Backlink

Link Building คือวิธีทำ Backlink แบบไหนที่ปลอดภัยและได้ผลจริง

แนวทางทำ Link Building ที่ยั่งยืน ตั้งแต่ Digital PR, Broken Link Building, Guest Post ไปจนถึงสิ่งที่ Google ถือว่าเป็นสแปมและไม่ควรทำ

ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 17 นาที

ไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียง

สรุปสั้น

  • Link Building ที่ยั่งยืนคือการทำให้เว็บอื่นอยากลิงก์มาหาเราเอง ไม่ใช่การไปซื้อหรือแลกลิงก์เป็นระบบ
  • Digital PR, Broken Link Building และ Guest Post ที่เขียนคุณภาพจริงคือแนวทางที่อยู่ในกรอบนโยบายของ Google
  • การซื้อลิงก์ แลกลิงก์จำนวนมาก หรือใช้เครือข่ายเว็บปลอมเข้าข่ายผิดนโยบายสแปมของ Google โดยตรง
  • Link Building ควรเริ่มจากการมีเนื้อหาที่มีคุณค่าให้อ้างอิงก่อนเสมอ ไม่มีเทคนิคใดทดแทนเนื้อหาที่ดีได้
  • ตรวจสอบผลของการทำ Link Building ได้ด้วยการดูจำนวนและคุณภาพของ referring domain ใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่นับจำนวนลิงก์ทั้งหมด

หลายทีมมองว่า Link Building คือการไปขอลิงก์จากเว็บอื่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วผิดหวังเมื่อพบว่าอีเมลขอแลกลิงก์ที่ส่งไปนับร้อยฉบับแทบไม่มีใครตอบกลับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนอีเมล แต่อยู่ที่วิธีคิดตั้งแต่ต้น

บทความนี้พาไปดูแนวทาง Link Building ที่เว็บใหญ่ ๆ ใช้ได้จริงในระยะยาว และชี้ให้เห็นชัดว่าแนวทางไหนอยู่ในกรอบที่ Google ยอมรับ กับแนวทางไหนที่เข้าข่ายผิดนโยบายและไม่ควรนำมาใช้ ดูภาพรวมกลยุทธ์ SEO ทั้งหมด เพิ่มเติมได้เช่นกัน

Link Building คืออะไร

Link Building คือกระบวนการทำให้เว็บไซต์อื่นสร้างลิงก์ชี้กลับมายังเว็บของเรา เพื่อเพิ่มจำนวนและคุณภาพของ backlink วิธีที่ Google ยอมรับคือการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าจนคนอยากอ้างอิงเอง หรือการทำประชาสัมพันธ์เชิงเนื้อหาอย่างสร้างสรรค์ ส่วนวิธีที่ผิดนโยบายคือการซื้อลิงก์ แลกลิงก์เป็นระบบจำนวนมาก หรือใช้เครือข่ายเว็บที่สร้างขึ้นมาเพื่อลิงก์หากันเองโดยเฉพาะ

สิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ Link Building ไม่ใช่กิจกรรมที่แยกขาดจากงานคอนเทนต์ แต่เป็นผลลัพธ์ต่อเนื่องจากงานคอนเทนต์ที่ทำได้ดีพอ เว็บที่มีเนื้อหาแน่น ตอบคำถามผู้อ่านได้ครบ และมีมุมมองที่หาที่อื่นไม่ได้ มักได้ลิงก์เข้ามาเองโดยไม่ต้องขอ ในขณะที่เว็บที่พยายามไล่ขอลิงก์โดยไม่มีเนื้อหารองรับมักได้ผลตอบรับต่ำไม่ว่าจะใช้เทคนิคใดก็ตาม

