ปฏิทินคอนเทนต์ SEO 90 วัน เรียงหัวข้อจากใกล้ปิดการขายไปหาความรู้ทั่วไป
วิธีวางปฏิทินคอนเทนต์ 90 วันสำหรับธุรกิจเล็ก เรียงหัวข้อตามระยะห่างจากการตัดสินใจซื้อ กำหนดความถี่ที่ทีมทำไหว และปรับแผนเมื่อข้อมูลจริงเข้ามา
ทีม NOAH · เผยแพร่ 18 กันยายน 2569 · อัปเดต 18 กันยายน 2569 · อ่าน 14 นาที

สรุปสั้น
- ✓ลำดับของหัวข้อในปฏิทินสำคัญกว่าจำนวนหัวข้อ เพราะบทความที่อยู่ใกล้การตัดสินใจซื้อจะสร้างลูกค้าได้ภายในรอบแผนเดียว ส่วนบทความความรู้ทั่วไปต้องใช้เวลาสะสมนานกว่ามาก
- ✓ให้กำหนดความถี่จากเวลาที่ทีมมีจริงในสัปดาห์ที่ยุ่งที่สุดของเดือน ไม่ใช่สัปดาห์ที่ว่างที่สุด เพราะปฏิทินที่พังมักพังในสัปดาห์ที่งานหน้าร้านเข้าพร้อมกัน
- ✓ปฏิทิน 90 วันที่ใช้ได้จริงต้องมีช่องบอกคำถามหลักของแต่ละชิ้น หน้าปลายทางที่จะลิงก์ไป และคนที่รับผิดชอบ ไม่ใช่มีแค่ชื่อเรื่องกับวันที่
- ✓เว้นช่องว่างไว้ในแผนอย่างน้อยหนึ่งช่องต่อเดือนสำหรับหัวข้อที่โผล่มาจากคำถามลูกค้าจริงหรือจากรายงานคำค้น เพราะข้อมูลที่เข้ามาระหว่างทางมักดีกว่าหัวข้อที่คิดไว้ตั้งแต่วันแรก
- ✓เมื่อครบ 30 และ 60 วันให้ทบทวนแผนด้วยข้อมูลจริง แล้วกล้าสลับหรือตัดหัวข้อที่ยังไม่ถึงเวลา แทนการฝืนทำให้ครบตามที่เขียนไว้ตั้งแต่ต้น
เจ้าของคลินิกกายภาพบำบัดเปิดไฟล์ตารางที่ทำไว้ต้นปี มีชื่อบทความเรียงไว้ 24 หัวข้อพร้อมวันที่ครบทุกสัปดาห์ แต่ช่องที่ติ๊กว่าเผยแพร่แล้วมีอยู่สามช่อง และสามช่องนั้นก็เป็นบทความให้ความรู้ทั่วไปอย่างท่าบริหารคลายปวดหลัง ส่วนหัวข้อที่คนกำลังหาคลินิกจริง ๆ ยังไม่ได้เขียนสักชิ้น นี่คือปัญหาที่เจอซ้ำในธุรกิจเล็ก คือแผนไม่ได้พังเพราะไม่มีแผน แต่พังเพราะลำดับผิดและความถี่เกินแรง
บทความนี้จะพาวางปฏิทินคอนเทนต์ 90 วันที่ทำจบได้จริง เริ่มจากวิธีเรียงหัวข้อตามระยะห่างจากการตัดสินใจซื้อ วิธีหาความถี่ที่ทีมรับไหวแม้เดือนที่งานหน้าร้านยุ่ง โครงตารางที่ต้องมีช่องอะไรบ้าง และวิธีปรับแผนเมื่อข้อมูลจริงจากลูกค้าและรายงานคำค้นเริ่มเข้ามา ถ้าต้องการภาพรวมของงานคอนเทนต์ทั้งหมดก่อน อ่านที่ คู่มือทำคอนเทนต์ SEO สำหรับธุรกิจ ได้
ปฏิทินคอนเทนต์ 90 วันควรเริ่มจากหัวข้อแบบไหน
ธุรกิจเล็กควรเรียงหัวข้อในปฏิทินคอนเทนต์อย่างไร
