Ahrefs alternatives มีอะไรบ้าง เลือกทางเลือกให้ตรงกับงานที่ต้องใช้จริง
รวมทางเลือกแทน Ahrefs แบ่งตามกลุ่มงาน ทั้งเครื่องมือวิเคราะห์ backlink คู่แข่ง และเครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหา พร้อมจุดที่แต่ละกลุ่มตอบโจทย์ต่างกัน
ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 14 นาที

สรุปสั้น
- ✓คนมองหา Ahrefs alternatives ด้วยเหตุผลต่างกัน บางคนอยากได้ราคาที่คุ้มกับงานที่ใช้จริง บางคนอยากได้เครื่องมือที่ทำงานฝั่งผลิตเนื้อหาด้วย
- ✓ทางเลือกแบ่งได้เป็นสามกลุ่มหลัก คือเครื่องมือที่ทำงานคล้าย Ahrefs ด้าน backlink และคู่แข่ง เครื่องมือฟรีจาก Google กับเครื่องมือที่เน้นฝั่งคีย์เวิร์ดและผลิตเนื้อหา
- ✓Google Search Console เป็นทางเลือกฟรีที่ให้ข้อมูลเว็บตัวเองแม่นกว่าเครื่องมือเสียเงินทุกตัว แต่ไม่มีข้อมูลของคู่แข่ง
- ✓NOAH เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ฝั่งคีย์เวิร์ดและการผลิตบทความ แต่ไม่ได้ทำ backlink analysis หรือ rank tracking แบบที่ Ahrefs ทำ
- ✓การเลือกทางเลือกที่เหมาะที่สุดต้องเริ่มจากลิสต์งานที่ทีมใช้ Ahrefs จริง แล้วดูว่าเครื่องมือไหนครอบคลุมงานนั้นโดยไม่จ่ายซ้ำซ้อน
หลายทีมเริ่มมองหาทางเลือกแทน Ahrefs ไม่ใช่เพราะเครื่องมือไม่ดี แต่เพราะฟีเจอร์ที่จ่ายไปใช้จริงแค่บางส่วน หรือทีมต้องการเครื่องมือที่ทำงานต่อเนื่องไปถึงขั้นเขียนบทความซึ่ง Ahrefs ไม่ได้ทำให้
บทความนี้ไล่ทางเลือกทั้งหมดตามกลุ่มงาน อธิบายว่าแต่ละกลุ่มตอบโจทย์อะไรได้บ้าง พร้อมตัวอย่างสมมติที่ช่วยให้เห็นภาพวิธีเลือกจริง และวิธีตรวจสอบว่าทางเลือกที่เลือกไว้ใช้งานได้จริงหรือไม่
Ahrefs alternatives มีอะไรบ้าง
Ahrefs alternatives มีอะไรบ้าง
ทางเลือกแทน Ahrefs แบ่งได้สามกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือเครื่องมือที่ทำงานคล้ายกัน เน้นข้อมูล backlink คีย์เวิร์ด และวิเคราะห์คู่แข่ง เช่น Semrush, Ubersuggest และ KWFinder กลุ่มที่สองคือเครื่องมือฟรีจาก Google อย่าง Search Console และ Keyword Planner ที่ให้ข้อมูลเว็บตัวเองแม่นกว่าแต่ไม่มีข้อมูลคู่แข่ง กลุ่มที่สามคือเครื่องมือที่เน้นฝั่งผลิตเนื้อหาและ automation อย่าง NOAH เหมาะกับทีมที่คอขวดอยู่ที่การเขียนและเผยแพร่บทความมากกว่าการวิเคราะห์ backlink
ถ้ายังไม่เคยอ่านรีวิว Ahrefs แบบเต็ม อ่านก่อนได้ที่ Ahrefs รีวิว เพื่อดูว่าฟีเจอร์ไหนที่ทีมของคุณใช้จริงบ้าง ก่อนตัดสินใจว่าจะหาทางเลือกทดแทนหรือใช้ควบคู่กัน

ทำไมคนถึงมองหาทางเลือกอื่น
- ทีมใช้แค่ฟีเจอร์ Keywords Explorer เป็นหลัก แต่จ่ายราคาแผนที่ครอบคลุมฟีเจอร์ backlink และ site audit ที่ไม่ได้ใช้
