Local SEO

Google Business Profile คืออะไร และวิธีสร้างโปรไฟล์ร้านให้ครบตั้งแต่วันแรก

Google Business Profile คืออะไร และวิธีสร้างโปรไฟล์ร้านให้ครบตั้งแต่การยืนยันตัวตน เลือก Category ตั้งเวลาเปิดปิด ไปจนถึงเพิ่มรูปภาพและตอบคำถามในส่วน Q&A

ทีม NOAH · เผยแพร่ 3 กันยายน 2569 · อัปเดต 3 กันยายน 2569 · อ่าน 15 นาที

พ่อค้าถือลังส้มยิ้มอยู่หน้าร้านค้าท้องถิ่น

สรุปสั้น

  • Google Business Profile คือโปรไฟล์ธุรกิจฟรีของ Google ที่ทำให้ร้านหรือบริการของคุณปรากฏบน Google Maps และผลการค้นหาเมื่อลูกค้าหาสิ่งที่คุณขายในพื้นที่ใกล้เคียง
  • การยืนยันตัวตนเป็นขั้นตอนบังคับก่อนโปรไฟล์จะแสดงผลเต็มรูปแบบ ส่วนใหญ่ทำผ่านไปรษณียบัตรหรือโทรศัพท์ ขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่ Google เสนอให้ในขณะนั้น
  • ต้องเลือก Category หลักให้ตรงกับธุรกิจที่สุด และเพิ่ม Category รองเฉพาะบริการที่ทำจริง เพราะ Category มีผลโดยตรงต่อว่าลูกค้าค้นหาคำไหนแล้วเจอร้านคุณ
  • ธุรกิจที่ให้บริการถึงบ้านลูกค้าควรตั้งเป็นพื้นที่บริการแทนที่อยู่ร้าน ส่วนธุรกิจที่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามาต้องใส่ที่อยู่จริงให้ครบและตรงกับป้ายหน้าร้าน
  • โปรไฟล์ที่มีรูปภาพครบ ตอบคำถามในส่วน Q&A และอัปเดตเวลาทำการรวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์อย่างสม่ำเสมอ มักสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วกว่าโปรไฟล์ที่ข้อมูลไม่ครบ

เจ้าของร้านหรือธุรกิจบริการหลายคนเคยเจอลูกค้าถามว่า “เปิดกี่โมง” หรือ “อยู่ตรงไหน” ทั้งที่ข้อมูลนี้ควรหาเจอเองได้จาก Google โดยไม่ต้องถาม นี่คือสัญญาณว่าโปรไฟล์ธุรกิจบน Google ยังตั้งค่าไม่ครบ

บทความนี้พาไปทำความเข้าใจว่า Google Business Profile คืออะไร และสอนขั้นตอนสร้างโปรไฟล์ให้ครบตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่การยืนยันตัวตน เลือก Category ตั้งเวลาทำการ ไปจนถึงเพิ่มรูปภาพและดูแลส่วนคำถามคำตอบ อ่านจบแล้วคุณจะตั้งโปรไฟล์ของธุรกิจตัวเองได้ครบทุกจุดโดยไม่พลาดขั้นตอนสำคัญ

Google Business Profile คืออะไร

Google Business Profile คืออะไร

Google Business Profile คือโปรไฟล์ธุรกิจฟรีที่ Google ให้เจ้าของธุรกิจสร้างและจัดการเอง เพื่อให้ข้อมูลอย่างชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร เวลาทำการ และรูปภาพ ปรากฏบน Google Maps และในผลการค้นหาเมื่อมีคนค้นหาธุรกิจประเภทนั้นในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเครื่องมือหลักของงาน Local SEO เพราะเป็นจุดแรกที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจว่าจะเลือกร้านไหน

ก่อนหน้านี้เครื่องมือนี้เคยชื่อ Google My Business แล้ว Google เปลี่ยนชื่อเป็น Google Business Profile ในภายหลัง สิทธิ์และฟังก์ชันหลักยังเหมือนเดิม ใครที่เคยได้ยินชื่อเก่าไม่ต้องสับสน เป็นบริการเดียวกัน

ขั้นตอนสร้างและตั้งค่า Google Business Profile

ขั้นตอนต่อไปนี้เรียงตามลำดับที่ควรทำจริง ตั้งแต่การอ้างสิทธิ์โปรไฟล์ ยืนยันตัวตน ไปจนถึงเติมข้อมูลให้ครบ ทำตามลำดับนี้จะช่วยลดโอกาสที่โปรไฟล์จะถูกระงับเพราะข้อมูลไม่สอดคล้องกัน