โซ่คล้องต่อกันแทนการเชื่อมโยงลิงก์

จุดเริ่มต้นของ Backlink ที่มีคุณภาพคือเนื้อหาที่ให้เหตุผลชัดเจนว่าทำไมคนถึงควรอ้างอิงมัน เช่น ข้อมูลที่หาที่อื่นไม่ได้ เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง หรือคำอธิบายที่ครบและเข้าใจง่ายกว่าที่มีอยู่แล้วในตลาด ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ต่อให้ส่งอีเมลขอลิงก์เก่งแค่ไหนก็ยากที่จะได้ผล

Link Building ที่ได้ผลจริงจึงมักเริ่มจากคำถามว่า “เรามีอะไรที่คนในอุตสาหกรรมนี้อยากอ้างอิง” มากกว่าคำถามว่า “จะขอลิงก์จากใครได้บ้าง”

  • ความเกี่ยวข้อง (relevance) สำคัญกว่าจำนวน ลิงก์จากเว็บที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันมีน้ำหนักมากกว่าลิงก์จากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้จะมีคะแนนสูงกว่า
  • ความหลากหลายของแหล่งที่มาสำคัญกว่าการได้ลิงก์จำนวนมากจากเว็บเดียวซ้ำ ๆ เพราะโปรไฟล์ลิงก์ที่เป็นธรรมชาติมักมาจากหลายแหล่งต่างกัน
  • ความสม่ำเสมอของการได้ลิงก์ใหม่อย่างต่อเนื่องน่าเชื่อถือกว่าการได้ลิงก์จำนวนมากพร้อมกันในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งอาจดูผิดปกติในสายตาของระบบตรวจจับสแปม

Digital PR คือการทำประชาสัมพันธ์ผ่านเนื้อหาที่สื่อหรือบล็อกในอุตสาหกรรมอยากนำไปเผยแพร่ต่อ เช่น ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมขึ้นเอง มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในองค์กร หรือประเด็นที่เชื่อมโยงกับข่าวที่กำลังเป็นกระแส วิธีนี้ได้ลิงก์แบบ editorial ซึ่งเป็นลิงก์ที่ Google ให้ความสำคัญ เพราะเกิดจากการยอมรับจริง ไม่ใช่การจ่ายเงินแลก อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ Digital PR SEO การมีผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาให้ความเห็นยังช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเว็บในมุม E-E-A-T ไปพร้อมกันด้วย

อยากลองร่างพิตช์หรือบทความสำหรับส่งให้สื่อ ใช้เครื่องมือช่วยร่างเนื้อหาอย่าง AI SEO Writer เป็นจุดตั้งต้นได้ แล้วค่อยให้คนในทีมปรับให้ตรงกับน้ำเสียงของแบรนด์

โซ่คล้องต่อกันแทนการเชื่อมโยงลิงก์

Broken Link Building คือการหาลิงก์ที่เสียแล้ว (ลิงก์ไปยังหน้าที่ถูกลบหรือย้ายจนไม่มีอยู่จริง) บนเว็บอื่นที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของเรา แล้วเสนอเนื้อหาของเราเป็นทางเลือกทดแทน วิธีนี้ได้ผลเพราะเจ้าของเว็บต้นทางมักอยากแก้ลิงก์เสียอยู่แล้ว การเสนอทางแก้ที่มีประโยชน์จริงจึงเป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผลทั้งสองฝ่าย

ขั้นตอนทำ Broken Link Building

  1. 1

    หาเว็บที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของเรา

    รวบรวมรายชื่อเว็บหรือบทความที่พูดถึงหัวข้อเดียวกับเนื้อหาของเรา โดยเฉพาะหน้าที่มีลิงก์อ้างอิงออกไปหลายเส้น เช่น หน้ารวมแหล่งข้อมูล (resource page)

  2. 2

    ตรวจหาลิงก์เสียในหน้านั้น

    ไล่คลิกลิงก์ในหน้าเพื่อดูว่ามีลิงก์ไหนเสีย (ขึ้นหน้า 404) บ้าง เนื้อหาที่หัวข้อใกล้เคียงกับสิ่งที่เรามีคือเป้าหมายที่มีโอกาสสูงที่สุด