- ต้องการเครื่องมือที่ทำงานต่อเนื่องถึงขั้นเขียนบทความและส่งขึ้น WordPress ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ Ahrefs ทำ
- งบจำกัดและต้องการเริ่มจากเครื่องมือฟรีก่อนขยับไปเครื่องมือเสียเงินภายหลัง
- ต้องการข้อมูล search volume ที่แม่นกว่าสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ
- ทีมเล็กที่ไม่มีเวลาเรียนรู้เครื่องมือที่มีฟีเจอร์ซับซ้อนเกินความจำเป็นของงานประจำวัน
กลุ่มที่ 1 เครื่องมือที่ทำงานคล้าย Ahrefs
กลุ่มนี้คือเครื่องมือที่มีฟีเจอร์ backlink checker, keyword research และ site audit ในตัวเดียวเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ขนาดฐานข้อมูลและหน้าตาการใช้งาน Semrush เป็นตัวที่ใกล้เคียง Ahrefs มากที่สุด อ่านรีวิวเต็มที่ Semrush รีวิว และเทียบสองตัวนี้แบบละเอียดที่ Ahrefs vs Semrush ส่วน Ubersuggest เป็นอีกตัวที่มักถูกมองว่าเข้าถึงง่ายกว่าสำหรับผู้เริ่มต้น อ่านรีวิวที่ Ubersuggest รีวิว
กลุ่มที่ 2 เครื่องมือฟรีจาก Google
Google Search Console และ Google Keyword Planner ไม่มีฟีเจอร์ดู backlink หรือคีย์เวิร์ดของคู่แข่ง แต่ให้ข้อมูลเว็บตัวเองที่แม่นกว่าเครื่องมือเสียเงินทุกตัว เพราะเป็นข้อมูลตรงจาก Google เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทีมที่ยังไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึก

กลุ่มที่ 3 เครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหาและ automation
กลุ่มนี้ต่างจากสองกลุ่มแรก เพราะเน้นการทำงานต่อเนื่องจากหาคีย์เวิร์ดไปถึงเขียนบทความและเผยแพร่ NOAH อยู่ในกลุ่มนี้ ทำหน้าที่ค้นหาและวิเคราะห์คีย์เวิร์ดพร้อม search volume วิเคราะห์ content gap เขียนบทความ SEO ภาษาไทยด้วย AI พร้อมโครงเรื่องและ FAQ สร้าง schema และส่งขึ้น WordPress อัตโนมัติ
NOAH ไม่ใช่เครื่องมือ backlink
NOAH ไม่ได้ทำ backlink analysis และไม่ได้ทำ rank tracking แบบติดตามอันดับรายวันเหมือน Ahrefs ถ้างานของทีมต้องพึ่งข้อมูล backlink เป็นหลัก ยังต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางอย่าง Ahrefs หรือ Semrush ควบคู่ไปด้วย
| กลุ่ม | ตัวอย่าง | ตอบโจทย์งานไหน | ไม่ตอบโจทย์งานไหน |
|---|---|---|---|
| เครื่องมือคล้าย Ahrefs | Semrush, Ubersuggest, KWFinder | backlink, คีย์เวิร์ด, site audit, วิเคราะห์คู่แข่ง | ไม่เขียนบทความหรือส่งขึ้น WordPress ให้ |
| เครื่องมือฟรีจาก Google | Search Console, Keyword Planner | ข้อมูลเว็บตัวเองที่แม่นที่สุด | ไม่มีข้อมูลคู่แข่งหรือ backlink |