สร้างและตั้งค่า Google Business Profile ทีละขั้นตอน

  1. 1

    ค้นหาว่าธุรกิจของคุณมีโปรไฟล์อยู่แล้วหรือยัง

    ค้นชื่อร้านใน Google Maps ก่อนสร้างใหม่ บางครั้ง Google สร้างโปรไฟล์เบื้องต้นไว้ให้แล้วโดยอัตโนมัติ ถ้าเจอให้กด “อ้างสิทธิ์ธุรกิจนี้” แทนการสร้างใหม่ซ้ำซ้อน

  2. 2

    สร้างหรืออ้างสิทธิ์โปรไฟล์ด้วยบัญชี Google ของธุรกิจ

    ใช้บัญชี Google ที่เจ้าของธุรกิจดูแลเองในระยะยาว ไม่ควรใช้บัญชีส่วนตัวของพนักงานที่อาจลาออกในอนาคต

  3. 3

    ยืนยันตัวตนธุรกิจ

    Google จะเสนอวิธียืนยันที่มีให้เลือก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งไปรษณียบัตรที่มีรหัสยืนยันมาที่ที่อยู่ร้าน หรือโทรศัพท์ยืนยันแบบอัตโนมัติ ต้องทำขั้นตอนนี้ให้เสร็จก่อนโปรไฟล์จะแสดงผลแบบเต็มรูปแบบต่อสาธารณะ

  4. 4

    เลือก Category หลักและ Category รอง

    เลือก Category หลักที่ตรงกับธุรกิจของคุณมากที่สุด แล้วเพิ่ม Category รองเฉพาะบริการที่ทำจริงเท่านั้น อย่าเลือกหลายหมวดเกินจริงเพื่อหวังให้ค้นเจอง่ายขึ้น

  5. 5

    กำหนดที่อยู่หรือพื้นที่บริการให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจ

    ถ้ามีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามา ใส่ที่อยู่จริงให้ตรงกับป้ายหน้าร้าน ถ้าเป็นธุรกิจที่ให้บริการถึงบ้านลูกค้าโดยไม่มีหน้าร้าน ให้ตั้งเป็นพื้นที่บริการแทน

  6. 6

    ใส่เวลาทำการให้ครบรวมถึงวันหยุดพิเศษ

    ตั้งเวลาเปิดปิดของแต่ละวันในสัปดาห์ให้ตรงกับความจริง แล้วอัปเดตเวลาพิเศษล่วงหน้าในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ของไทยที่ร้านปิดหรือเปิดเวลาต่างจากปกติ

  7. 7

    อัปโหลดรูปภาพร้านและสินค้า

    ใส่รูปหน้าร้าน ภายในร้าน สินค้าหรือบริการ และทีมงาน อย่างน้อยหมวดละหนึ่งรูป เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจมา

  8. 8

    เปิดใช้งานและติดตามส่วน Q&A

    หมั่นเข้าไปดูว่ามีคำถามใหม่จากลูกค้าในส่วนคำถามคำตอบหรือไม่ แล้วตอบด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะคำถามที่ไม่มีคำตอบอาจทำให้ลูกค้ารายอื่นเข้าใจผิดได้

ชายสวมผ้ากันเปื้อนคุยโทรศัพท์ธุรกิจหน้าร้านพร้อมจดโน้ต

การยืนยันตัวตน: ไปรษณียบัตรหรือโทรศัพท์

การยืนยันตัวตนเป็นขั้นตอนที่หลายคนพลาดเพราะไม่รู้ว่าต้องรอ Google ตอบสนอง วิธีที่ Google เสนอให้จะขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและข้อมูลที่กรอกไว้ ณ ขณะนั้น ไม่สามารถเลือกวิธีเองได้เสมอไป

วิธียืนยันลักษณะการทำงานสิ่งที่ต้องระวัง
ไปรษณียบัตรGoogle ส่งการ์ดที่มีรหัสยืนยันมาที่ที่อยู่ร้านต้องมีคนรับที่ที่อยู่นั้นจริงและอาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะถึง
โทรศัพท์ระบบโทรอัตโนมัติแจ้งรหัสยืนยันผ่านเบอร์ที่ลงทะเบียนไว้ต้องใช้เบอร์ที่ใส่ในโปรไฟล์และรับสายได้จริงในขณะยืนยัน
เปรียบเทียบวิธียืนยันตัวตนที่พบบ่อย

