ติดตาม SEO ด้วย Google Sheets: ทำแดชบอร์ดง่าย ๆ โดยไม่ต้องซื้อเครื่องมือ
วิธีติดตาม SEO ด้วย Google Sheets ตั้งแต่ชีตที่ควรมี คอลัมน์ในแต่ละชีต การดึงข้อมูลจาก Search Console สูตรที่ใช้จริง และจุดที่ควรขยับไปเครื่องมือจริง
ทีม NOAH · เผยแพร่ 10 กันยายน 2569 · อัปเดต 10 กันยายน 2569 · อ่าน 13 นาที

สรุปสั้น
- ✓ธุรกิจที่ติดตามคีย์เวิร์ดไม่กี่สิบคำ ยังไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเครื่องมือรายเดือน เพราะไฟล์ตารางหนึ่งไฟล์เก็บข้อมูลได้ครบพอสำหรับการตัดสินใจ
- ✓แดชบอร์ดที่ใช้ได้จริงต้องมีอย่างน้อยสี่ชีต คือชีตคีย์เวิร์ดกับหน้าเป้าหมาย ชีตข้อมูลรายเดือนจาก Search Console ชีตบันทึกการเปลี่ยนแปลง และชีตสรุปสำหรับเจ้าของ
- ✓ชีตบันทึกการเปลี่ยนแปลงคือส่วนที่คนข้ามบ่อยที่สุด แต่เป็นชีตเดียวที่ทำให้ตอบได้ว่าตัวเลขที่ขยับเกิดจากงานที่ทำไปเมื่อไร
- ✓สูตรที่ต้องใช้จริงมีไม่กี่ตัว คือ VLOOKUP หรือ XLOOKUP สำหรับดึงข้อมูลข้ามชีต SUMIF สำหรับรวมยอดตามกลุ่ม และการลบค่าเดือนต่อเดือนเพื่อดูส่วนต่าง
- ✓เมื่อคีย์เวิร์ดที่ติดตามเกินหลักร้อย มีหลายเว็บให้ดูแล หรือมีคนหลายคนแก้ไฟล์เดียวกัน ไฟล์ตารางจะเริ่มช้าและผิดพลาดง่าย ถึงจุดนั้นค่อยขยับไปเครื่องมือจริง
เจ้าของธุรกิจเล็กที่เพิ่งเริ่มทำ SEO มักเจอสถานการณ์เดียวกัน คือเปิด Search Console ดูเดือนละครั้ง เห็นกราฟขึ้นบ้างลงบ้าง แล้วปิดหน้าจอไปโดยยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าเดือนที่ผ่านมาดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะไม่มีที่เก็บตัวเลขของเดือนก่อนไว้เทียบ
บทความนี้จะพาทำแดชบอร์ดติดตามผลด้วยไฟล์ตารางเดียว ตั้งแต่วางว่าควรมีกี่ชีต แต่ละชีตมีคอลัมน์อะไร ดึงข้อมูลจาก Search Console เข้ามาอย่างไร ใช้สูตรตัวไหนบ้าง ตั้งรอบอัปเดตไม่ให้ลืม และดูออกว่าเมื่อไรไฟล์ตารางเริ่มไม่พอ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรใช้เครื่องมือระดับไหน อ่านภาพรวมได้ที่ เครื่องมือทำ SEO สำหรับ SME
ติดตาม SEO ด้วย Google Sheets ทำได้จริงไหม
ติดตาม SEO ด้วย Google Sheets ทำอย่างไร
ทำได้โดยสร้างไฟล์ตารางหนึ่งไฟล์ที่มีสี่ชีต ได้แก่ ชีตคีย์เวิร์ดกับหน้าเป้าหมาย ชีตข้อมูลรายเดือนที่ส่งออกจาก Google Search Console ชีตบันทึกงานที่ทำกับเว็บในแต่ละเดือน และชีตสรุปที่ดึงตัวเลขจากสามชีตแรกมาแสดง จากนั้นตั้งรอบอัปเดตเดือนละครั้งในวันเดิมทุกเดือน วิธีนี้เพียงพอสำหรับธุรกิจที่ติดตามคีย์เวิร์ดไม่กี่สิบคำและมีเว็บเดียว