เรียงจากหัวข้อที่อยู่ใกล้การตัดสินใจซื้อที่สุดไปหาหัวข้อความรู้ทั่วไป เดือนแรกควรเป็นหัวข้อที่คนค้นตอนกำลังจะเลือกผู้ให้บริการ เช่น ชื่อบริการบวกพื้นที่ ราคา และเงื่อนไข เดือนที่สองเป็นหัวข้อเปรียบเทียบตัวเลือก และเดือนที่สามจึงเป็นหัวข้อให้ความรู้ที่ดึงคนกลุ่มกว้าง เหตุผลคือหัวข้อใกล้การซื้อมีคู่แข่งน้อยกว่าในระดับพื้นที่ และให้ผลกลับมาภายในรอบแผนเดียว ทำให้ทีมเห็นผลเร็วพอที่จะทำต่อ
หลายธุรกิจทำกลับด้าน คือเริ่มจากบทความความรู้ทั่วไปเพราะเขียนง่ายและหัวข้อคิดออกเร็ว ผลคือมีคนเข้าเว็บบ้างแต่ไม่มีใครติดต่อ เพราะคนที่ค้นคำทั่วไปยังไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรในวันนั้น พอผ่านไปสองเดือนแล้วไม่มีลูกค้า ทีมก็เลิกทำ ทั้งที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพงานเขียน แต่อยู่ที่ลำดับของหัวข้อ
แบ่งหัวข้อด้วยระยะห่างจากการตัดสินใจซื้อ
ก่อนจะเรียงปฏิทิน ให้เอารายการหัวข้อที่มีอยู่ทั้งหมดมาจัดเป็นสี่กองตามระยะห่างจากการซื้อ การจัดกองนี้ใช้เวลาไม่นานและทำให้เห็นทันทีว่ารายการเดิมของคุณเอียงไปทางกองไหนมากเกินไป ตารางด้านล่างใช้คลินิกกายภาพบำบัดเป็นตัวอย่างสมมติ แต่วิธีคิดใช้ได้กับทุกธุรกิจ
| ระยะห่างจากการซื้อ | ลักษณะคำที่คนค้น | ตัวอย่างหัวข้อ (คลินิกกายภาพบำบัด) | ควรลงช่วงไหนของแผน |
|---|---|---|---|
| พร้อมแล้ว เหลือแค่เลือกเจ้าไหน | ชื่อบริการบวกพื้นที่ คำว่าราคา ค่าบริการ หรือใกล้ฉัน | ค่ารักษาออฟฟิศซินโดรมต่อครั้งคิดยังไง, คลินิกกายภาพบำบัดย่านรัชดาเลือกอย่างไร | สัปดาห์ที่ 1 ถึง 4 |
| กำลังเทียบตัวเลือก | คำเปรียบเทียบ วิธีเลือก หรือแบบไหนเหมาะกับใคร | กายภาพบำบัดกับนวดแผนไทยต่างกันอย่างไร, ต้องมีใบส่งตัวจากหมอไหม | สัปดาห์ที่ 3 ถึง 7 |
| รู้ว่ามีปัญหาแต่ยังไม่รู้ทางแก้ | คำอาการบวกวิธีแก้ หรือคำถามว่าควรไปหาใคร | ปวดคอบ่าไหล่จากนั่งทำงานนาน ควรไปหาใคร, ชาปลายมือเกิดจากอะไร | สัปดาห์ที่ 6 ถึง 10 |
| ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหา | คำความรู้ทั่วไปหรือคำแนะนำกว้าง ๆ | ท่านั่งทำงานที่ลดการบาดเจ็บ, ยืดกล้ามเนื้อระหว่างวันทำอย่างไร | สัปดาห์ที่ 9 ถึง 12 หรือเลื่อนไปรอบถัดไป |