ห้ามใช้ที่อยู่ปลอมหรือที่อยู่ที่ไปรับการ์ดไม่ได้

ถ้าใส่ที่อยู่ที่ไม่มีคนรับไปรษณียบัตรได้จริง กระบวนการยืนยันจะล่าช้าหรือไม่สำเร็จ และอาจทำให้ Google พิจารณาว่าธุรกิจนี้ไม่มีตัวตนจริง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกระงับโปรไฟล์ได้

เลือก Category หลักและ Category รองอย่างไรให้ถูกต้อง

Category คือหมวดหมู่ที่บอก Google ว่าธุรกิจของคุณทำอะไร มีผลโดยตรงต่อว่าเมื่อลูกค้าค้นหาคำใดแล้วจะเจอโปรไฟล์ของคุณ Category หลักควรเป็นสิ่งที่ตรงกับธุรกิจหลักของคุณมากที่สุด ไม่ใช่หมวดที่กว้างที่สุดหรือหมวดที่คิดว่าคนค้นหาเยอะที่สุด

  • Category หลักต้องตรงกับสิ่งที่ธุรกิจทำเป็นหลักจริง เช่น คลินิกทันตกรรมควรเลือกหมวดคลินิกทันตกรรมโดยตรง ไม่ใช่หมวดคลินิกทั่วไป
  • Category รองใส่เฉพาะบริการที่ทำจริงในสถานที่นั้น เช่น ร้านกาแฟที่มีขนมอบขายด้วยอาจเพิ่มหมวดร้านเบเกอรี่เป็นหมวดรอง
  • อย่าใส่ Category ที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อหวังให้ค้นเจอง่ายขึ้น เพราะอาจทำให้ลูกค้าที่ค้นหาคำนั้นเข้ามาแล้วผิดหวังเมื่อไม่เจอบริการจริง

พื้นที่บริการ กับ ที่อยู่ร้าน: เลือกอย่างไรให้ตรงกับธุรกิจ

ธุรกิจสองแบบต้องตั้งค่าตำแหน่งต่างกัน ธุรกิจที่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามาซื้อหรือใช้บริการต้องใส่ที่อยู่จริง ส่วนธุรกิจที่เดินทางไปให้บริการถึงที่ เช่น ช่างซ่อมแอร์หรือแม่บ้านทำความสะอาด ควรตั้งเป็นพื้นที่บริการแทนการแสดงที่อยู่ต่อสาธารณะ

รูปแบบธุรกิจควรตั้งค่าแบบไหนตัวอย่าง
มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามาใส่ที่อยู่จริงและแสดงต่อสาธารณะร้านกาแฟย่านอารีย์ คลินิกทันตกรรมในเชียงใหม่
ให้บริการถึงบ้านลูกค้า ไม่มีหน้าร้านตั้งเป็นพื้นที่บริการ ซ่อนที่อยู่จริงช่างซ่อมแอร์ แม่บ้านทำความสะอาด บริการส่งอาหาร
มีทั้งหน้าร้านและให้บริการถึงบ้านใส่ที่อยู่ร้านและเพิ่มพื้นที่บริการควบคู่กันร้านซักรีดที่มีหน้าร้านและรับส่งถึงบ้าน
เปรียบเทียบการตั้งค่าที่อยู่ตามรูปแบบธุรกิจ

อ่านเพิ่มเติมเรื่องความสอดคล้องของข้อมูล NAP

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ชื่อร้าน ที่อยู่ และเบอร์โทรที่ใส่ในโปรไฟล์ต้องตรงกับที่แสดงบนเว็บไซต์และช่องทางอื่นเสมอ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความเรื่องLocal Keyword และ NAP

เวลาทำการ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ของไทย

การตั้งเวลาทำการให้ถูกต้องช่วยลดปัญหาลูกค้ามาถึงร้านแล้วพบว่าปิด นอกจากเวลาเปิดปิดปกติของแต่ละวันแล้ว ควรอัปเดตเวลาพิเศษล่วงหน้าในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เช่น วันสงกรานต์ วันปีใหม่ หรือวันหยุดยาวที่ร้านอาจปิดหรือเปลี่ยนเวลาทำการจากปกติ

  1. 1ตั้งเวลาทำการปกติของทุกวันในสัปดาห์ให้ตรงกับความจริง รวมถึงวันที่ร้านปิดประจำ
  2. 2เปิดฟีเจอร์เวลาพิเศษ (special hours) แล้วใส่วันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ร้านปิดหรือเปลี่ยนเวลาล่วงหน้า
  3. 3อัปเดตทันทีถ้ามีการเปลี่ยนเวลาทำการกะทันหัน เช่น ปิดปรับปรุงร้านชั่วคราว
  4. 4ตรวจสอบเวลาทำการทุกสองสามเดือน เพราะบางครั้งเวลาที่ตั้งไว้ตอนสร้างโปรไฟล์อาจไม่ตรงกับเวลาจริงที่ใช้ในปัจจุบันแล้ว
เจ้าของร้านสองคนถือป้ายเปิดร้านต้อนรับลูกค้าหน้าร้าน