ข้อได้เปรียบของไฟล์ตารางไม่ใช่แค่เรื่องไม่มีค่าใช้จ่าย แต่คือคุณเลือกได้เองว่าจะเก็บอะไร เครื่องมือสำเร็จรูปจะแสดงสิ่งที่ผู้พัฒนาคิดว่าคุณควรเห็น ซึ่งมักมีตัวเลขจำนวนมากที่ธุรกิจเล็กไม่ได้ใช้ตัดสินใจอะไรเลย ในขณะที่ตารางของคุณเองจะมีเฉพาะคอลัมน์ที่คุณเปิดดูจริงทุกเดือน ทั้งนี้ตารางไม่ได้สร้างข้อมูลใหม่ แต่เป็นที่เก็บและเปรียบเทียบข้อมูลที่ Google Search Console มีอยู่แล้ว ถ้ายังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์เว็บใน Search Console ให้ทำก่อน อ่านวิธีตั้งค่าได้ที่ Google Search Console คืออะไร
ทำไมไฟล์ตารางยังพอสำหรับธุรกิจที่ดูไม่กี่สิบคีย์เวิร์ด
เครื่องมือ SEO แบบเสียเงินออกแบบมาสำหรับคนที่ต้องดูแลคีย์เวิร์ดหลักพันคำ หลายโดเมน และต้องส่งรายงานให้ลูกค้าหลายราย ถ้าธุรกิจของคุณมีเว็บเดียว มีหน้าบริการห้าถึงสิบหน้า และตั้งใจติดตามคีย์เวิร์ดสัก 20-40 คำ ความสามารถส่วนใหญ่ที่คุณจ่ายไปจะไม่ได้ถูกใช้ ข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องยอมรับตั้งแต่ต้นคือไฟล์ตารางไม่ได้บอกอันดับรายวัน ไม่ได้บอกว่าคู่แข่งติดคำไหน และไม่ได้ตรวจปัญหาทางเทคนิคทั้งเว็บให้
- ข้อมูลคลิกและการแสดงผลที่แม่นที่สุดสำหรับเว็บของคุณ มาจาก Search Console ซึ่งเป็นข้อมูลของ Google เอง ไม่ใช่ค่าประมาณของผู้ให้บริการรายอื่น และเปิดใช้ได้ฟรีอยู่แล้ว
- ธุรกิจที่ลงบทความเดือนละไม่กี่ชิ้น การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายจะเห็นเป็นรายเดือน ไม่ใช่รายวัน จึงไม่จำเป็นต้องมีระบบเก็บข้อมูลอัตโนมัติทุกวัน
- สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจได้จริงคือการเทียบเดือนต่อเดือนพร้อมบันทึกว่าเดือนนั้นทำอะไรกับเว็บบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องมือสำเร็จรูปส่วนใหญ่ไม่ได้บันทึกให้
- ไฟล์ตารางเปิดดูได้จากมือถือ แชร์ให้คนที่เกี่ยวข้องดูได้ทันที และไม่หายไปเมื่อเลิกจ่ายค่าบริการรายเดือน
สี่ชีตที่ควรมีและคอลัมน์ในแต่ละชีต
โครงที่ใช้ได้นานที่สุดคือแยกข้อมูลตามลักษณะการเปลี่ยนแปลง ชีตที่แทบไม่เปลี่ยนอยู่แยกจากชีตที่เพิ่มข้อมูลทุกเดือน และชีตสรุปไม่ควรมีใครพิมพ์ตัวเลขลงไปด้วยมือเลย
ชีตที่ 1 คีย์เวิร์ดและหน้าเป้าหมาย