ข้อควรระวังคืออย่าตัดกองที่สี่ทิ้งทั้งหมด เพราะหัวข้อกลุ่มนั้นคือสิ่งที่ทำให้เว็บถูกพบโดยคนที่ยังไม่รู้จักคุณ และเป็นวัตถุดิบที่นำไปตัดใช้บนโซเชียลได้ง่ายที่สุด เพียงแต่มันไม่ควรมาก่อนในรอบ 90 วันแรก ถ้าเว็บยังไม่มีหน้าที่รองรับคนพร้อมซื้อเลยสักหน้า
ตรวจรายการหัวข้อเดิมของคุณด้วยการนับกอง
เปิดรายการหัวข้อที่เคยคิดไว้แล้วนับว่าแต่ละกองมีกี่หัวข้อ ถ้ากองที่สี่มีเกินครึ่ง แปลว่ารายการนี้จะยังไม่สร้างลูกค้าในรอบนี้ ให้กลับไปเติมหัวข้อกองแรกจากคำถามที่ลูกค้าถามก่อนตัดสินใจจริง วิธีคัดหัวข้อจากต้นทางอ่านได้ที่ ธุรกิจควรเขียนบทความอะไร
หาความถี่ที่ทีมทำไหวก่อนใส่หัวข้อลงปฏิทิน
ความผิดพลาดที่ทำให้ปฏิทินพังเร็วที่สุดคือการตั้งความถี่จากสัปดาห์ที่ว่างที่สุด คนส่วนใหญ่วางแผนตอนต้นปีหรือช่วงหลังปิดงบ ซึ่งเป็นช่วงที่หัวสมองโล่ง แล้วตั้งว่าจะลงสัปดาห์ละสองชิ้น พอถึงเดือนที่งานหน้าร้านเข้าเต็ม ปฏิทินก็หยุดทันทีและมักไม่กลับมาอีก
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือคำนวณจากสัปดาห์ที่ยุ่งที่สุด ลองนึกถึงสัปดาห์ที่ยอดสั่งเข้ามาเยอะที่สุดของปีที่แล้ว แล้วถามว่าสัปดาห์นั้นยังเหลือเวลากี่ชั่วโมงสำหรับงานเขียน ตัวเลขนั้นคือความถี่จริงของคุณ เพราะปฏิทินที่รอดคือปฏิทินที่รอดในเดือนที่แย่ที่สุด ไม่ใช่เดือนที่ดีที่สุด
- จับเวลาการเขียนจริงหนึ่งชิ้นตั้งแต่หาข้อมูลจนกดเผยแพร่ รวมเวลาหารูปและตรวจทาน อย่าประเมินจากความรู้สึก เพราะคนส่วนใหญ่ประเมินต่ำกว่าความจริงเกือบครึ่ง
- หักเวลาที่ต้องใช้กับงานประจำออกก่อน เหลือเท่าไรค่อยเอามาหารด้วยเวลาต่อชิ้น ได้เป็นจำนวนชิ้นต่อเดือนที่ทำไหวจริง
- ถ้าผลออกมาได้เดือนละสองชิ้น ให้วางแผนสองชิ้นแล้วทำให้ครบทุกเดือน ดีกว่าวางแปดชิ้นแล้วได้จริงสามชิ้นในเดือนแรกและศูนย์ชิ้นในเดือนถัดมา
- แยกงานเขียนออกจากงานปรับปรุงของเก่า แล้วกันเวลาไว้สำหรับการอัปเดตบทความเดิมอย่างน้อยหนึ่งช่องต่อเดือน เพราะข้อมูลอย่างราคาหรือเงื่อนไขบริการเปลี่ยนบ่อย
- ถ้ามีคนทำคนเดียว ให้กำหนดวันและเวลาที่แน่นอนในสัปดาห์เป็นช่วงเขียน เช่น เช้าวันอังคารสองชั่วโมง แล้วปฏิบัติกับมันเหมือนนัดลูกค้า
- รายละเอียดเรื่องจังหวะการลงและการรักษาความสม่ำเสมออ่านเพิ่มได้ที่ ควรลงบทความบ่อยแค่ไหน
