Technical SEO

หน้า 404 มีผลต่อ SEO ไหม และ Soft 404 คืออะไรกันแน่

อธิบายหน้า 404 ว่าปกติหรือไม่สำหรับ SEO แยกความต่างจาก soft 404 ที่มักเกิดโดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีตรวจและแก้

ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 15 นาที

โค้ดเว็บไซต์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

สรุปสั้น

  • หน้า 404 ที่คืนสถานะ HTTP 404 อย่างถูกต้องเป็นเรื่องปกติของเว็บไซต์ ไม่ได้ทำร้าย SEO ในตัวมันเอง
  • Soft 404 คือหน้าที่เนื้อหาแสดงว่าไม่พบข้อมูล แต่กลับคืนสถานะ HTTP 200 ทำให้ระบบสับสนว่าหน้านี้มีอยู่จริงหรือไม่
  • Google Search Console มีรายงานแยกประเภท Soft 404 ไว้ต่างหากจากหน้า 404 ปกติ
  • หน้าที่ลบถาวรควรคืน 404 หรือ 410 ส่วนหน้าที่ย้ายไปที่อยู่ใหม่ควรใช้ redirect แทน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็น soft 404
  • หน้า 404 ที่ออกแบบดีช่วยผู้อ่านหาทางกลับเข้าเว็บได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประสบการณ์ผู้ใช้แม้จะไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับโดยตรง

หลายทีมตกใจเมื่อเห็นรายงานใน Google Search Console มีรายชื่อหน้า 404 อยู่หลายสิบ URL แล้วเข้าใจว่าเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ทั้งหมด แต่ความจริงหน้า 404 ที่คืนสถานะถูกต้องเป็นเรื่องปกติของทุกเว็บไซต์ สิ่งที่ควรระวังจริง ๆ คือ soft 404 ซึ่งเป็นปัญหาคนละแบบ

สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่เพิ่งเปิด Search Console มาดูครั้งแรก ความสับสนนี้พบได้บ่อยมาก บทความนี้จะอธิบายให้ชัดว่าเมื่อไรควรตกใจ เมื่อไรไม่ต้องกังวล และวิธีตรวจแยกสองปัญหานี้ออกจากกันด้วยตัวเอง

หน้า 404 มีผลต่อ SEO ไหม

หน้า 404 มีผลต่อ SEO ไหม

หน้าที่คืนสถานะ HTTP 404 อย่างถูกต้องเมื่อ URL นั้นไม่มีอยู่จริงเป็นพฤติกรรมปกติของเว็บไซต์ทุกแห่ง และไม่ได้ทำร้ายอันดับของเว็บโดยรวม เพราะ Google เข้าใจว่าเนื้อหาบางส่วนถูกลบหรือไม่มีอยู่จริงเป็นเรื่องธรรมดา ปัญหาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหน้าไม่ควรเป็น 404 แต่กลับเป็น เช่น ลิงก์เสียที่ควรจะใช้งานได้ หรือหน้าที่แสดงข้อความว่าไม่พบข้อมูลแต่กลับคืนสถานะ HTTP 200 ซึ่งเรียกว่า soft 404

พูดอีกแบบคือ Google ไม่ได้ลงโทษเว็บที่มีหน้า 404 เพราะรู้ดีว่าเว็บไซต์ทุกแห่งมีหน้าที่ถูกลบหรือเปลี่ยนที่อยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญคือหน้า 404 นั้นบอกความจริงหรือไม่ ถ้าหน้าไม่มีอยู่จริงแล้วคืนสถานะ 404 ตรงไปตรงมา นั่นคือพฤติกรรมที่ถูกต้องและไม่มีผลเสีย