ชีตนี้คือทะเบียนกลางที่บอกว่าคุณตั้งใจให้หน้าไหนติดคำไหน หนึ่งแถวคือหนึ่งคีย์เวิร์ด และคีย์เวิร์ดหนึ่งคำควรผูกกับหน้าเดียวเท่านั้น ถ้าเผลอใส่สองหน้าให้คำเดียวกัน นั่นคือสัญญาณของปัญหาหน้าแย่งอันดับกันเอง ซึ่งอธิบายไว้ที่ Keyword Cannibalization
| คอลัมน์ | ตัวอย่างค่า | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| คีย์เวิร์ด | รับซ่อมแอร์ นนทบุรี | คำที่ตั้งใจให้ติด ใช้เป็นคีย์หลักในการเชื่อมกับชีตอื่น |
| หน้าเป้าหมาย (URL) | /service/air-repair | หน้าเดียวที่รับผิดชอบคำนี้ ถ้าว่างแปลว่ายังไม่มีหน้ารองรับ |
| กลุ่ม | บริการหลัก / บทความ / หน้าพื้นที่ | ใช้จัดกลุ่มตอนสรุป เพื่อดูว่ากลุ่มไหนโตกลุ่มไหนนิ่ง |
| เจตนาการค้นหา | อยากซื้อ / อยากรู้ | ช่วยตัดสินว่าคำไหนควรได้ความสำคัญก่อนเมื่อเวลามีจำกัด |
| สถานะหน้า | ยังไม่เขียน / เผยแพร่แล้ว / ต้องปรับ | ทำให้เห็นงานค้างโดยไม่ต้องเปิดเว็บไล่ดูทีละหน้า |
| วันที่เผยแพร่ | 2026-07-15 | ใช้ประเมินว่าหน้ามีอายุพอที่จะคาดหวังผลได้หรือยัง |
ชีตที่ 2 ข้อมูลรายเดือนจาก Search Console
ชีตนี้เป็นชีตเดียวที่ข้อมูลจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ กติกาสำคัญคือห้ามทับข้อมูลเดือนเก่า ให้ต่อท้ายลงไปเสมอ เพราะ Search Console เก็บข้อมูลย้อนหลังได้จำกัด ถ้าปล่อยให้เกินช่วงที่เก็บไว้แล้วยังไม่เคยบันทึก ข้อมูลเดือนนั้นจะหายไปถาวร
- เดือน — ใช้รูปแบบเดียวกันทุกแถว เช่น 2026-08 เพื่อให้เรียงลำดับและใช้สูตรได้
- คีย์เวิร์ด — ต้องสะกดตรงกับชีตที่ 1 เป๊ะ ไม่งั้นสูตรดึงข้อมูลจะไม่เจอ
- คลิก — จำนวนครั้งที่คนกดเข้าเว็บจากผลค้นหา
- การแสดงผล (impression) — จำนวนครั้งที่หน้าเว็บถูกแสดงในผลค้นหา
- อันดับเฉลี่ย — ตำแหน่งเฉลี่ยของเดือนนั้น เป็นค่าเฉลี่ย ไม่ใช่อันดับที่ทุกคนเห็นตรงกัน
- หน้าที่ติด (URL) — หน้าที่ Google เลือกแสดงจริง ซึ่งอาจไม่ตรงกับหน้าเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ถ้าไม่ตรงแปลว่าเว็บกำลังส่งสัญญาณสับสน คอลัมน์นี้จึงจับปัญหาได้ตั้งแต่ยังไม่กระทบยอด
- ความหมายของตัวเลขแต่ละตัว ถ้ายังไม่แน่ใจว่าอันดับเฉลี่ยกับการแสดงผลต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่ SEO Traffic, Impression, Click และ Average Position

ชีตที่ 3 บันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ทำกับเว็บ