| เครื่องมือผลิตเนื้อหาและ automation | NOAH | หาคีย์เวิร์ด เขียนบทความ ส่งขึ้น WordPress อัตโนมัติ | ไม่ทำ backlink analysis หรือ rank tracking รายวัน |
ตัวอย่างสมมติ: ทีมเล็กเลือกทางเลือกแทน Ahrefs อย่างไร
ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เคสลูกค้าจริง — ทีมการตลาดสองคนของธุรกิจ B2B รายหนึ่งเคยใช้ Ahrefs แผนพื้นฐานมาปีกว่า แต่พบว่าเปิดใช้แค่ฟีเจอร์ Keywords Explorer กับ Site Explorer เป็นหลัก ไม่เคยแตะฟีเจอร์ site audit เชิงลึกเลย เมื่อทบทวนงานที่ทำจริงพบว่าเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหาคีย์เวิร์ดแล้วส่งต่อให้ทีมเขียนบทความ ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนที่ Ahrefs ไม่ได้ช่วยต่อให้
ทีมจึงตัดสินใจใช้ Google Search Console ควบคู่กับ Google Keyword Planner สำหรับข้อมูลเว็บตัวเอง และเพิ่มเครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหาเพื่อร่นระยะเวลาจากหาคีย์เวิร์ดไปถึงเขียนบทความ ผลคือค่าใช้จ่ายรวมลดลงเพราะไม่ต้องจ่ายฟีเจอร์ backlink ที่ไม่ได้ใช้ และงานหลักที่คอขวดจริงคือการผลิตเนื้อหาเดินหน้าเร็วขึ้น
วิธีตรวจสอบว่าทางเลือกที่เลือกใช้งานได้จริง
ขั้นตอนเลือกและทดสอบทางเลือกแทน Ahrefs
- 1
ลิสต์ฟีเจอร์ที่ทีมใช้จริงใน Ahrefs
เปิดประวัติการใช้งานย้อนหลังหนึ่งถึงสองเดือน แล้วจดว่าเปิดเมนูไหนบ่อยที่สุด
- 2
จับคู่ฟีเจอร์กับกลุ่มเครื่องมือทางเลือก
ดูว่าฟีเจอร์ที่ใช้บ่อยตกอยู่ในกลุ่มไหนจากสามกลุ่มข้างต้น แล้วเลือกเครื่องมือที่ตรงกลุ่มนั้นก่อน
- 3
ทดลองใช้แผนฟรีหรือทดลองสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจจ่ายเต็ม
เครื่องมือส่วนใหญ่มีช่วงทดลองใช้ ให้ทดสอบกับงานจริงของทีมก่อนย้ายทั้งหมด
- 4
เก็บข้อมูลอันดับหรือคีย์เวิร์ดปัจจุบันไว้ก่อนย้าย
เพื่อให้เทียบผลก่อนหลังได้ ถ้าย้ายเครื่องมือกลางทางโดยไม่มีข้อมูลเก่าไว้เทียบ จะประเมินผลไม่ได้
- 5
ทบทวนทุกไตรมาสว่าเครื่องมือที่เลือกยังตอบโจทย์อยู่ไหม
งานของทีมเปลี่ยนไปตามการเติบโตของธุรกิจ เครื่องมือที่เหมาะตอนนี้อาจไม่เหมาะในอีกหกเดือนข้างหน้า
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยตอนเลือกทางเลือก
- เปลี่ยนไปใช้เครื่องมือใหม่โดยไม่เช็กก่อนว่าฟีเจอร์ที่ต้องใช้จริงมีครบหรือไม่
- เข้าใจว่าเครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหาทำหน้าที่แทน backlink checker ได้ ทั้งที่เป็นคนละกลุ่มงาน
- ย้ายเครื่องมือกลางทางโดยไม่มีข้อมูลอันดับย้อนหลังไว้เทียบ ทำให้วัดผลก่อนหลังไม่ได้
- เลือกเครื่องมือฟรีทั้งหมดทั้งที่ทีมต้องวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึกเป็นประจำ ซึ่งของฟรีไม่รองรับ