โค้ดเว็บไซต์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

Soft 404 คืออะไร

soft 404 คือหน้าที่เนื้อหาบนหน้าสื่อว่าไม่พบข้อมูลหรือหน้านั้นไม่มีอยู่จริง เช่น ข้อความ “ไม่พบสินค้าที่คุณค้นหา” หรือหน้าว่างเปล่า แต่เซิร์ฟเวอร์กลับส่งสถานะ HTTP 200 (สำเร็จ) กลับไปแทนที่จะเป็น 404 หรือ 410 ทำให้ Google สับสนว่าหน้านี้มีเนื้อหาจริงหรือไม่ ตามเอกสารของ Google Search Central Google จะพยายามตรวจจับ soft 404 จากสัญญาณต่าง ๆ บนหน้า แล้วจัดประเภทแยกไว้ในรายงานต่างหาก

ประเด็น404 ปกติSoft 404
สถานะ HTTP ที่คืนกลับ404 (หรือ 410 ถ้าลบถาวร)200 แม้เนื้อหาจะบอกว่าไม่พบข้อมูล
Google เข้าใจว่าอย่างไรรู้ชัดเจนว่าหน้านี้ไม่มีอยู่จริงสับสนว่าหน้านี้ควรถูก index หรือไม่
ผลกระทบปกติ ไม่ใช่ปัญหาถ้าคืนสถานะถูกต้องอาจทำให้หน้าที่ไม่ควรมีเนื้อหาถูก crawl ซ้ำโดยเปล่าประโยชน์
เปรียบเทียบ 404 ปกติกับ Soft 404

ทำไม soft 404 ถึงเป็นปัญหาจริง

เมื่อ Google เจอหน้าที่คืนสถานะ 200 แต่เนื้อหาบอกว่าไม่พบข้อมูล ระบบจะยังคง crawl หน้านั้นซ้ำ ๆ เป็นระยะ เพราะไม่แน่ใจว่าเนื้อหาจะเปลี่ยนกลับมามีข้อมูลจริงเมื่อไร การ crawl ที่สูญเปล่านี้กินโควตา crawl budget ของเว็บ ซึ่งอาจทำให้ Google ใช้เวลากับหน้าสำคัญอื่นน้อยลง โดยเฉพาะเว็บที่มีหน้าจำนวนมาก เช่น เว็บอีคอมเมิร์ซที่มีสินค้าหมดสต๊อกจำนวนมาก

สาเหตุที่ทำให้เกิด Soft 404

  • ระบบจัดการเนื้อหาหรือ framework ตั้งค่าให้หน้าที่ไม่พบข้อมูลคืนสถานะ 200 โดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้พัฒนาไม่ได้แก้ไข
  • หน้าสินค้าที่หมดสต็อกถูกลบเนื้อหาออกจนเกือบว่างเปล่า แต่ URL ยังคืนสถานะ 200 อยู่
  • หน้าค้นหาภายในเว็บที่ไม่พบผลลัพธ์ แต่ยังคืนสถานะ 200 พร้อมข้อความ “ไม่พบผลลัพธ์”
  • redirect ที่ตั้งค่าผิดพลาด ไปจบที่หน้าแจ้งข้อผิดพลาดที่คืนสถานะ 200 แทนที่จะเป็นหน้าที่ตั้งใจ
  • หน้าโปรโมชันหรือแคมเปญที่หมดอายุแล้วแต่ยังปล่อยให้ URL เข้าถึงได้ พร้อมข้อความว่าโปรโมชันนี้จบไปแล้ว

วิธีตรวจและแก้ Soft 404

ตรวจและแก้ soft 404 ทีละขั้นตอน

  1. 1

    เปิดรายงาน Pages ใน Google Search Console

    ดูหมวด “Soft 404” แยกจากหมวด “Not found (404)” เพื่อดูรายชื่อ URL ที่ Google ตรวจพบว่าเป็นปัญหานี้