นี่คือชีตที่คนข้ามบ่อยที่สุดและเสียดายที่สุดเมื่อไม่ได้ทำ เพราะสามเดือนผ่านไปแล้วเห็นคลิกเพิ่มขึ้น คำถามแรกที่ตามมาคือเพิ่มเพราะอะไร ถ้าไม่มีบันทึกก็ตอบได้แค่เดา ให้บันทึกทุกอย่างที่แตะเว็บ ไม่ใช่เฉพาะงาน SEO การเปลี่ยนธีม ย้ายโฮสต์ ติดตั้งปลั๊กอินใหม่ หรือปิดเว็บซ่อมสองวัน ล้วนกระทบตัวเลขได้ทั้งนั้น และเป็นสาเหตุที่คนมักมองข้ามเวลาไล่หาว่าทำไมทราฟฟิกตก ซึ่งมีวิธีไล่ตรวจอยู่ที่ Keyword อันดับตกและ Traffic ลดลง
| คอลัมน์ | ตัวอย่างค่า |
|---|---|
| วันที่ | 2026-08-04 |
| สิ่งที่ทำ | เขียนบทความใหม่ / แก้ title / เพิ่มลิงก์ภายใน / ย้ายโฮสต์ / เปลี่ยนธีม |
| หน้าที่กระทบ | /service/air-repair |
| ใครทำ | เจ้าของ / ทีมเว็บ / เอเจนซี |
| คาดหวังผลอะไร | อยากให้คำว่า ซ่อมแอร์ นนทบุรี ขยับขึ้นหน้าแรก |
| ผลที่เห็นจริงหลัง 4-8 สัปดาห์ | อันดับเฉลี่ยขยับจาก 18 เป็น 11 คลิกเพิ่มเล็กน้อย |
ชีตที่ 4 สรุปสำหรับเจ้าของ
ชีตนี้ต้องอ่านจบใน 30 วินาที และห้ามมีตัวเลขที่พิมพ์เข้าไปด้วยมือ ทุกช่องต้องเป็นสูตรที่ดึงมาจากชีตอื่น เพราะถ้ามีการพิมพ์มือเมื่อไร วันหนึ่งจะมีคนลืมอัปเดตแล้วทั้งไฟล์จะเชื่อถือไม่ได้
- คลิกรวมทั้งเว็บของเดือนล่าสุด เทียบกับเดือนก่อนหน้าเป็นส่วนต่าง
- จำนวนคีย์เวิร์ดที่อยู่อันดับเฉลี่ยดีกว่า 10 เทียบเดือนก่อน
- คีย์เวิร์ดกลุ่มบริการหลักห้าคำแรก พร้อมอันดับเฉลี่ยและคลิกของเดือนนี้
- คีย์เวิร์ดที่อันดับเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 11-20 ซึ่งเป็นกลุ่มที่แก้แล้วมีโอกาสขยับขึ้นหน้าแรกเร็วที่สุด
- รายการงานที่ทำในเดือนที่ผ่านมา ดึงมาจากชีตบันทึกการเปลี่ยนแปลง
ดึงข้อมูลจาก Search Console เข้าชีตอย่างไร
มีสองทางที่ธุรกิจเล็กใช้ได้จริง ทางแรกคือส่งออกไฟล์เองเดือนละครั้ง ทางที่สองคือใช้ส่วนเสริมของ Google Sheets ที่เชื่อมกับ Search Console แล้วสั่งดึงข้อมูลตามช่วงเวลาที่กำหนด ทางแรกใช้เวลาประมาณสิบนาทีต่อเดือนและไม่ต้องให้สิทธิ์อะไรเพิ่ม ทางที่สองเร็วกว่าแต่ต้องอนุญาตให้ส่วนเสริมเข้าถึงข้อมูล Search Console ของคุณ
ส่งออกข้อมูลจาก Search Console มาลงชีตด้วยตัวเอง
- 1
เปิดรายงาน Performance และตั้งช่วงเวลาให้เป็นเดือนเต็ม
เข้า Search Console เลือกเว็บของคุณ ไปที่รายงาน Performance แล้วตั้งช่วงวันที่เป็นวันที่ 1 ถึงวันสุดท้ายของเดือนที่ผ่านมา อย่าใช้ตัวเลือกสำเร็จรูปอย่าง 28 วันล่าสุด เพราะเดือนถัดไปจะเทียบกันไม่ได้
- 2
เปิดค่าที่ต้องการให้ครบสี่ตัว
กดเปิดทั้งคลิก การแสดงผล อัตราการคลิก และอันดับเฉลี่ย ให้แสดงพร้อมกัน ถ้าไม่เปิดก่อนส่งออก ไฟล์ที่ได้จะขาดคอลัมน์และต้องทำใหม่
