Backlink Checker คืออะไร ใช้เช็ค Backlink ตัวเองและคู่แข่งอย่างไร
อธิบาย Backlink Checker ว่าทำงานอย่างไร อ่านรายงานอย่างไรให้ถูก และมีวิธีตรวจลิงก์เบื้องต้นแบบไม่เสียเงินด้วย Google Search Console
ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 14 นาที

สรุปสั้น
- ✓Backlink Checker คือเครื่องมือที่คลานเว็บทั่วอินเทอร์เน็ตเพื่อรวบรวมและรายงานลิงก์ที่ชี้มายังเว็บไซต์หนึ่ง ๆ
- ✓ไม่มีเครื่องมือใดเก็บลิงก์ได้ครบ 100% เพราะแต่ละตัวคลานเว็บด้วยฐานข้อมูลของตัวเอง ตัวเลขจึงต่างกันได้
- ✓Google Search Console มีรายงาน Links ที่แสดงเว็บที่ลิงก์มาหาเราได้ฟรี โดยตรงจากข้อมูลของ Google เอง
- ✓NOAH ไม่มีฟีเจอร์ backlink checker ในตัว ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางเมื่อจำเป็นต้องดูข้อมูลเชิงลึกของคู่แข่ง
- ✓การอ่านรายงาน backlink ให้ถูกต้องต้องแยก referring domain ออกจากจำนวนลิงก์ทั้งหมด เพราะสองค่านี้ให้ความหมายต่างกัน
หลายคนถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเว็บของตัวเองมีลิงก์จากที่ไหนบ้าง คำตอบตรง ๆ คือเว็บไซต์เองไม่มีทางรู้ได้ด้วยตัวมันเอง ต้องอาศัยเครื่องมือที่คลานหาลิงก์ทั่วอินเทอร์เน็ตมาให้ ซึ่งเรียกรวม ๆ ว่า backlink checker
บทความนี้อธิบายว่า backlink checker ทำงานอย่างไร อ่านตัวเลขในรายงานอย่างไรไม่ให้เข้าใจผิด มีทางเลือกฟรีอะไรบ้างก่อนต้องจ่ายเงินซื้อเครื่องมือเฉพาะทาง พร้อมตัวอย่างสมมติที่ช่วยให้เห็นภาพวิธีใช้งานจริง เนื้อหานี้อยู่ในหมวดกลยุทธ์ SEO ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ลิงก์โดยเฉพาะ
Backlink Checker คืออะไร
Backlink Checker คืออะไร
Backlink Checker คือเครื่องมือที่คลานเว็บ (crawl) ทั่วอินเทอร์เน็ตด้วยฐานข้อมูลของตัวเอง แล้วรวบรวมลิงก์ที่พบว่าชี้มายังเว็บไซต์หนึ่ง ๆ จากนั้นสรุปเป็นรายงานให้ดูว่ามีเว็บใดลิงก์มาบ้าง ผ่าน anchor text อะไร และลิงก์นั้นมี attribute แบบไหน เครื่องมือแต่ละตัวมีขนาดฐานข้อมูลไม่เท่ากัน ตัวเลขที่รายงานจึงเป็นค่าประมาณจากมุมมองของเครื่องมือนั้น ไม่ใช่ตัวเลขสัมบูรณ์ที่ตรงกับสิ่งที่ Google เห็นทั้งหมด
เหตุผลที่ตัวเลขจากแต่ละเครื่องมือไม่ตรงกันคือฐานข้อมูลลิงก์ของแต่ละเจ้าถูกสร้างขึ้นเองอิสระต่อกัน ไม่มีเครื่องมือภายนอกตัวไหนเข้าถึงดัชนีลิงก์ทั้งหมดของ Google ได้โดยตรง ดังนั้นเมื่อเทียบตัวเลขระหว่างสองเครื่องมือแล้วไม่ตรงกัน ไม่ได้แปลว่าตัวใดตัวหนึ่งผิด แค่มองเห็นคนละมุม

ใช้ Backlink Checker ทำอะไรได้บ้าง
- ดูว่าเว็บของตัวเองมีลิงก์จากที่ไหนบ้าง เพื่อประเมินว่าความพยายามสร้างลิงก์ที่ผ่านมาได้ผลจริงหรือไม่
- เช็ค Backlink คู่แข่งเพื่อดูว่าเขาได้ลิงก์จากแหล่งไหนที่เรายังไม่มี และอาจเป็นโอกาสที่เข้าถึงได้เหมือนกัน
- ตรวจสอบว่าลิงก์ภายในของตัวเองยังใช้งานได้อยู่ ไม่ได้เสียหรือถูกลบไปโดยเว็บต้นทาง
- ดู anchor text profile โดยรวมว่าหลากหลายเป็นธรรมชาติ หรือกระจุกอยู่ที่คำเดียวจนดูผิดปกติ
วิธีอ่านรายงาน Backlink Checker
| คอลัมน์ | ความหมาย |
|---|---|
| Referring Domain | จำนวนโดเมนที่ไม่ซ้ำกันซึ่งมีลิงก์มาหาเว็บเรา ต่างจากจำนวนลิงก์ทั้งหมด เพราะเว็บเดียวอาจลิงก์มาหลายเส้น |