ความสม่ำเสมอชนะปริมาณเสมอในระยะ 90 วัน
การลงสัปดาห์ละชิ้นติดกันสิบสองสัปดาห์ ให้ผลดีกว่าการลงรวดเดียวสิบชิ้นในสัปดาห์แรกแล้วเงียบไปสองเดือน เพราะทีมจะได้ข้อมูลกลับมาเป็นรอบ ๆ และปรับแผนได้ทัน ส่วนการลงรวดเดียวทำให้ต้องรอถึงสิ้นรอบจึงจะรู้ว่าอะไรได้ผล

ขั้นตอนวางปฏิทิน 90 วันให้เสร็จภายในบ่ายเดียว
ขั้นตอนด้านล่างออกแบบให้ทำจบในครั้งเดียวประมาณสามถึงสี่ชั่วโมง สิ่งที่ได้กลับมาคือไฟล์ตารางหนึ่งไฟล์ที่คนในทีมเปิดแล้วรู้ทันทีว่าสัปดาห์นี้ต้องเขียนเรื่องอะไร ตอบคำถามอะไร และให้คนอ่านไปต่อที่หน้าไหน ไม่ต้องใช้เครื่องมือเสียเงินเพิ่ม ใช้สเปรดชีตธรรมดาได้
วางปฏิทินคอนเทนต์ 90 วันจากศูนย์
- 1
รวบรวมหัวข้อดิบจากสามแหล่งในไฟล์เดียว
แหล่งแรกคือคำถามที่ลูกค้าถามซ้ำในไลน์และหน้าร้าน แหล่งที่สองคือคำค้นในรายงาน Search Console ที่พาคนมาเจอเว็บอยู่แล้ว แหล่งที่สามคือหัวข้อที่คู่แข่งในพื้นที่เดียวกันมีแต่คุณยังไม่มี รวมทั้งหมดไว้ก่อนโดยยังไม่ต้องตัดสินว่าดีหรือไม่ดี
- 2
จัดหัวข้อทั้งหมดลงสี่กองตามระยะห่างจากการซื้อ
ใช้ตารางสี่กองในบทความนี้เป็นเกณฑ์ ถ้าหัวข้อไหนจัดกองไม่ได้ แปลว่ายังเขียนเป็นคำถามของลูกค้าไม่ชัดพอ ให้เขียนใหม่เป็นคำถามก่อน เช่น เปลี่ยนจาก “บริการของเรา” เป็น “รักษาออฟฟิศซินโดรมต้องมาต่อเนื่องกี่ครั้ง”
- 3
เลือกจำนวนชิ้นต่อเดือนตามความถี่ที่คำนวณไว้
ใส่จำนวนช่องในปฏิทินให้เท่ากับจำนวนที่ทีมทำไหวจริงเท่านั้น ห้ามใส่เผื่อ เพราะช่องที่เกินจะกลายเป็นงานค้างที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำมากกว่าจะเป็นแรงผลักดัน
- 4
วางกองที่หนึ่งลงเดือนแรกให้เต็มก่อน
เดือนแรกควรเป็นหัวข้อที่คนพร้อมติดต่อทั้งหมด ถ้ามีไม่พอเต็มเดือน ให้เติมด้วยการปรับปรุงหน้าบริการเดิมให้ตอบคำถามเรื่องราคา ขอบเขตงาน และพื้นที่ให้บริการให้ครบ ซึ่งมักให้ผลเร็วกว่าการเขียนบทความใหม่
- 5
เว้นช่องว่างไว้เดือนละหนึ่งช่อง
ช่องนี้เก็บไว้สำหรับหัวข้อที่โผล่มาระหว่างทาง เช่น ลูกค้าเริ่มถามเรื่องใหม่ หรือมีคำค้นแปลก ๆ ที่ให้ผลดีในรายงาน การเว้นช่องไว้ทำให้แผนยืดหยุ่นโดยไม่ต้องรื้อทั้งตาราง
- 6
เติมช่องข้อมูลของแต่ละชิ้นให้ครบก่อนเริ่มเขียน