- 3
ส่งออกที่แท็บ Queries และแท็บ Pages
กดปุ่มส่งออกแล้วเลือกดาวน์โหลดเป็นไฟล์ตาราง จะได้ทั้งข้อมูลรายคีย์เวิร์ดและรายหน้า เก็บไว้ทั้งสองชุดเพราะใช้ตอบคนละคำถาม
- 4
วางลงชีตที่ 2 โดยต่อท้ายและเติมคอลัมน์เดือน
คัดลอกเฉพาะแถวข้อมูลไปวางต่อท้ายแถวสุดท้ายที่มีอยู่ แล้วเติมคอลัมน์เดือนให้ทุกแถวใหม่เป็นค่าเดียวกัน เช่น 2026-08 ห้ามวางทับข้อมูลเดือนก่อนเด็ดขาด
- 5
ตัดช่องว่างส่วนเกินก่อนนำไปเทียบ
ข้อมูลจาก Search Console อาจมีช่องว่างท้ายคำที่ต่างจากที่คุณพิมพ์ในชีตที่ 1 เล็กน้อย ทำให้สูตรดึงข้อมูลไม่เจอทั้งที่ดูด้วยตาแล้วเหมือนกัน ให้ครอบด้วยฟังก์ชัน TRIM ทุกครั้ง
- 6
ตรวจว่าชีตสรุปขยับตาม
เปิดชีตที่ 4 ดูว่าตัวเลขเดือนล่าสุดเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าไม่ขยับแปลว่าสูตรยังอ้างช่วงแถวเดิม ให้แก้ช่วงอ้างอิงให้ครอบคลุมทั้งคอลัมน์
สูตรและกราฟที่จำเป็นจริง ๆ มีไม่กี่ตัว
หลายคนพังตรงนี้เพราะพยายามทำไฟล์ให้ฉลาดเกินความจำเป็น จนสามเดือนผ่านไปก็ไม่กล้าแตะเพราะกลัวสูตรพัง ความจริงแล้วแดชบอร์ดที่ใช้งานได้ยาว ๆ ต้องการสูตรแค่ไม่กี่แบบ
| สูตร | ใช้ตอนไหน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| XLOOKUP หรือ VLOOKUP | ดึงหน้าเป้าหมายและกลุ่มจากชีตที่ 1 มาแปะข้างข้อมูลรายเดือน | ให้คีย์เวิร์ดเป็นคอลัมน์เชื่อม และตั้งค่าให้คืนค่าว่างเมื่อหาไม่เจอ จะได้เห็นทันทีว่าคำไหนยังไม่อยู่ในทะเบียน |
| SUMIFS | รวมคลิกของเดือนหนึ่ง หรือรวมเฉพาะกลุ่มบริการหลัก | ใช้แทนการเลือกช่วงด้วยมือ ซึ่งมักลืมขยายช่วงเมื่อข้อมูลยาวขึ้น |
| COUNTIFS | นับจำนวนคีย์เวิร์ดที่อันดับเฉลี่ยดีกว่า 10 ในเดือนนั้น | เป็นตัวเลขที่เจ้าของธุรกิจเข้าใจง่ายกว่าค่าเฉลี่ยรวมของทั้งเว็บ |
| การลบสองเซลล์ตรง ๆ | หาส่วนต่างระหว่างเดือนนี้กับเดือนก่อน | ไม่ต้องทำเป็นเปอร์เซ็นต์ทุกช่อง เพราะฐานที่เล็กมากจะทำให้เปอร์เซ็นต์ดูหวือหวาเกินจริง |
| IFERROR | ครอบสูตรดึงข้อมูลทุกตัว | กันไม่ให้ชีตสรุปเต็มไปด้วยข้อความแจ้งข้อผิดพลาดจนอ่านไม่รู้เรื่อง |
ส่วนกราฟ ให้มีแค่สองอัน อันแรกคือกราฟเส้นแสดงคลิกรวมทั้งเว็บรายเดือน เพื่อดูทิศทางระยะยาว อันที่สองคือกราฟแท่งเทียบคลิกรายกลุ่มระหว่างเดือนล่าสุดกับเดือนก่อนหน้า เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากกลุ่มไหน กราฟที่มากกว่านี้มักถูกเลื่อนผ่านโดยไม่มีใครอ่าน
อย่าใส่ช่องอันดับที่ต้องพิมพ์เอง