  3. 3

    เตรียมเนื้อหาให้พร้อมทดแทนจริง

    ตรวจสอบว่าเนื้อหาของเราครอบคลุมหัวข้อเดียวกับลิงก์ที่เสียไปหรือมากกว่า ถ้ายังไม่ครบควรปรับปรุงก่อนติดต่อ ไม่ใช่ส่งลิงก์ที่ไม่เกี่ยวข้องไปแทน

  4. 4

    ติดต่อเจ้าของเว็บอย่างตรงไปตรงมา

    แจ้งว่าพบลิงก์เสียในหน้าไหน พร้อมเสนอเนื้อหาของเราเป็นทางเลือก เขียนสั้น กระชับ และเน้นว่าเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้เขาจริง ไม่ใช่แค่ขอลิงก์

Guest Post ทำอย่างถูกวิธี

Guest Post คือการเขียนบทความไปลงเผยแพร่บนเว็บอื่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของเรา ซึ่งยังเป็นแนวทางที่ใช้ได้ตราบใดที่เนื้อหานั้นมีคุณภาพจริงและเขียนขึ้นเพื่อผู้อ่านของเว็บปลายทาง ไม่ใช่เขียนขึ้นมาเพียงเพื่อยัดลิงก์กลับมาหาเว็บตัวเอง สิ่งที่ต้องระวังคือการทำ Guest Post ในปริมาณมากอย่างเป็นระบบผ่านเครือข่ายเว็บที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับบทความแลกลิงก์โดยเฉพาะ ซึ่งเข้าข่าย link scheme ที่ผิดนโยบาย

  • เลือกเว็บปลายทางที่มีผู้อ่านจริงและเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เขียน ไม่ใช่เว็บที่เปิดรับบทความทุกหัวข้อโดยไม่คัดกรอง
  • เขียนเนื้อหาที่มีประโยชน์กับผู้อ่านของเว็บปลายทางเป็นหลัก ลิงก์กลับมาหาเว็บเราควรเป็นผลพลอยได้ ไม่ใช่จุดประสงค์เดียว
  • หลีกเลี่ยงบริการที่เสนอขาย Guest Post จำนวนมากพร้อมการันตีลิงก์ เพราะมักเป็นเครือข่ายที่ Google ตรวจจับได้ง่าย
โซ่คล้องต่อกันแทนการเชื่อมโยงลิงก์

อย่าใช้แนวทางเหล่านี้

การซื้อหรือขายลิงก์เพื่อส่งผลต่ออันดับ การแลกลิงก์กันเป็นระบบจำนวนมาก (excessive link exchange) และการสร้างเครือข่ายเว็บไซต์ปลอมเพื่อลิงก์หากันเอง (PBN) ล้วนเข้าข่ายผิดนโยบายสแปมของ Google อย่างชัดเจน ไม่ใช่เทคนิคที่ควรนำมาใช้ในการทำ Link Building ควรหลีกเลี่ยงทุกแนวทางนี้

อ่านนโยบายฉบับเต็มของ Google เกี่ยวกับลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติได้ที่ developers.google.com/search/docs ซึ่งเป็นเอกสารทางการที่อัปเดตอยู่เสมอ หากพบว่าเว็บมีลิงก์ผิดปกติจำนวนมากอยู่แล้ว ให้อ่านแนวทางที่ถูกต้องที่ Toxic Backlink และการใช้ Disavow ก่อนตัดสินใจทำอะไรเพิ่ม

หลายทีมวัดผล Link Building ด้วยการนับจำนวนลิงก์ทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกอะไรได้น้อยกว่าที่คิด เพราะลิงก์คุณภาพต่ำจำนวนมากไม่ได้ช่วยอะไรและอาจเป็นความเสี่ยงด้วยซ้ำ วิธีที่ตรงประเด็นกว่าคือดูจำนวน referring domain ใหม่ (โดเมนต่างกันที่ลิงก์มาหาเรา ไม่ใช่จำนวนลิงก์ดิบ) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดูว่าโดเมนเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของเราจริงหรือไม่