- ไม่ทบทวนการใช้งานเป็นระยะ ทำให้จ่ายค่าเครื่องมือที่ทีมเปิดใช้น้อยลงเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
เช็กลิสต์ก่อนเลือกทางเลือกแทน Ahrefs
- ลิสต์ฟีเจอร์ที่ทีมใช้จริงใน Ahrefs ไว้แล้ว ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ที่ Ahrefs มีทั้งหมด
- จับคู่ความต้องการกับกลุ่มเครื่องมือที่ตรงกันแล้ว
- ทดลองใช้เครื่องมือใหม่กับงานจริงก่อนย้ายทั้งหมด
- เก็บข้อมูลอันดับหรือคีย์เวิร์ดปัจจุบันไว้เทียบผลหลังย้าย
- มีแผนทบทวนการใช้งานเครื่องมือทุกไตรมาส
จุดที่ควรทบทวนก่อนต่อสัญญา Ahrefs ทุกครั้ง
แม้ตัดสินใจใช้ Ahrefs ต่อ ก็ควรทบทวนแผนที่สมัครอยู่ทุกครั้งก่อนต่อสัญญา เพราะ Ahrefs มีหลายระดับแผนที่ต่างกันด้วยจำนวนโปรเจกต์ จำนวนคำค้นที่ตรวจได้ต่อวัน และขนาดฐานข้อมูล backlink ทีมจำนวนไม่น้อยสมัครแผนสูงเกินความจำเป็นตั้งแต่แรกแล้วไม่เคยปรับลดลงมา ทั้งที่การใช้งานจริงลดลงตามการเปลี่ยนแปลงของทีมหรือกลยุทธ์ธุรกิจ การกลับไปเช็กประวัติการใช้งานก่อนต่อสัญญาทุกรอบช่วยให้มั่นใจได้ว่ายังจ่ายตรงกับสิ่งที่ใช้จริง
คำถามที่พบบ่อย
Ahrefs alternatives ตัวไหนใกล้เคียง Ahrefs ที่สุด+
Semrush เป็นตัวที่ฟีเจอร์ใกล้เคียง Ahrefs มากที่สุด เพราะมีทั้ง backlink checker, keyword research และ site audit ในตัวเดียวเหมือนกัน อ่านเปรียบเทียบเต็มที่ Ahrefs vs Semrush
มีทางเลือกฟรีแทน Ahrefs ไหม+
มี Google Search Console และ Google Keyword Planner ฟรีและให้ข้อมูลเว็บตัวเองแม่นกว่าเครื่องมือเสียเงิน แต่ไม่มีข้อมูล backlink หรือคีย์เวิร์ดของคู่แข่ง
NOAH ใช้แทน Ahrefs ได้เลยไหม+
ใช้แทนได้เฉพาะฝั่งหาคีย์เวิร์ดและผลิตเนื้อหา แต่ไม่สามารถแทน Ahrefs ในงานวิเคราะห์ backlink หรือ rank tracking รายวันได้ เพราะ NOAH ไม่ได้ทำงานสองอย่างนี้
ควรเลือกทางเลือกจากอะไรเป็นหลัก+
เริ่มจากลิสต์ว่าทีมของคุณใช้ฟีเจอร์อะไรใน Ahrefs บ่อยที่สุด แล้วหาเครื่องมือที่ครอบคลุมงานนั้นโดยไม่จ่ายซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว
ใช้หลายเครื่องมือพร้อมกันคุ้มไหม+
คุ้มถ้าแต่ละตัวทำงานคนละกลุ่มจริง เช่น ใช้ Ahrefs หรือ Semrush สำหรับ backlink และคู่แข่ง คู่กับ NOAH สำหรับหาคีย์เวิร์ดและผลิตเนื้อหา แต่ไม่คุ้มถ้ามีสองตัวที่ทำงานกลุ่มเดียวกันซ้ำกัน
ย้ายจาก Ahrefs ไปเครื่องมืออื่นเสี่ยงเสียข้อมูลย้อนหลังไหม+
มีความเสี่ยงถ้าไม่เตรียมตัวก่อน ควรส่งออกหรือบันทึกข้อมูลอันดับและคีย์เวิร์ดปัจจุบันไว้ก่อนยกเลิกแผนเดิม เพื่อให้ยังมีข้อมูลอ้างอิงเทียบผลลัพธ์หลังย้ายได้
เทียบต้นทุนรวมระหว่างเครื่องมือเดียวกับหลายเครื่องมือ
