Ahrefs รีวิว 2026 ฟีเจอร์หลัก วิธีใช้เบื้องต้น และโครงสร้างราคาที่ต้องเข้าใจก่อนสมัคร
รีวิว Ahrefs ครบทุกฟีเจอร์หลัก ตั้งแต่ Site Explorer, Keywords Explorer, Site Audit ไปจนถึงวิธีใช้เบื้องต้น และวิธีที่ Ahrefs คิดราคาตามแผนใช้งาน
ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 12 นาที

สรุปสั้น
- ✓Ahrefs เป็นเครื่องมือที่รู้จักกันดีที่สุดในกลุ่มข้อมูล backlink พร้อมฟีเจอร์ keyword research, site audit และ content explorer ในตัวเดียว
- ✓ฟีเจอร์หลักที่ใช้บ่อยที่สุดคือ Site Explorer สำหรับดูข้อมูลเว็บ และ Keywords Explorer สำหรับหาคีย์เวิร์ด
- ✓Ahrefs คิดราคาตามแผนใช้งานที่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนโปรเจกต์ credit และผู้ใช้ต่อบัญชี ไม่ใช่ราคาตายตัวเดียว ต้องเช็กหน้าราคาจริงของ Ahrefs เพื่อดูตัวเลขปัจจุบัน
- ✓Ahrefs ไม่ได้เขียนบทความหรือส่งบทความขึ้น WordPress ให้ ต้องใช้เครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหาแยกต่างหาก
- ✓เหมาะกับทีมที่ต้องวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึกด้าน backlink เป็นประจำ มากกว่าทีมที่ต้องการแค่หาคีย์เวิร์ดพื้นฐาน
ชื่อ Ahrefs มักถูกพูดถึงเป็นชื่อแรกทุกครั้งที่คุยเรื่องเครื่องมือวิเคราะห์ backlink แต่คนที่ยังไม่เคยใช้มักสงสัยว่านอกจากดูลิงก์แล้วมันทำอะไรได้อีก และควรเริ่มใช้งานจากจุดไหนก่อนถึงจะคุ้มค่าที่สุด
Ahrefs คืออะไร
Ahrefs คืออะไร
Ahrefs คือเครื่องมือ SEO ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มวิเคราะห์ backlink และคู่แข่ง มีฟีเจอร์หลักคือ Site Explorer สำหรับดูข้อมูล backlink และคีย์เวิร์ดที่เว็บใดเว็บหนึ่งติดอันดับ Keywords Explorer สำหรับหาคีย์เวิร์ดใหม่ Site Audit สำหรับตรวจปัญหาทางเทคนิคของเว็บ และ Rank Tracker สำหรับติดตามอันดับคีย์เวิร์ดที่เลือกไว้ เหมาะกับทีมที่ต้องวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึกเป็นประจำ
ดูภาพรวมเครื่องมือ SEO ทุกกลุ่มเปรียบเทียบกันได้ที่ เครื่องมือทำ SEO ถ้าต้องการรู้ว่า Ahrefs เทียบกับเครื่องมือคู่แข่งตัวอื่นต่างกันตรงไหน อ่านต่อที่ Ahrefs vs Semrush