อย่างน้อยต้องมีคำถามหลักหนึ่งประโยค หน้าปลายทางที่จะลิงก์ไป คนรับผิดชอบ และวันที่ตั้งใจเผยแพร่ ถ้ากรอกสี่ช่องนี้ไม่ได้ แปลว่าหัวข้อนั้นยังไม่พร้อมลงปฏิทิน
- 7
นัดวันทบทวนไว้ล่วงหน้าที่วันที่ 30 และ 60
ลงในปฏิทินจริงเหมือนนัดประชุม ใช้เวลาครั้งละไม่เกินหนึ่งชั่วโมง เพื่อดูข้อมูลที่เข้ามาแล้วปรับลำดับของครึ่งหลัง การนัดล่วงหน้าสำคัญ เพราะถ้าไม่นัดไว้ จะไม่มีใครหาเวลาทบทวนได้เลย
ช่องที่ต้องมีในตารางปฏิทิน และช่องที่ไม่ต้องมี
ตารางปฏิทินที่ใช้งานได้จริงมักเรียบง่ายกว่าที่คิด ปัญหาของตารางที่มีสิบห้าช่องคือไม่มีใครกรอกครบ และเมื่อกรอกไม่ครบก็ไม่มีใครเชื่อถือข้อมูลในนั้นอีก ให้เริ่มจากช่องน้อยที่สุดที่ทำให้งานเดินได้ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อจำเป็นจริง
- คำถามหลักของชิ้นนั้นเขียนเป็นประโยคเดียว ช่องนี้สำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวกำหนดทั้งหัวเรื่องและขอบเขตเนื้อหา
- กองของหัวข้อตามระยะห่างจากการซื้อ เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าไตรมาสนี้เอียงไปทางไหน
- หน้าปลายทางที่จะลิงก์ไป เช่น หน้าบริการ หน้าจองคิว หรือหน้าติดต่อ ถ้าไม่มีปลายทาง บทความนั้นจะไม่สร้างลูกค้าแม้จะมีคนอ่าน
- คนรับผิดชอบและวันที่ตั้งใจเผยแพร่ ระบุเป็นชื่อคน ไม่ใช่ชื่อทีม เพราะงานที่ไม่มีชื่อคนมักไม่ถูกทำ
- สถานะแค่สามค่าคือ ยังไม่เริ่ม กำลังเขียน และเผยแพร่แล้ว มากกว่านี้ทำให้ต้องมานั่งอัปเดตสถานะแทนที่จะเขียนงาน
- ช่องหมายเหตุสั้น ๆ สำหรับจดสิ่งที่ค้นเจอระหว่างทาง เช่น ลูกค้าถามคำถามนี้ซ้ำอีก หรือคู่แข่งเพิ่งลงเรื่องเดียวกัน
ช่องที่ไม่จำเป็นในรอบแรกคือช่องที่กรอกแล้วไม่เปลี่ยนการตัดสินใจของใคร เช่น ช่องประเมินความยากของคำค้นแบบละเอียด ช่องจำนวนคำเป้าหมาย และช่องคะแนนความสำคัญที่ให้เป็นตัวเลขหนึ่งถึงสิบ สามช่องนี้ใช้เวลากรอกมากแต่มักไม่ถูกนำไปใช้จริง เรื่องความยาวเป้าหมายให้ดูจากคำถามที่ต้องตอบแทน ตามแนวทางใน ความยาวบทความ SEO ควรเป็นเท่าไร

ปรับแผนเมื่อข้อมูลจริงเริ่มเข้ามา
หลังเผยแพร่ไปสี่ถึงหกสัปดาห์ คุณจะเริ่มมีข้อมูลสองชุดที่ใช้ปรับแผนได้ ชุดแรกคือรายงานคำค้นใน Search Console ที่บอกว่าคนเจอเว็บคุณด้วยคำอะไร ชุดที่สองคือสิ่งที่ลูกค้าพูดถึงหลังอ่าน เช่น มีคนโทรมาแล้วบอกว่าอ่านเรื่องนี้จากเว็บ ข้อมูลชุดที่สองมีน้ำหนักมากแม้จะไม่มีตัวเลขรองรับ เพราะมันบอกตรง ๆ ว่าเนื้อหาไหนพาคนมาถึงขั้นติดต่อ