  2. 2

    ตรวจสอบแต่ละ URL ว่าควรมีอยู่จริงหรือไม่

    ถ้าหน้านั้นไม่ควรมีอยู่แล้ว ให้ตั้งค่าให้คืนสถานะ 404 หรือ 410 อย่างถูกต้อง

  3. 3

    ตั้งค่า redirect ถ้าหน้าย้ายไปที่อยู่ใหม่

    ถ้าเนื้อหาย้ายไปหน้าอื่น ควรใช้ redirect แทนการปล่อยให้เป็น soft 404 อ่านหลักการเลือกชนิด redirect เพิ่มเติมได้จากบทความเรื่อง technical SEO ในหมวด หน้ารวม Technical SEO

  4. 4

    ตรวจซ้ำหลังแก้ไข

    ใช้เครื่องมือ URL Inspection ใน Search Console ตรวจว่าสถานะ HTTP ที่คืนกลับถูกต้องแล้ว

  5. 5

    ติดตามผลในรอบถัดไป

    รายงาน Soft 404 ใน Search Console ใช้เวลาปรับปรุงหลังแก้ไขจริง อย่าคาดหวังว่ารายชื่อจะหายไปทันทีในวันถัดไป ควรกลับมาตรวจซ้ำในอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์

โค้ดเว็บไซต์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

ตัวอย่างสมมติ: ร้านค้าที่สินค้าหมดสต๊อกบ่อย

ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เคสจริง สมมติร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ที่มีสินค้าหมดสต๊อกอยู่เสมอ เมื่อสินค้าหมด ระบบหลังบ้านจะลบรูปและรายละเอียดสินค้าออก เหลือแค่หน้าเปล่า ๆ ที่มีข้อความ "สินค้าหมด" แต่ URL ยังคืนสถานะ 200 อยู่ เมื่อสินค้ามีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หน้าลักษณะนี้ก็เพิ่มขึ้นตาม กลายเป็น soft 404 นับร้อยหน้าโดยไม่รู้ตัว ทางแก้ที่ทีมเลือกใช้คือแยกสถานะสินค้าเป็นสองแบบ คือสินค้าที่จะกลับมาขายอีกให้แสดงข้อความแจ้งว่าสินค้าหมดชั่วคราวพร้อมคงสถานะ 200 ไว้ตามปกติเพราะเนื้อหายังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้ ส่วนสินค้าที่เลิกขายถาวรให้ตั้งค่าคืนสถานะ 410 แทน

ออกแบบหน้า 404 ให้มีประโยชน์

แม้หน้า 404 จะไม่ใช่ปัญหาต่อ SEO โดยตรง แต่การออกแบบหน้านี้ให้มีประโยชน์ต่อผู้อ่านก็ยังสำคัญ หน้า 404 ที่ดีควรบอกชัดว่าไม่พบหน้าที่ต้องการ พร้อมมีลิงก์กลับไปหน้าหลักหรือหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ผู้อ่านต้องออกจากเว็บไปเลย

  • บอกชัดเจนว่าไม่พบหน้าที่ค้นหา ไม่ใช้ข้อความกำกวมที่ผู้อ่านไม่เข้าใจ
  • ใส่ลิงก์กลับไปหน้าแรกหรือหมวดหมู่สินค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ใส่ช่องค้นหาให้ผู้อ่านลองค้นหาสิ่งที่ต้องการใหม่ได้ทันที
  • หลีกเลี่ยงการออกแบบให้ซับซ้อนเกินไปจนผู้อ่านสับสนมากกว่าเดิม

หน้า 404 ที่ดีช่วยรักษาผู้อ่านไว้ได้

แม้จะไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับโดยตรง แต่หน้า 404 ที่ออกแบบดีช่วยลดโอกาสที่ผู้อ่านจะปิดเว็บไปเลยทันทีที่เจอลิงก์เสีย ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมผู้ใช้ที่ Google นำไปพิจารณาในภาพรวม