| Domain Rating / Domain Authority | คะแนนที่เครื่องมือแต่ละเจ้าคิดขึ้นเองเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของโดเมน ไม่ใช่ตัวเลขที่ Google ใช้จัดอันดับ |
| Anchor Text | ข้อความที่ถูกคลิกได้ของลิงก์นั้น ใช้ดูว่าเว็บต้นทางอธิบายเว็บเราด้วยคำว่าอะไร |
| Link Type | บอกว่าลิงก์นั้นเป็นลิงก์ปกติ หรือมี attribute เช่น nofollow, sponsored, ugc |
| First Seen / Last Seen | วันที่เครื่องมือเจอลิงก์นี้ครั้งแรกและครั้งล่าสุด ช่วยดูว่าลิงก์ยังคงอยู่หรือถูกลบไปแล้ว |

เช็ค Backlink คู่แข่งทำไมถึงสำคัญ
การดูว่าคู่แข่งได้ลิงก์จากที่ไหนช่วยให้เห็นภาพว่าอุตสาหกรรมของเรามีแหล่งอ้างอิงแบบไหนที่เป็นไปได้จริง เช่น สื่อข่าวเฉพาะทาง บล็อกพันธมิตร หรือฐานข้อมูลอุตสาหกรรม แทนที่จะเดาสุ่มว่าควรติดต่อใคร ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการวางแผนทำ Digital PR หรือ Link Building ได้ตรงเป้ามากขึ้น
เช็ค Backlink เบื้องต้นแบบไม่เสียเงินด้วย Google Search Console
- 1
เข้าเมนู Links ใน Search Console
หลังยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บใน Google Search Console แล้ว เข้าเมนู Links จะเห็นหัวข้อ External links ซึ่งแสดงเว็บภายนอกที่ Google พบว่าลิงก์มาหาเว็บเรา
- 2
ดู Top linking sites
รายการนี้แสดงโดเมนที่ลิงก์มาหาเว็บเรามากที่สุด เรียงตามจำนวนลิงก์ที่ Google เก็บข้อมูลไว้
- 3
ดู Top linking text
ตรวจ anchor text ที่ใช้บ่อยที่สุด เพื่อดูว่าคนอื่นอธิบายเว็บเราด้วยคำอะไร ถ้าพบคำที่ผิดปกติหรือไม่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบต่อว่ามาจากแหล่งไหน
- 4
ส่งออกข้อมูลเพื่อเก็บเป็นฐาน
ข้อมูลจาก Search Console ย้อนหลังได้จำกัด ควรส่งออกและเก็บไว้เป็นระยะเพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง
ข้อมูลจาก Search Console เป็นข้อมูลจาก Google โดยตรงจึงน่าเชื่อถือสำหรับเว็บตัวเอง แต่ไม่สามารถใช้ดูข้อมูลของเว็บคู่แข่งได้ หากต้องการเช็ค Backlink คู่แข่งหรือวิเคราะห์เชิงลึกกว่านี้ ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางแยกต่างหาก ดูรวมเครื่องมือ SEO ทุกกลุ่มที่แนะนำ เพื่อเทียบตัวเลือก
ตัวอย่างสมมติ: ธุรกิจรับทำเว็บไซต์ตรวจ backlink ของตัวเอง
ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เคสลูกค้าจริง — ธุรกิจรับทำเว็บไซต์ขนาดเล็กแห่งหนึ่งไม่เคยตรวจ backlink ของตัวเองมาก่อน เมื่อเปิด Search Console ครั้งแรกพบว่ามีโดเมนแปลกหน้าจำนวนหนึ่งลิงก์มาหาเว็บด้วย anchor text ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเลย ทีมงานตกใจในตอนแรกและคิดจะรีบขอลบลิงก์เหล่านั้นทั้งหมด
แต่หลังจากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพบว่าลิงก์เหล่านั้นมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับลิงก์คุณภาพดีจากพันธมิตรทางธุรกิจที่มีอยู่แล้ว และไม่ได้ทำให้อันดับเว็บเปลี่ยนแปลงผิดปกติแต่อย่างใด ทีมจึงตัดสินใจไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติม เพราะ Google มักไม่ให้น้ำหนักกับลิงก์สแปมที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการเห็นลิงก์แปลกในรายงานไม่ได้แปลว่าต้องแก้ไขทุกครั้งเสมอไป