| สิ่งที่เห็นในรอบทบทวน | มักแปลว่าอะไร | ปรับปฏิทินอย่างไร |
|---|---|---|
| มีคำค้นที่พาคนมาเจอเว็บ แต่ยังไม่มีบทความตอบเรื่องนั้นโดยตรง | มีความต้องการอยู่แล้วและคุณเข้าใกล้คำนั้นโดยบังเอิญ | ยกหัวข้อนั้นขึ้นมาไว้ช่องว่างของเดือนถัดไปทันที |
| บทความกองใกล้การซื้อได้ลูกค้าติดต่อเข้ามาแล้ว | หัวข้อกลุ่มนี้ทำงาน และยังมีที่ให้ขยายต่อ | เพิ่มหัวข้อกองเดียวกันอีกหนึ่งถึงสองชิ้น โดยเลื่อนหัวข้อความรู้ทั่วไปออกไป |
| บทความความรู้ทั่วไปมีคนอ่านเยอะแต่ไม่มีใครติดต่อ | เนื้อหาถูกกลุ่มกว้างแต่ยังไม่มีทางไปต่อที่ชัดเจน | ยังไม่ต้องเพิ่มหัวข้อกลุ่มนี้ ให้ใช้ช่องถัดไปแก้บทความเดิมให้มีปลายทางที่ชัดแทน |
| เขียนไม่ทันสองสัปดาห์ติดกัน | ความถี่ที่ตั้งไว้เกินแรงจริงของทีม | ลดจำนวนชิ้นของเดือนที่เหลือลงหนึ่งชิ้น แล้วคงลำดับเดิมไว้ อย่าข้ามกองไปทำหัวข้อที่เขียนง่ายกว่า |
| คำถามใหม่จากลูกค้าโผล่ซ้ำหลายรายในเดือนเดียว | มีความต้องการที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลหรือตามสถานการณ์ | ใส่ลงช่องว่างของเดือนนั้นทันที เพราะหัวข้อแบบนี้มีอายุสั้นและรอรอบหน้าไม่ได้ |
สิ่งที่ไม่ควรทำในรอบทบทวนคือการรื้อแผนทั้งหมดเพราะยังไม่เห็นผลในเดือนแรก เนื้อหาที่เพิ่งเผยแพร่ต้องใช้เวลาให้ระบบค้นหาเก็บข้อมูลและให้คนเริ่มเจอ การเปลี่ยนทิศทางทุกเดือนทำให้ไม่มีหัวข้อกลุ่มไหนได้สะสมความแข็งแรงเลย ให้เปลี่ยนเฉพาะลำดับและจำนวน ไม่ใช่เปลี่ยนแนวทางทั้งหมด
ทำให้ปฏิทินเดินต่อได้โดยไม่ต้องเขียนใหม่ทุกชิ้น
ธุรกิจเล็กหลายรายมีวัตถุดิบอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว เช่น คลิปที่ถ่ายหน้าร้าน คำตอบยาว ๆ ที่พิมพ์ตอบลูกค้าในไลน์ หรือสไลด์ที่เคยใช้อธิบายบริการให้ลูกค้าองค์กร สิ่งเหล่านี้แปลงเป็นบทความได้เร็วกว่าการเริ่มจากหน้ากระดาษเปล่ามาก และช่วยให้ปฏิทินเดินต่อในเดือนที่งานยุ่ง
- เลือกหนึ่งช่องต่อเดือนเป็นช่องแปลงของเดิม เช่น เอาคำตอบที่เคยพิมพ์ตอบลูกค้ามาเรียบเรียงเป็นบทความสั้น