  • ตรวจว่า referring domain ใหม่มาจากเว็บที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหรือหัวข้อของเราจริง ไม่ใช่เว็บทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจว่าลิงก์เหล่านั้นมาจากบทความหรือหน้าที่มีเนื้อหาจริง ไม่ใช่หน้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อลิงก์อย่างเดียว
  • สังเกตว่าอัตราการได้ลิงก์ใหม่สม่ำเสมอในแต่ละเดือน ไม่ใช่พุ่งขึ้นผิดปกติในช่วงสั้น ๆ แล้วหายไป
  • ติดตามว่าหน้าเว็บที่ได้ลิงก์เพิ่มมีสัญญาณอันดับที่ดีขึ้นหรือมี traffic เพิ่มขึ้นในระยะกลางถึงยาวหรือไม่

ตัวอย่างสมมติ: หันมาทำ Digital PR แทนการไล่ขอลิงก์

สมมติทีมการตลาดของธุรกิจเครื่องครัวขนาดเล็กเคยส่งอีเมลขอแลกลิงก์ไปกว่า 200 เว็บ ได้ลิงก์กลับมาเพียงไม่กี่เว็บ และหลายเว็บที่ตอบกลับมาก็ดูไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเลย ทีมงานจึงเปลี่ยนแนวทางมาทำแบบสำรวจเล็ก ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมการทำอาหารที่บ้านของคนไทย แล้วสรุปเป็นข้อมูลเชิงลึกพร้อมกราฟให้สื่อและบล็อกในสายไลฟ์สไตล์นำไปใช้ได้ฟรี ผลคือมีบล็อกและเว็บข่าวขนาดเล็กบางแห่งนำข้อมูลไปอ้างอิงพร้อมใส่ลิงก์กลับมาเอง แม้จำนวนลิงก์ที่ได้จะน้อยกว่าเป้าหมายเดิมมาก แต่ทุกลิงก์มาจากเว็บที่เกี่ยวข้องและเป็น editorial link จริง ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่อแสดงแนวคิดของ Digital PR ไม่ใช่กรณีศึกษาของลูกค้าจริง และไม่ได้รับประกันว่าทุกแคมเปญจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน

  • ส่งอีเมลขอลิงก์แบบก๊อปเทมเพลตเดียวกันไปหาทุกเว็บ โดยไม่ปรับให้ตรงกับบริบทของแต่ละเว็บ
  • ขอลิงก์ก่อนที่จะมีเนื้อหาที่คุ้มค่าให้อ้างอิงจริง ทำให้อัตราตอบกลับต่ำ
  • โฟกัสที่จำนวนลิงก์มากกว่าความเกี่ยวข้องของเว็บต้นทางกับธุรกิจตัวเอง
  • ใช้ anchor text เดียวกันซ้ำทุกครั้งจนดูผิดธรรมชาติ ควรหลากหลายเหมือนที่คนเขียนถึงเว็บเราด้วยคำพูดต่างกัน
  • มีเนื้อหาที่ให้เหตุผลชัดเจนว่าทำไมคนถึงควรอ้างอิงก่อนเริ่มติดต่อขอลิงก์
  • เลือกแนวทางที่อยู่ในกรอบนโยบายของ Google เช่น Digital PR, Broken Link Building หรือ Guest Post คุณภาพจริง
  • ไม่ใช้วิธีซื้อลิงก์ แลกลิงก์เป็นระบบจำนวนมาก หรือใช้เครือข่ายเว็บปลอม
  • ปรับข้อความติดต่อให้ตรงกับบริบทของแต่ละเว็บ ไม่ใช้เทมเพลตเดียวส่งซ้ำจำนวนมาก
  • ติดตามผลด้วยจำนวนและคุณภาพของ referring domain ใหม่ ไม่ใช่แค่จำนวนลิงก์ทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