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยตอนอ่านรายงาน Backlink Checker
อย่าเชื่อตัวเลขจากเครื่องมือเดียวทั้งหมด
เพราะแต่ละเครื่องมือมีฐานข้อมูลลิงก์ของตัวเอง ตัวเลขจำนวน backlink หรือ referring domain จากเครื่องมือหนึ่งอาจต่างจากอีกเครื่องมือได้มาก ควรใช้เป็นแนวโน้มเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวเลขสัมบูรณ์ที่เอาไปฟันธง
- เข้าใจผิดว่า Domain Rating หรือ Domain Authority ในรายงานคือคะแนนที่ Google ใช้จัดอันดับโดยตรง
- ไล่ไปขอลิงก์จากทุกเว็บที่คู่แข่งมี โดยไม่ดูว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเองจริงหรือไม่
- เห็นลิงก์แปลกในรายงานแล้วตื่นตระหนก ทั้งที่ Google มักไม่ให้น้ำหนักกับลิงก์สแปมที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
- นับจำนวนลิงก์รวมโดยไม่แยก referring domain ทำให้ประเมินความหลากหลายของแหล่งที่มาผิดพลาด
- ตรวจ backlink เพียงครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาติดตามซ้ำ ทั้งที่ลิงก์ใหม่และลิงก์ที่หายไปเกิดขึ้นต่อเนื่อง

เช็กลิสต์ก่อนสรุปผลจากรายงาน Backlink
- ตรวจสอบ Search Console ของเว็บตัวเองแล้ว และรู้ว่ามี referring domain หลักมาจากที่ไหนบ้าง
- แยกความหมายของ referring domain กับจำนวนลิงก์ทั้งหมดได้ถูกต้อง
- ไม่ตื่นตระหนกกับลิงก์แปลกที่ไม่เกี่ยวข้อง และเข้าใจว่า Google มักไม่ให้น้ำหนักกับลิงก์เหล่านี้
- ถ้าต้องการเช็คคู่แข่ง เตรียมใช้เครื่องมือเฉพาะทางแยกต่างหาก เพราะ Search Console ดูได้แค่เว็บตัวเอง
- มีแผนตรวจสอบซ้ำเป็นระยะ ไม่ใช่ตรวจครั้งเดียวแล้วจบ
ลิงก์คุณภาพดีกับลิงก์ที่ควรระวัง แยกกันอย่างไร
ไม่ใช่ทุกลิงก์ที่ชี้มายังเว็บเรามีคุณค่าเท่ากัน การอ่านรายงาน Backlink Checker ให้เกิดประโยชน์จริงต้องรู้จักแยกลิงก์ที่มีคุณภาพดีออกจากลิงก์ที่ควรจับตาดู ลิงก์คุณภาพดีมักมาจากเว็บที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราโดยตรง เช่นสื่อในอุตสาหกรรมเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจ หรือเว็บที่มีผู้อ่านกลุ่มเดียวกับลูกค้าของเรา
ส่วนลิงก์ที่ควรจับตาดูมักมาจากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเลย มีจำนวนลิงก์เพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือมาจากโดเมนที่ดูเหมือนสร้างขึ้นมาเพื่อลิงก์เท่านั้นโดยไม่มีเนื้อหาจริง อย่างไรก็ตาม การพบลิงก์ลักษณะนี้ไม่ได้แปลว่าต้องดำเนินการทันทีเสมอไป เพราะ Google มีกลไกที่ไม่ให้น้ำหนักกับลิงก์สแปมส่วนใหญ่อยู่แล้วตามที่กล่าวถึงในตัวอย่างสมมติข้างต้น
ใช้ผลจาก Backlink Checker วางแผนงานต่อไปอย่างไร
หลังตรวจสอบรายงานแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือนำข้อมูลไปใช้วางแผนงานจริง ไม่ใช่แค่เก็บไว้ดูเฉย ๆ ถ้าพบว่าคู่แข่งได้ลิงก์จากสื่อเฉพาะทางที่เรายังไม่เคยติดต่อ ให้บันทึกรายชื่อสื่อเหล่านั้นไว้เป็นเป้าหมายสำหรับงานประชาสัมพันธ์ในอนาคต ถ้าพบว่า referring domain ของเรามาจากแหล่งเดิมซ้ำ ๆ ไม่กี่แหล่ง อาจถึงเวลาขยายความหลากหลายของแหล่งที่มาลิงก์ด้วยการสร้างเนื้อหาที่น่าอ้างอิงมากขึ้น เช่นงานวิจัยเล็ก ๆ ของธุรกิจเอง หรือข้อมูลเชิงลึกที่หาที่อื่นไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
Backlink Checker ฟรีมีไหม+