410 ต่างจาก 404 ยังไง ใช้ตอนไหน

หลายคนรู้จักแค่สถานะ 404 แต่ยังไม่รู้ว่ามีสถานะ 410 (Gone) ด้วย ความต่างสำคัญคือ 404 บอกว่า "ไม่พบหน้านี้" ซึ่งอาจเป็นเพราะพิมพ์ URL ผิดหรือหน้าย้ายที่อยู่ ส่วน 410 บอกชัดเจนกว่าว่า "หน้านี้เคยมีอยู่จริงแต่ถูกลบทิ้งอย่างถาวรแล้ว" สำหรับหน้าที่รู้แน่ชัดว่าจะไม่กลับมาอีก เช่น สินค้าที่เลิกผลิตถาวรหรือโปรโมชันที่จบไปแล้วไม่มีวันจัดซ้ำ การใช้ 410 ช่วยให้ Google เข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนกว่าและอาจนำหน้านั้นออกจากดัชนีได้เร็วกว่าการใช้ 404 เฉย ๆ

ไม่จำเป็นต้องใช้ 410 เสมอไป

ถ้าไม่แน่ใจว่าหน้านั้นจะกลับมาอีกหรือไม่ การใช้ 404 ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องไล่เปลี่ยนทุกหน้าเป็น 410 เพราะความต่างในทางปฏิบัติระหว่างสองสถานะนี้มีผลไม่มากนัก สิ่งสำคัญกว่าคือสถานะที่คืนกลับต้องตรงกับความจริงของหน้านั้น

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเรื่อง 404 และ Soft 404

  • เห็นรายชื่อ 404 ปกติใน Search Console แล้วรีบไปแก้ทั้งหมด ทั้งที่บางส่วนเป็นพฤติกรรมปกติของเว็บ
  • ปล่อยให้หน้าสินค้าหมดสต็อกคืนสถานะ 200 พร้อมหน้าว่างเปล่า โดยไม่รู้ว่าเข้าข่าย soft 404
  • ใช้ redirect ไปหน้าแรกของเว็บสำหรับทุก URL ที่หายไป แทนที่จะคืน 404 ตามจริงหรือ redirect ไปหน้าที่เกี่ยวข้องจริง
  • ไม่เคยตรวจรายงาน Soft 404 แยกจากรายงาน 404 ปกติเลย ทำให้พลาดปัญหาที่ซ่อนอยู่
  • แก้ไข soft 404 แล้วคาดหวังว่ารายงานจะอัปเดตทันที ทั้งที่ Google ต้อง crawl ซ้ำก่อนถึงจะอัปเดตสถานะในรายงาน

คำถามที่พบบ่อย

มีหน้า 404 เยอะ ทำให้เว็บทั้งเว็บอันดับตกไหม+

หน้า 404 ที่คืนสถานะถูกต้องไม่ได้ทำให้เว็บทั้งเว็บอันดับตก Google เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่บางหน้าจะหายไปตามเวลา สิ่งที่ควรกังวลมากกว่าคือลิงก์ภายในเว็บที่ยังชี้ไปหน้าที่ลบไปแล้ว ซึ่งควรแก้ไขให้ชี้ไปหน้าที่ถูกต้อง

ควรใช้ 404 หรือ redirect เมื่อลบหน้าทิ้ง+

ถ้าเนื้อหาถูกลบถาวรและไม่มีหน้าใดมาแทนที่ ควรคืนสถานะ 404 หรือ 410 ตามจริง ถ้าเนื้อหาย้ายไปอยู่ที่ URL ใหม่ ควรใช้ redirect ไปยังหน้าใหม่นั้นแทน ไม่ควรปล่อยให้เป็น soft 404

Soft 404 ต่างจาก 404 ปกติตรงไหนที่สำคัญที่สุด+

ความต่างอยู่ที่สถานะ HTTP ที่เซิร์ฟเวอร์คืนกลับ 404 ปกติคืนสถานะ 404 ตรงกับเนื้อหาที่บอกว่าไม่พบข้อมูล ส่วน soft 404 เนื้อหาบอกว่าไม่พบข้อมูลแต่กลับคืนสถานะ 200 ทำให้ระบบตีความสับสน