- เก็บคำถามที่ตอบลูกค้าไปแล้วไว้ในโน้ตเดียวทุกครั้งที่ตอบ วิธีนี้ทำให้สิ้นเดือนมีวัตถุดิบพร้อมโดยไม่ต้องนั่งคิดหัวข้อใหม่
- ถ้ามีคอนเทนต์บนโซเชียลอยู่แล้ว ให้ดูวิธีแปลงเป็นหน้าเว็บที่ค้นเจอได้ที่ แปลงคอนเทนต์โซเชียลเป็นบทความ
- แยกงานเขียนออกเป็นสองรอบสั้น ๆ คือรอบร่างโครงกับรอบเขียนเนื้อ แทนการหาเวลาก้อนใหญ่ครั้งเดียวซึ่งมักหาไม่ได้
- ถ้าทีมมีหนึ่งถึงสองคน ให้ดูวิธีจัดระบบงานที่ไม่หยุดกลางคันเพิ่มเติมที่ ทำคอนเทนต์ SEO ด้วยทีมเล็ก

สิ่งที่ไม่ควรทำเวลาวางปฏิทินคอนเทนต์
ข้อผิดพลาดด้านล่างเป็นสาเหตุที่ทำให้ปฏิทินส่วนใหญ่หยุดก่อนครบ 90 วัน ทุกข้อแก้ได้ตั้งแต่ตอนวางแผน และแก้ตอนนี้ถูกกว่าการมาแก้ตอนแผนพังแล้ว
- วางหัวข้อครบทั้ง 90 วันแบบตายตัวโดยไม่เว้นช่องว่าง ทำให้เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามาแล้วต้องเลือกระหว่างฝืนทำตามแผนกับรื้อทั้งตาราง
- เรียงหัวข้อตามลำดับที่เขียนง่ายไปหายาก ซึ่งมักจบลงด้วยการได้แต่บทความความรู้ทั่วไปและไม่เคยได้เขียนหน้าที่ทำเงิน
- ตั้งความถี่จากตัวเลขที่เคยได้ยินคนอื่นทำ เช่น สัปดาห์ละสามชิ้น โดยไม่ได้คำนวณจากเวลาที่ทีมมีจริง
- ใส่หัวข้อตามเทศกาลไว้ในสัปดาห์ของเทศกาลนั้นพอดี ทั้งที่ต้องเผยแพร่ล่วงหน้าหลายสัปดาห์เพื่อให้ทันคนที่เริ่มค้นก่อน
- ไม่กำหนดหน้าปลายทางของแต่ละบทความ ทำให้คนอ่านจบแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ และธุรกิจก็วัดไม่ได้ว่าบทความนั้นมีค่าหรือไม่
- ให้คนละคนเขียนแต่ละชิ้นโดยไม่มีคำถามหลักกำกับ ทำให้เนื้อหาทับกันเองและเว็บมีหลายหน้าที่ตอบเรื่องเดียวกัน
- วัดความสำเร็จของ 90 วันด้วยจำนวนบทความที่ลงได้ แทนที่จะวัดว่ามีหน้าไหนบ้างที่พาคนมาถึงขั้นติดต่อ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าธุรกิจมีหลายบริการที่ไม่เกี่ยวกันเลย ควรวางปฏิทินรวมหรือแยก+
ให้ใช้ปฏิทินไฟล์เดียวแต่มีช่องระบุว่าแต่ละชิ้นเป็นของบริการไหน แล้วเลือกบริการที่ทำกำไรดีที่สุดหรือที่มีคิวว่างมากที่สุดมาทำให้ครบก่อนในรอบแรก การกระจายทีละนิดทุกบริการพร้อมกันทำให้ไม่มีบริการไหนมีเนื้อหาครบพอจะแข่งได้เลย
ควรลงบทความวันไหนของสัปดาห์+