Google Search Console มีรายงาน Links ให้ฟรีสำหรับเว็บของตัวเอง แต่ใช้ดูข้อมูลเว็บคู่แข่งไม่ได้ เครื่องมือเฉพาะทางส่วนใหญ่ที่ดูข้อมูลคู่แข่งได้มักจำกัดจำนวนการค้นหาต่อวันในระดับฟรี ก่อนต้องอัปเกรดเพื่อดูข้อมูลเต็มรูปแบบ
ทำไมตัวเลข Backlink จากแต่ละเครื่องมือไม่เท่ากัน+
เพราะแต่ละเครื่องมือคลานเว็บด้วยฐานข้อมูลของตัวเองซึ่งไม่เท่ากัน ไม่มีเครื่องมือภายนอกตัวไหนเห็นข้อมูลลิงก์ทั้งหมดที่ Google เก็บไว้ ควรมองตัวเลขเป็นแนวโน้มเปรียบเทียบระหว่างช่วงเวลาหรือระหว่างคู่แข่ง มากกว่าตัวเลขที่แม่นยำแบบสัมบูรณ์
เช็ค Backlink คู่แข่งผิดกฎหมายหรือผิดจริยธรรมไหม+
ไม่ผิด เพราะข้อมูล backlink เป็นข้อมูลสาธารณะที่เครื่องมือคลานหาได้จากเว็บที่เผยแพร่อยู่แล้ว การดูว่าคู่แข่งได้ลิงก์จากที่ไหนเป็นแนวทางปกติในการวางแผนกลยุทธ์เนื้อหาและประชาสัมพันธ์
NOAH มีฟีเจอร์ Backlink Checker ไหม+
ไม่มี NOAH เน้นงาน keyword research, content gap, เขียนบทความ SEO ด้วย AI และส่งบทความขึ้น WordPress หากต้องการเช็ค backlink ของตัวเองหรือคู่แข่งต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางแยกต่างหาก
พบลิงก์สแปมจำนวนมากควรทำอย่างไร+
ถ้าลิงก์สแปมมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับลิงก์คุณภาพดีที่มีอยู่ มักไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไร เพราะ Google มีกลไกที่ไม่ให้น้ำหนักกับลิงก์เหล่านี้อยู่แล้ว แต่ถ้าพบลิงก์สแปมจำนวนมากผิดปกติในช่วงเวลาสั้น ๆ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเป็นการโจมตีแบบ negative SEO หรือไม่
ควรตรวจ Backlink บ่อยแค่ไหน และใครควรเป็นคนตรวจ
ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นกับว่าเว็บของเรากำลังทำกิจกรรมสร้างลิงก์อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ถ้ากำลังทำแคมเปญประชาสัมพันธ์หรือ Digital PR อยู่ ควรตรวจสอบทุกเดือนเพื่อดูว่าลิงก์ที่คาดว่าจะได้มาจริงหรือยัง ส่วนเว็บที่ไม่ได้ทำกิจกรรมสร้างลิงก์เชิงรุก การตรวจทุกไตรมาสก็เพียงพอสำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงและจับสัญญาณผิดปกติได้ทันเวลา
สำหรับทีมขนาดเล็กที่ไม่มีคนดูแล SEO เต็มเวลา ผู้ที่รับผิดชอบการตลาดดิจิทัลโดยรวมสามารถตรวจสอบ Search Console เองได้โดยไม่ต้องมีความรู้เฉพาะทางลึกมาก เพราะรายงาน Links ใน Search Console ออกแบบมาให้อ่านเข้าใจง่าย ส่วนงานที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึก อาจมอบหมายให้ที่ปรึกษาภายนอกทำเป็นครั้งคราวแทนการจ้างพนักงานประจำ ถ้าปริมาณงานยังไม่มากพอที่จะคุ้มกับการจ้างเต็มเวลา
สรุป
Backlink Checker เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นภาพว่าเว็บของเราและคู่แข่งได้รับการอ้างอิงจากที่ไหนบ้าง ใช้ Search Console เป็นจุดเริ่มต้นฟรีสำหรับเว็บตัวเอง แล้วค่อยพิจารณาเครื่องมือเฉพาะทางเมื่อจำเป็นต้องดูข้อมูลของคู่แข่งหรือวิเคราะห์เชิงลึกกว่านั้น
วางแผนคีย์เวิร์ดและเนื้อหาให้ครบก่อนไล่หาลิงก์
เครื่องมือ backlink ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีเนื้อหาที่คุ้มค่าให้อ้างอิงอยู่แล้ว เริ่มจากการวางแผนคีย์เวิร์ดและเนื้อหาให้แข็งแรงก่อน
ดูเครื่องมือ SEO ทั้งหมด