ตรวจสอบ soft 404 ได้จากที่ไหน+

ตรวจได้จากรายงาน Pages ใน Google Search Console ซึ่งแยกหมวด Soft 404 ไว้ต่างหากจากหมวด 404 ปกติ

หน้า 404 ควรมี noindex ไหม+

ไม่จำเป็นต้องใส่ noindex เพราะสถานะ HTTP 404 เพียงพอที่จะบอก Google ว่าไม่ต้องเก็บหน้านี้เข้าดัชนีอยู่แล้ว การเน้นให้สถานะ HTTP ถูกต้องสำคัญกว่าการเพิ่ม noindex ในกรณีนี้

สินค้าหมดสต๊อกชั่วคราวควรทำเป็น 404 ไหม+

ไม่ควร ถ้าสินค้าจะกลับมาขายอีกในอนาคต ควรคงหน้าไว้ที่สถานะ 200 พร้อมแจ้งว่าสินค้าหมดชั่วคราว เพราะหน้านั้นยังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้และอาจยังมีคนค้นหาสินค้านั้นอยู่ ควรใช้ 404 หรือ 410 เฉพาะกรณีที่เลิกขายสินค้านั้นถาวรแล้วเท่านั้น

ใช้ WordPress อยู่ ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติมเรื่อง 404 ไหม+

WordPress จัดการหน้า 404 มาตรฐานให้อัตโนมัติอยู่แล้วผ่านไฟล์ธีม 404.php แต่ปัญหา soft 404 มักเกิดจากปลั๊กอินหรือหน้าที่สร้างแบบไดนามิก เช่น หน้าผลการค้นหาภายในเว็บหรือหน้าหมวดหมู่สินค้าที่ยังไม่มีสินค้า ควรตรวจสอบหน้าลักษณะนี้เป็นพิเศษว่าคืนสถานะ HTTP ถูกต้องหรือไม่

สรุป

หน้า 404 ที่คืนสถานะถูกต้องเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่ควรตรวจสอบจริงจังคือ soft 404 ซึ่งเกิดจากหน้าที่เนื้อหาบอกว่าไม่พบข้อมูลแต่กลับคืนสถานะ 200 แยกสองรายงานนี้ให้ชัดใน Search Console แล้วแก้เฉพาะจุดที่ผิดจริง ไม่ต้องรีบแก้หน้า 404 ทุกหน้าที่เห็นในรายงาน เพราะส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมปกติที่ไม่ต้องกังวล จำหลักง่าย ๆ ไว้ว่า สถานะ HTTP ต้องตรงกับความจริงของหน้าเสมอ ถ้าหน้าไม่มีอยู่จริงให้คืน 404 หรือ 410 ถ้าหน้าย้ายที่อยู่ให้ใช้ redirect และถ้าหน้ายังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้แม้จะไม่มีสินค้าให้แสดงตอนนี้ ให้คงสถานะ 200 ไว้ตามเดิม

ถ้าอยากเห็นภาพรวมของหัวข้อนี้ทั้งหมด เริ่มที่หน้ารวมTechnical SEO แล้วค่อยเจาะรายละเอียดต่อที่ WordPress Speed SEO เทียบ Next.js — ทำไมเว็บเดิมช้า และย้ายแพลตฟอร์มคุ้มไหม และ CLS คืออะไร ทำไมหน้าเว็บถึงกระตุกตอนกำลังจะกดปุ่ม

ตรวจสถานะ index และปัญหาทาง technical ของเว็บได้ง่ายขึ้น

ดูภาพรวมเครื่องมือ SEO ด้าน technical ที่ช่วยตรวจสุขภาพเว็บไซต์ตั้งแต่สถานะ 404 ไปจนถึงการ index

ดูเครื่องมือ SEO ทั้งหมด

อ่านต่อ