หลายคนเผลอทำคอลัมน์ให้กรอกอันดับที่เห็นจากการค้นหาด้วยตัวเอง ตัวเลขนั้นเชื่อไม่ได้เพราะผลค้นหาต่างกันตามพื้นที่ อุปกรณ์ และประวัติการค้นหาของแต่ละคน เหตุผลเต็ม ๆ อยู่ที่ Rank Tracker คืออะไร ให้ใช้อันดับเฉลี่ยจาก Search Console เป็นหลักแทน

ตั้งรอบอัปเดตอย่างไรไม่ให้ลืม
แดชบอร์ดส่วนใหญ่ไม่ได้ตายเพราะสูตรผิด แต่ตายเพราะเดือนที่สามไม่มีใครอัปเดต วิธีที่ได้ผลคือทำให้รอบอัปเดตสั้นและมีวันที่ตายตัว ไม่ใช่ตั้งใจว่าจะทำเมื่อว่าง
- 1เลือกวันประจำเดือน เช่น วันที่ 5 ของทุกเดือน เพราะข้อมูลใน Search Console จะนิ่งพอหลังจบเดือนไปแล้วหลายวัน
- 2ตั้งนัดในปฏิทินแบบเกิดซ้ำทุกเดือน ความยาว 30 นาที ระบุชื่อไฟล์และลิงก์ไว้ในนัดเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหา
- 3ทำสามอย่างในนัดนั้นเท่านั้น คือวางข้อมูลเดือนใหม่ บันทึกงานที่ทำกับเว็บในเดือนที่ผ่านมา และอ่านชีตสรุปแล้วเขียนหนึ่งบรรทัดว่าเดือนหน้าจะทำอะไร
- 4ถ้าเดือนไหนไม่มีเวลาจริง ๆ ให้ทำแค่ขั้นวางข้อมูล เพราะข้อมูลที่ไม่ได้เก็บจะหายถาวร ส่วนการวิเคราะห์ย้อนหลังทำเมื่อไรก็ได้
- 5ทบทวนภาพรวมทุกไตรมาส ดูสามเดือนรวมกันแทนการดูเดือนเดียว เพราะเดือนเดียวมักเป็นความผันผวนตามฤดูกาลมากกว่าผลของงานที่ทำ
- 6แยกสิทธิ์แก้ไฟล์ให้ชัด ให้คนที่รับผิดชอบอัปเดตมีสิทธิ์แก้ไข ส่วนคนอื่นเปิดดูได้อย่างเดียว ไฟล์ที่ใครก็แก้ได้มักจบลงด้วยแถวที่ถูกลบโดยไม่ตั้งใจและไม่มีใครรู้ว่าหายไปตอนไหน
เมื่อไหร่ที่ไฟล์ตารางเริ่มไม่พอ
สัญญาณจะชัดมาก และมักมาพร้อมกันหลายอย่าง ถ้าเจอสองข้อขึ้นไปในตารางข้างล่าง แปลว่าเวลาที่คุณเสียไปกับการดูแลไฟล์เริ่มมากกว่ามูลค่าที่ประหยัดได้จากการไม่จ่ายค่าเครื่องมือ
| สัญญาณ | สาเหตุ | ทางออก |
|---|---|---|
| ไฟล์เริ่มหน่วง สูตรคำนวณช้าเมื่อเปิด | ข้อมูลรายเดือนสะสมเกินหลักหมื่นแถว | แยกไฟล์ตามปี หรือย้ายไปเครื่องมือที่เก็บข้อมูลให้อัตโนมัติ |
| ติดตามคีย์เวิร์ดเกินหลักร้อยคำ | การอัปเดตด้วยมือใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วโมงต่อเดือน | ใช้เครื่องมือที่ดึงข้อมูลอัตโนมัติ หรือลดจำนวนคำที่ติดตามจริงลง |
| ต้องดูแลมากกว่าหนึ่งเว็บ | ต้องทำไฟล์ซ้ำและเทียบข้ามไฟล์ด้วยมือ | เครื่องมือที่รวมหลายโดเมนไว้ในที่เดียว |
| ต้องรู้ว่าคู่แข่งติดคำไหนบ้าง | Search Console ให้ข้อมูลเฉพาะเว็บของคุณเท่านั้น | ต้องใช้เครื่องมือที่มีฐานข้อมูลคีย์เวิร์ดของทั้งตลาด |