การเปรียบเทียบราคาป้ายเดียวระหว่าง Ahrefs กับทางเลือกอื่นมักทำให้เข้าใจผิด เพราะต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ค่าสมัครสมาชิกรายเดือนอย่างเดียว แต่รวมถึงเวลาที่ทีมต้องเสียไปกับการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ เวลาที่ต้องต่อข้อมูลระหว่างระบบถ้าใช้หลายเครื่องมือ และมูลค่าของงานที่คั่งค้างระหว่างรอทีมปรับตัว ทีมที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนควรคำนวณต้นทุนรวมเหล่านี้ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขราคาบนหน้าเว็บของแต่ละเครื่องมือ
อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือต้นทุนของการไม่เปลี่ยนเลย ถ้าทีมยังจ่ายค่าฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทบทวน นั่นก็เป็นต้นทุนแฝงที่สะสมไปเรื่อย ๆ เช่นกัน การตั้งรอบทบทวนการใช้งานเครื่องมือทุกไตรมาสตามที่กล่าวถึงข้างต้นจึงช่วยลดทั้งความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเร็วเกินไปและความเสี่ยงจากการไม่เปลี่ยนเลย
กรณีที่ควรใช้ Ahrefs ควบคู่กับเครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหา ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
หลายทีมเข้าใจผิดว่าการหาทางเลือกแทน Ahrefs หมายถึงต้องเลิกใช้ Ahrefs ไปเลย แต่ในความเป็นจริง ทีมจำนวนมากได้ผลลัพธ์ดีที่สุดจากการใช้เครื่องมือสองกลุ่มควบคู่กัน คือใช้ Ahrefs หรือเครื่องมือกลุ่มเดียวกันสำหรับงานวิเคราะห์ backlink และตรวจสุขภาพเว็บเชิงลึก และใช้เครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหาสำหรับงานหาคีย์เวิร์ดต่อเนื่องไปถึงเขียนบทความ เพราะทั้งสองกลุ่มไม่ได้ทำงานซ้ำซ้อนกัน แต่เสริมกันคนละจุด
แยกงบตามกลุ่มงาน ไม่ใช่ตามชื่อเครื่องมือ
แทนที่จะถามว่า "ควรใช้เครื่องมือไหนแทน Ahrefs" ให้ถามว่า "งานแต่ละกลุ่มควรใช้งบเท่าไร" แล้วจัดสรรเครื่องมือตามงบของแต่ละกลุ่มงาน วิธีนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงกับความต้องการจริงมากกว่าการเทียบชื่อเครื่องมือแบบตัวต่อตัว
สรุป
ไม่มีทางเลือกใดที่ทำแทน Ahrefs ได้ทุกฟีเจอร์ในตัวเดียว การเลือกที่ดีที่สุดคือเริ่มจากงานที่ทีมใช้จริง แล้วจับคู่กับกลุ่มเครื่องมือที่ตอบโจทย์งานนั้นโดยตรง ดูภาพรวมเครื่องมือ SEO ทุกกลุ่มเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องมือทำ SEO
หาคีย์เวิร์ดและเขียนบทความในระบบเดียว
ถ้าคอขวดของทีมอยู่ที่การหาคีย์เวิร์ดและผลิตเนื้อหา ลองดูเครื่องมือ Keyword Research ของ NOAH ที่เชื่อมต่อกับการเขียนบทความได้เลย
ดูเครื่องมือ Keyword Research