รูปภาพร้าน: ใส่อะไรบ้างให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น

โปรไฟล์ที่มีรูปภาพครบมักได้รับความสนใจจากลูกค้ามากกว่าโปรไฟล์ที่ไม่มีรูปหรือมีแค่รูปเดียว รูปภาพช่วยให้ลูกค้าเห็นบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจว่าจะมาร้านหรือใช้บริการหรือไม่

  • รูปหน้าร้านที่ถ่ายในเวลากลางวัน ให้เห็นป้ายและทางเข้าชัดเจน
  • รูปภายในร้านหรือพื้นที่ให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าเห็นบรรยากาศก่อนมาจริง
  • รูปสินค้าหรือตัวอย่างบริการ ถ่ายให้เห็นรายละเอียดชัดเจน
  • รูปทีมงานหรือเจ้าของร้าน ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นกันเองและน่าเชื่อถือ

ส่วน Q&A: ดูแลอย่างไรไม่ให้ข้อมูลผิดหลุดออกไป

ส่วนคำถามคำตอบ (Q&A) เปิดให้ใครก็ได้ตั้งคำถามและตอบได้ ไม่ใช่แค่เจ้าของธุรกิจ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจมีคนอื่นตอบคำถามด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เจ้าของธุรกิจจึงควรเข้าไปตรวจและตอบเองสม่ำเสมอ

ตั้งคำถามที่พบบ่อยด้วยตัวเองก่อนได้

เจ้าของธุรกิจสามารถตั้งคำถามที่ลูกค้ามักถามบ่อยด้วยบัญชีตัวเองแล้วตอบทันที เพื่อให้ข้อมูลสำคัญ เช่น มีที่จอดรถไหมหรือรับชำระเงินแบบไหน ปรากฏอยู่ในโปรไฟล์ตั้งแต่ต้นโดยไม่ต้องรอลูกค้าถามก่อน

โพสต์อัปเดตบน Google Business Profile ควรใส่อะไรบ้าง

นอกจากข้อมูลพื้นฐาน โปรไฟล์ยังมีฟีเจอร์โพสต์อัปเดตคล้ายโซเชียลมีเดีย เหมาะสำหรับแจ้งข่าวสารที่เปลี่ยนบ่อย เช่น โปรโมชันช่วงเวลาจำกัด สินค้าเข้าใหม่ หรือประกาศวันหยุดพิเศษ ไม่ควรปล่อยว่างไว้เฉย ๆ เพราะโปรไฟล์ที่มีความเคลื่อนไหวมักดูน่าเชื่อถือกว่าโปรไฟล์ที่ไม่มีการอัปเดตมานาน

ประเภทโพสต์เหมาะกับความถี่ที่แนะนำ
โปรโมชันแจ้งส่วนลดหรือแคมเปญช่วงเวลาจำกัดเมื่อมีโปรโมชันจริงเท่านั้น
สินค้าหรือบริการใหม่แนะนำสินค้าที่เพิ่งเปิดขายทุกครั้งที่มีของใหม่จริง
ประกาศทั่วไปแจ้งวันหยุดพิเศษหรือการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวเมื่อมีเหตุการณ์ที่ลูกค้าควรรู้ล่วงหน้า
ตัวอย่างเนื้อหาที่โพสต์ได้บน Google Business Profile

เมื่อโปรไฟล์เสร็จแล้ว ควรทำอะไรต่อ

หลังตั้งค่าโปรไฟล์ครบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือดูแลให้ข้อมูลถูกต้องอยู่เสมอและเชื่อมโยงกับงาน Local SEO ในภาพรวม เช่น การรักษาความสอดคล้องของชื่อร้าน ที่อยู่ และเบอร์โทรทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต อ่านเพิ่มเติมเรื่องการทำ Google Business Profile ให้ครบทุกฟีเจอร์ และภาพรวมของLocal SEO เพื่อวางแผนงานให้ครบวงจร

หัวข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของLocal SEO สำหรับ SME ถ้าธุรกิจของคุณมีหลายสาขา ควรตั้งค่าโปรไฟล์แยกของแต่ละสาขาให้ครบตามขั้นตอนเดียวกันนี้ ไม่ควรใช้โปรไฟล์เดียวแทนหลายสาขา