| มีหลายคนแก้ไฟล์เดียวกันจนข้อมูลเพี้ยน | ไม่มีระบบสิทธิ์และประวัติการแก้ที่ตรวจสอบง่าย | แยกสิทธิ์ให้ชัด หรือย้ายไปแพลตฟอร์มที่มีระบบผู้ใช้ |
| ต้องส่งรายงานให้คนอื่นทุกเดือน | จัดหน้าตารางให้อ่านง่ายกินเวลามากกว่าการวิเคราะห์ | ใช้เครื่องมือทำรายงาน อ่านแนวทางที่ ทำ SEO Report และ Dashboard |
ในฝั่งของ NOAH เอง สิ่งที่ช่วยได้คือการหาคีย์เวิร์ดพร้อมปริมาณการค้นหา วิเคราะห์ช่องว่างเนื้อหาเทียบคู่แข่ง วางแผนหัวข้อทั้งโปรเจกต์ เขียนบทความภาษาไทย และเชื่อมข้อมูลจาก Google Search Console เข้ามาดูในที่เดียว แต่ NOAH ไม่ได้ติดตามอันดับรายวันและไม่ได้ทำหน้าที่แทน rank tracker ดังนั้นถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือการเฝ้าอันดับรายวันจริง ๆ ยังต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางแยกต่างหาก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เขียนทับข้อมูลเดือนเก่าด้วยข้อมูลเดือนใหม่ ทำให้เหลือแค่ภาพนิ่งของเดือนล่าสุดและเทียบอะไรไม่ได้เลย ซึ่งเป็นเหตุผลทั้งหมดที่ทำไฟล์นี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก
- ใส่คอลัมน์เยอะเกินจนไม่มีใครกรอกครบ ตารางที่มีสามสิบคอลัมน์แต่กรอกจริงห้าคอลัมน์ แย่กว่าตารางที่มีหกคอลัมน์แล้วกรอกครบทุกเดือน
- ใช้อันดับเฉลี่ยเป็นตัวชี้วัดหลักตัวเดียว ทั้งที่อันดับเฉลี่ยขยับได้จากการที่คำใหม่ ๆ เริ่มติดในอันดับท้าย ๆ ควรดูคู่กับคลิกและการแสดงผลเสมอ
- ไม่บันทึกงานที่ทำกับเว็บ แล้วสรุปเอาเองว่าตัวเลขที่ขึ้นเกิดจากบทความใหม่ ทั้งที่อาจเกิดจากช่วงเทศกาลหรือคู่แข่งหยุดทำเว็บ
- เทียบเดือนกุมภาพันธ์กับเดือนมกราคมแบบตรง ๆ โดยไม่นึกถึงจำนวนวันที่ต่างกัน ทำให้ดูเหมือนตกทั้งที่ค่าเฉลี่ยต่อวันเท่าเดิม
- ตั้งเป้าจากตัวเลขที่เห็นในบทความทั่วไปแทนที่จะตั้งจากฐานของตัวเอง เรื่องนี้อ่านเพิ่มได้ที่ SEO KPI มีอะไรบ้าง
- แชร์ไฟล์แบบให้ทุกคนแก้ไขได้ แล้ววันหนึ่งมีคนเรียงข้อมูลใหม่จนคอลัมน์เลื่อนไม่ตรงแถว โดยไม่มีใครสังเกตจนผ่านไปหลายเดือน
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเว็บเพิ่งเปิดได้เดือนเดียว ควรเริ่มทำไฟล์นี้เลยไหม+
ควรเริ่มทันที แม้ตัวเลขเดือนแรกจะน้อยจนดูไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร ประโยชน์ของไฟล์นี้อยู่ที่การมีข้อมูลย้อนหลังไว้เทียบ ยิ่งเริ่มเก็บเร็ว ยิ่งมีฐานให้เปรียบเทียบเร็ว และเดือนแรก ๆ ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที
ใช้ Excel แทน Google Sheets ได้ไหม+
ได้ทั้งหมด สูตรที่ใช้มีอยู่ในทั้งสองโปรแกรม ข้อต่างอยู่ที่ Google Sheets แชร์ให้คนอื่นเปิดดูพร้อมกันได้ง่ายกว่า และมีส่วนเสริมที่เชื่อมกับ Search Console ให้เลือกใช้ ถ้าทำงานคนเดียวและถนัด Excel อยู่แล้วก็ใช้ต่อได้
ควรเก็บข้อมูลย้อนหลังกี่เดือนถึงจะเริ่มดูออก+
อย่างน้อยหกเดือนถึงจะเริ่มแยกออกว่าอะไรคือแนวโน้มจริง อะไรคือความผันผวนปกติ ถ้าธุรกิจของคุณมีฤดูกาลชัด เช่น ขายของช่วงเทศกาล ควรมีข้อมูลครบสิบสองเดือนแล้วเทียบเดือนเดียวกันของปีก่อนแทนการเทียบเดือนติดกัน
ควรใส่ข้อมูลจาก Google Analytics ลงไฟล์เดียวกันด้วยไหม+
ใส่ได้ แต่แนะนำให้เป็นชีตแยกและเริ่มทำหลังจากชีตพื้นฐานสี่ชีตเดินได้นิ่งแล้วอย่างน้อยสามเดือน เพราะข้อมูลสองแหล่งนี้นับไม่เหมือนกัน การเอามาวางติดกันตั้งแต่แรกมักทำให้สับสนมากกว่าช่วย
ส่วนเสริมที่เชื่อม Search Console กับชีตปลอดภัยไหม+
ก่อนติดตั้งควรดูว่าผู้พัฒนาเป็นใคร ขอสิทธิ์อะไรบ้าง และมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่อ่านได้จริงหรือไม่ ส่วนเสริมกลุ่มนี้ต้องขอสิทธิ์อ่านข้อมูล Search Console ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าตัวไหนขอสิทธิ์แก้ไขเว็บหรือเข้าถึงอีเมลด้วย ควรข้ามไป
ถ้าซื้อเครื่องมือ SEO แล้ว ยังต้องเก็บไฟล์นี้อยู่ไหม+
ควรเก็บชีตบันทึกการเปลี่ยนแปลงไว้ต่อ เพราะเครื่องมือส่วนใหญ่บอกได้ว่าตัวเลขขยับ แต่ไม่รู้ว่าคุณทำอะไรกับเว็บไปบ้าง ส่วนชีตข้อมูลรายเดือนจะปล่อยให้เครื่องมือดูแลแทนก็ได้ แต่อย่าลบข้อมูลเก่าทิ้ง เพราะเครื่องมือใหม่มักไม่มีประวัติย้อนหลังของคุณ
สรุป
การติดตาม SEO ด้วย Google Sheets ไม่ใช่ทางเลือกของคนที่ยังไม่มีงบ แต่เป็นวิธีที่เหมาะกับธุรกิจที่มีเว็บเดียวและติดตามคีย์เวิร์ดไม่กี่สิบคำ สิ่งที่ทำให้ไฟล์นี้มีค่าไม่ใช่สูตรหรือกราฟ แต่คือวินัยในการวางข้อมูลเดือนใหม่ต่อท้ายทุกเดือนโดยไม่ทับของเก่า และการบันทึกว่าเดือนนั้นคุณทำอะไรกับเว็บบ้าง เมื่อไฟล์เริ่มช้า คีย์เวิร์ดเกินหลักร้อย หรือต้องดูแลหลายเว็บ ค่อยขยับไปเครื่องมือที่เก็บข้อมูลให้อัตโนมัติ
ให้ข้อมูลที่เก็บไว้กลายเป็นบทความที่ลงได้จริง
NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อมปริมาณการค้นหา วางแผนหัวข้อทั้งโปรเจกต์ และเขียนบทความภาษาไทยพร้อม schema โดยเชื่อมข้อมูลจาก Google Search Console เข้ามาดูในที่เดียว
เริ่มฟรี 3 บทความ