหลัง แต่ไม่จำเป็นสำหรับงาน SEO พื้นฐานทั่วไป อ่านภาพรวมได้ที่ AI Search คือ

ถ้าเจอศัพท์ที่ไม่มีในหน้านี้ควรทำอย่างไร+

ลองค้นหาคำนั้นเพิ่มเติมพร้อมคำว่า SEO หรือดูในบทความที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นโดยตรง หน้านี้ครอบคลุมคำที่พบบ่อยที่สุดแต่ไม่ใช่ทุกคำในวงการ

สรุป

ศัพท์ SEO ส่วนใหญ่เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้ทับศัพท์กันในวงการไทย การเข้าใจความหมายให้ถูกต้องช่วยให้อ่านบทความและวางแผนงาน SEO ได้ตรงจุดขึ้น ใช้หน้านี้เป็นจุดเช็คความหมายเบื้องต้น แล้วตามไปอ่านรายละเอียดเจาะลึกในบทความที่ลิงก์ไว้แต่ละคำ

เริ่มลงมือทำ SEO หลังเข้าใจศัพท์พื้นฐานแล้ว

NOAH รวมงานหาคีย์เวิร์ด วิเคราะห์คู่แข่ง และเขียนบทความ SEO ไว้ในระบบเดียว ช่วยให้นำศัพท์เหล่านี้ไปใช้ได้จริงโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

ดูเครื่องมือ SEO ทั้งหมด