วันในสัปดาห์มีผลน้อยกว่าความสม่ำเสมอมาก สิ่งที่ควรเลือกคือวันที่ทีมทำงานได้จริงและไม่ชนกับงานประจำที่ยุ่งที่สุด เช่น ร้านอาหารไม่ควรตั้งวันเผยแพร่เป็นวันศุกร์ ส่วนธุรกิจรับเหมาไม่ควรตั้งเป็นวันจันทร์ที่ต้องจัดคิวหน้างาน
ระหว่าง 90 วันควรหยุดพักช่วงเทศกาลไหม+
ควรวางแผนล่วงหน้าแทนการหยุด เพราะช่วงเทศกาลเป็นช่วงที่หลายธุรกิจมีคนค้นหามากที่สุด วิธีที่ทำได้คือเขียนล่วงหน้าไว้ก่อนสองชิ้นในเดือนที่ว่างกว่า แล้วตั้งเวลาเผยแพร่ไว้ ถ้าเลือกหยุดจริงให้หยุดแบบมีกำหนดและใส่ลงปฏิทินไว้ ไม่ใช่หายไปเฉย ๆ
จ้างคนเขียนข้างนอกจะใช้ปฏิทินนี้ได้ไหม+
ใช้ได้และยิ่งจำเป็นกว่าเดิม เพราะช่องคำถามหลักและช่องหน้าปลายทางคือสิ่งที่ทำให้คนนอกเขียนได้ตรงโดยไม่ต้องรู้จักธุรกิจคุณลึก สิ่งที่ต้องเพิ่มคือรายการข้อมูลเฉพาะของธุรกิจ เช่น ขอบเขตบริการ พื้นที่ให้บริการ และข้อจำกัดที่ห้ามเขียนผิด ส่งไปพร้อมโจทย์ทุกครั้ง
ครบ 90 วันแล้วควรทำอะไรต่อในรอบถัดไป+
เริ่มรอบใหม่ด้วยการทบทวนว่าหัวข้อกองไหนให้ผลดีที่สุด แล้วจัดสัดส่วนรอบถัดไปตามนั้น พร้อมกันช่องไว้สำหรับอัปเดตบทความเก่าให้มากขึ้นกว่ารอบแรก เพราะเมื่อเว็บเริ่มมีเนื้อหาสะสม การปรับของเดิมให้ดีขึ้นมักคุ้มเวลากว่าการเขียนชิ้นใหม่
ต้องใช้เครื่องมือจัดการงานแบบไหนถึงจะเอาอยู่+
สเปรดชีตหนึ่งไฟล์เพียงพอสำหรับทีมไม่เกินสามคน สิ่งที่ทำให้ปฏิทินอยู่รอดคือการมีคนเปิดดูทุกสัปดาห์ ไม่ใช่ความสามารถของเครื่องมือ ถ้าทีมยังไม่เคยใช้ปฏิทินมาก่อน การเริ่มด้วยเครื่องมือซับซ้อนมักทำให้เลิกใช้เร็วกว่าเดิม
สรุป
ปฏิทินคอนเทนต์ 90 วันที่ได้ผลไม่ได้อยู่ที่จำนวนหัวข้อ แต่อยู่ที่ลำดับและความถี่ที่ทำไหว เริ่มจากจัดหัวข้อเป็นสี่กองตามระยะห่างจากการตัดสินใจซื้อ วางกองที่ใกล้ที่สุดไว้เดือนแรก คำนวณความถี่จากสัปดาห์ที่ยุ่งที่สุดไม่ใช่สัปดาห์ที่ว่างที่สุด เว้นช่องว่างไว้เดือนละหนึ่งช่อง แล้วนัดทบทวนที่วันที่ 30 และ 60 เพื่อปรับลำดับด้วยข้อมูลจริง ทำครบสามเดือนแล้วคุณจะมีทั้งเนื้อหาและข้อมูลของตัวเองไว้วางรอบถัดไป
วางปฏิทินรอบนี้ให้จบ แล้วเขียนตามแผนได้จริง
NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อมปริมาณการค้นหา ทำ content map ทั้งโปรเจกต์ และเขียนบทความภาษาไทยตามแนวทางแบรนด์ของคุณ ทำให้ช่องในปฏิทิน 90 วันถูกเติมได้ตามจังหวะที่ทีมวางไว้
เริ่มฟรี 3 บทความ