คำถามที่พบบ่อย

สร้าง Google Business Profile ต้องเสียเงินไหม+

ไม่เสียเงิน Google Business Profile เป็นบริการฟรีสำหรับเจ้าของธุรกิจทุกคน สิ่งที่ต้องใช้คือเวลาในการตั้งค่าและยืนยันตัวตนให้ครบถ้วน

ยืนยันตัวตนด้วยไปรษณียบัตรใช้เวลานานแค่ไหน+

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับระบบไปรษณีย์ในพื้นที่นั้น ควรตรวจสอบตู้จดหมายหรือให้คนที่ที่อยู่นั้นคอยรับอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรสร้างโปรไฟล์ใหม่ซ้ำระหว่างรอ เพราะจะยิ่งทำให้สับสน

เลือก Category หลักผิดแล้วแก้ไขทีหลังได้ไหม+

แก้ไขได้ ให้เข้าไปที่การตั้งค่าโปรไฟล์แล้วเปลี่ยน Category หลักให้ตรงกับธุรกิจจริง ควรรีบแก้ทันทีที่รู้ตัวเพราะ Category มีผลต่อว่าลูกค้าค้นคำไหนแล้วเจอร้านคุณ

ธุรกิจที่ไม่มีหน้าร้านควรใส่ที่อยู่ไหม+

ไม่ควรแสดงที่อยู่จริงต่อสาธารณะถ้าไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามา ให้ตั้งเป็นพื้นที่บริการแทน เพื่อบอก Google ว่าธุรกิจให้บริการในรัศมีไหนโดยไม่เปิดเผยที่อยู่ส่วนตัว

ต้องตอบทุกคำถามในส่วน Q&A ไหม+

ควรตอบคำถามที่เกี่ยวกับข้อมูลสำคัญของธุรกิจโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยไว้นานอาจมีคนอื่นเข้ามาตอบด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแทน

Google Business Profile โพสต์อะไรดีถ้าไม่มีโปรโมชัน+

สามารถโพสต์ประกาศทั่วไป เช่น แจ้งวันหยุดพิเศษ สินค้าหรือบริการที่เพิ่มเข้ามาใหม่ หรืออัปเดตเวลาทำการที่เปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นต้องมีโปรโมชันเสมอไป

เจ้าของร้านกาแฟถือป้ายเปิดร้านด้วยความยินดีหน้าร้าน

สรุป

Google Business Profile คือจุดแรกที่ลูกค้าในพื้นที่ใช้ตัดสินใจเลือกร้านหรือบริการของคุณ การตั้งค่าให้ครบตั้งแต่การยืนยันตัวตน เลือก Category ที่ตรงกับธุรกิจ กำหนดที่อยู่หรือพื้นที่บริการให้ถูกรูปแบบ ใส่เวลาทำการรวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพิ่มรูปภาพ และดูแลส่วน Q&A อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้โปรไฟล์ของคุณน่าเชื่อถือและพร้อมต้อนรับลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งาน

ตั้งค่า Local SEO ให้ครบทั้งเว็บไซต์และโปรไฟล์ร้าน

NOAH ช่วยตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลร้านระหว่างเว็บไซต์กับ Google Business Profile และแนะนำจุดที่ควรแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่หาเจอง่ายขึ้น

เริ่มฟรี 3 บทความ

อ่านต่อ

Local SEO

ทำอย่างไรให้ร้านติด Google Maps และขึ้น Local Pack 3 อันดับแรก

แนวทางที่ทำให้ร้านติด Google Maps และขึ้น Local Pack 3 อันดับแรก ตั้งแต่การตั้งค่า Google Business Profile ไปจนถึงปัจจัยจัดอันดับที่ Google ใช้จริง

Local SEO

รีวิว Google มีผลต่ออันดับไหม และวิธีขอรีวิวลูกค้าโดยไม่ผิดกติกา

รีวิว Google มีผลต่อ SEO ไหม อธิบายบทบาทของรีวิวในการจัดอันดับ Google Maps พร้อมวิธีขอรีวิวลูกค้าและตอบรีวิวอย่างถูกวิธีโดยไม่ผิดนโยบาย

Local SEO

Local SEO กรุงเทพ: ทำเล เขต และสถานีรถไฟฟ้าที่เปลี่ยนวิธีเลือกคีย์เวิร์ด

แนวทาง Local SEO กรุงเทพสำหรับ SME ที่แข่งขันสูง เจาะคีย์เวิร์ดระดับย่านและสถานี BTS MRT แทนการแข่งด้วยคำกว้างระดับเมืองทั้งเมือง