Link Building ใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล+

แตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรมและคุณภาพของเนื้อหา โดยทั่วไปเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องทำเป็นเดือนถึงเป็นปี ไม่ใช่กิจกรรมครั้งเดียวจบ เพราะต้องอาศัยความสัมพันธ์และการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าสะสมไปเรื่อย ๆ

Guest Post ยังใช้ได้ผลอยู่ไหม+

ยังใช้ได้ถ้าเขียนเนื้อหาคุณภาพจริงและเลือกเว็บที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าทำผ่านเครือข่ายที่ขายบทความแลกลิงก์เป็นระบบจำนวนมาก เข้าข่ายผิดนโยบายของ Google และเสี่ยงถูกลงโทษ

Broken Link Building เหมาะกับธุรกิจแบบไหน+

เหมาะกับธุรกิจที่มีเนื้อหาเชิงข้อมูลหรือคู่มือที่ครอบคลุมหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งอย่างละเอียด เพราะโอกาสจะพบหน้ารวมแหล่งข้อมูลที่ลิงก์เสียในหัวข้อใกล้เคียงมีมากกว่าธุรกิจที่ขายสินค้าทั่วไปโดยตรง

ต้องจ้างเอเจนซีทำ Link Building หรือทำเองได้+

ทำเองได้ถ้ามีเวลาและเข้าใจอุตสาหกรรมของตัวเองดีพอ สิ่งสำคัญไม่ใช่เครื่องมือหรืองบประมาณ แต่คือการมีเนื้อหาที่คุ้มค่าให้อ้างอิงและความอดทนในการติดต่อสื่อสารกับเว็บอื่นอย่างจริงใจ

ทำไมไม่ควรแลกลิงก์กับเว็บอื่น+

การแลกลิงก์เป็นครั้งคราวระหว่างเว็บที่เกี่ยวข้องกันจริงยังพอเข้าใจได้ แต่การแลกลิงก์เป็นระบบจำนวนมากเพื่อส่งผลต่ออันดับเข้าข่าย link scheme ที่ Google ระบุชัดว่าผิดนโยบาย และตรวจจับได้จากรูปแบบที่ผิดธรรมชาติของลิงก์ทั้งสองฝั่ง

รู้ได้อย่างไรว่าลิงก์ที่ได้มาเป็นลิงก์คุณภาพดีหรือไม่+

ดูว่าเว็บต้นทางเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของเราหรือไม่ มีผู้อ่านจริงหรือไม่ และลิงก์นั้นอยู่ในเนื้อหาที่มีสาระ ไม่ใช่อยู่ในหน้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อใส่ลิงก์อย่างเดียว ลิงก์จากเว็บลักษณะนี้มีค่ามากกว่าลิงก์จำนวนมากจากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้อง

สรุป

Link Building ที่ได้ผลจริงในระยะยาวเริ่มจากเนื้อหาที่มีคุณค่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Digital PR, Broken Link Building หรือ Guest Post ทุกแนวทางต้องการเนื้อหาที่ดีเป็นฐาน ส่วนแนวทางที่พยายามลัดขั้นตอนด้วยการซื้อหรือแลกลิงก์มีความเสี่ยงที่ไม่คุ้มกับผลที่ได้

เริ่มจากเนื้อหาที่คนอยากอ้างอิง

ก่อนไล่ขอลิงก์จากที่ไหน ลองใช้เครื่องมือช่วยร่างเนื้อหาที่ตอบโจทย์ผู้อ่านให้ครบก่อน เพื่อให้ทุกความพยายาม Link Building มีจุดเริ่มต้นที่แข็งแรง

ลองใช้ AI SEO Writer

อ่านต่อ