ฟีเจอร์หลักของ Ahrefs
- Site Explorer — ดูข้อมูล backlink, Domain Rating (ตัวชี้วัดของ Ahrefs เอง ไม่ใช่ตัวชี้วัดของ Google) และคีย์เวิร์ดที่เว็บใดเว็บหนึ่งติดอันดับอยู่
- Keywords Explorer — ค้นหาคีย์เวิร์ด ดูปริมาณการค้นหาโดยประมาณและระดับความยากของการแข่งขัน
- Site Audit — ไล่ crawl ทั้งเว็บเพื่อหาปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ลิงก์เสีย หน้าซ้ำ หรือ redirect ที่ยาวเกินไป
- Content Explorer — ค้นหาเนื้อหาที่มีคนพูดถึงหรือแชร์เยอะในหัวข้อที่สนใจ
- Rank Tracker — ติดตามอันดับคีย์เวิร์ดที่เลือกไว้ตามช่วงเวลา
Site Explorer ใช้ดูอะไรได้บ้าง
Site Explorer เป็นฟีเจอร์ที่คนเปิดใช้บ่อยที่สุด เพราะใส่โดเมนใดก็ได้แล้วดูภาพรวม backlink ทั้งหมดที่ชี้เข้าเว็บนั้น รวมถึงรายชื่อคีย์เวิร์ดที่เว็บนั้นติดอันดับอยู่ในปัจจุบัน ใช้ได้ทั้งกับเว็บตัวเองเพื่อดูสถานะปัจจุบัน และกับเว็บคู่แข่งเพื่อดูว่าเขามี backlink หรือคีย์เวิร์ดอะไรที่เรายังไม่มี
Keywords Explorer ต่างจากการหาคีย์เวิร์ดทั่วไปอย่างไร
นอกจากบอกปริมาณการค้นหาโดยประมาณ Keywords Explorer ยังแสดงคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มก้อน (clustering) ทำให้เห็นภาพรวมว่าหัวข้อหนึ่งมีคำค้นหาย่อยอะไรบ้าง ซึ่งช่วยวางแผนโครงสร้างบทความได้ละเอียดกว่าการหาคีย์เวิร์ดทีละคำ
Ahrefs ราคาคิดอย่างไร
Ahrefs แบ่งแผนใช้งานเป็นหลายระดับ โดยแต่ละแผนจำกัดตัวแปรหลักไม่กี่อย่าง เช่น จำนวนโปรเจกต์ที่ติดตามได้ จำนวนคีย์เวิร์ดที่ track อันดับได้ต่อเดือน จำนวนแถวข้อมูล (rows) ที่ดึงออกมาได้ และจำนวนผู้ใช้ต่อบัญชี แผนที่สูงขึ้นจะปลดล็อกขีดจำกัดเหล่านี้ให้กว้างขึ้น และมักมีส่วนลดเมื่อจ่ายแบบรายปีเทียบกับรายเดือน ตัวเลขราคาจริงเปลี่ยนแปลงได้ตลอด จึงควรเช็กหน้าราคาทางการของ Ahrefs โดยตรงก่อนตัดสินใจสมัคร
อย่าตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว
ก่อนดูราคา ให้ลิสต์ก่อนว่าทีมของคุณต้องใช้ credit ต่อเดือนประมาณเท่าไร เช่น ดึงข้อมูลคู่แข่งบ่อยแค่ไหน เพราะแผนราคาต่ำสุดมักมีขีดจำกัด credit ที่ทีมขนาดกลางใช้หมดเร็วกว่าที่คิด
Ahrefs วิธีใช้เบื้องต้นสำหรับมือใหม่
- 1
เริ่มจาก Site Explorer ของเว็บตัวเอง
ใส่โดเมนตัวเองก่อนเพื่อดูภาพรวม backlink และคีย์เวิร์ดที่ติดอันดับอยู่แล้ว จะได้รู้จุดตั้งต้นก่อนไปเทียบกับคู่แข่ง
- 2
ใส่โดเมนคู่แข่งเพื่อเทียบ
ดูว่าคู่แข่งมีคีย์เวิร์ดอะไรที่เว็บเรายังไม่มี และมี backlink จากเว็บไหนที่เราอาจขอลิงก์ได้เช่นกัน
- 3
เปิด Keywords Explorer หาคีย์เวิร์ดใหม่
ใส่คีย์เวิร์ดตั้งต้นแล้วดูคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องที่ระบบแนะนำ พร้อมระดับความยากของการแข่งขัน
- 4
รัน Site Audit ตรวจปัญหาทางเทคนิค
ตั้งค่าให้ crawl เว็บตัวเองแล้วดูรายการปัญหาที่พบ เรียงตามความรุนแรงเพื่อแก้ทีละจุด
- 5
ตั้ง Rank Tracker สำหรับคีย์เวิร์ดสำคัญ
เลือกคีย์เวิร์ดหลักที่ตั้งใจแข่งใส่เข้า Rank Tracker เพื่อดูแนวโน้มอันดับตามช่วงเวลา
จุดแข็งและจุดที่ต้องรู้ก่อนใช้
| ด้าน | รายละเอียด |
|---|---|
| จุดแข็ง | ฐานข้อมูล backlink ที่ครอบคลุมและเป็นที่รู้จักมากในวงการ SEO ทั่วโลก |
| จุดแข็ง | รวมหลายฟีเจอร์ไว้ในเครื่องมือเดียว ตั้งแต่ backlink คีย์เวิร์ด ไปจนถึง site audit |
| ข้อจำกัด | ไม่มีฟีเจอร์เขียนบทความหรือส่งบทความขึ้น WordPress ให้ ต้องใช้เครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหาแยก |
| ข้อจำกัด | ข้อมูล search volume เป็นการประมาณจากฐานข้อมูลของ Ahrefs เอง ควรเทียบกับ Google Keyword Planner สำหรับตลาดไทย |

ตัวอย่างสถานการณ์ใช้งานจริง (ตัวอย่างสมมติ)
ลองนึกภาพเว็บขายอุปกรณ์ตั้งแคมป์ที่อยากรู้ว่าคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดมีคีย์เวิร์ดอะไรที่ตัวเองยังไม่ได้ทำ ทีมเริ่มจากใส่โดเมนคู่แข่งใน Site Explorer แล้วดูรายชื่อคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งติดอันดับอยู่ พบว่ามีกลุ่มคำเกี่ยวกับ “เต็นท์กันน้ำ” ที่เว็บตัวเองยังไม่มีบทความรองรับเลย ทีมจึงนำคำเหล่านั้นไปเปิดใน Keywords Explorer เพื่อดูปริมาณการค้นหาและความยากของการแข่งขัน ก่อนคัดเลือกคำที่มีโอกาสติดอันดับได้จริงมาวางแผนเขียนบทความใหม่ 3 บทความ
วิธีตรวจสอบว่าข้อมูลที่ได้จาก Ahrefs นำไปใช้ได้จริง
- เทียบตัวเลข search volume ของคีย์เวิร์ดภาษาไทยกับ Google Keyword Planner ก่อนตัดสินใจลงทุนเขียนบทความยาว
- ตรวจสอบว่า backlink ที่ระบบแสดงยังใช้งานได้จริง ไม่ใช่ลิงก์ที่หน้าเว็บต้นทางถูกลบไปแล้ว
- อย่าเชื่อ Domain Rating เพียงตัวเดียวในการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บ ควรดูเนื้อหาจริงของเว็บนั้นประกอบด้วย
- ตรวจสอบปริมาณ credit ที่เหลือก่อนดึงข้อมูลจำนวนมาก เพื่อไม่ให้ credit หมดกลางเดือน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยตอนใช้ Ahrefs
- เชื่อ Domain Rating เป็นตัวชี้วัดของ Google ทั้งที่เป็นตัวชี้วัดที่ Ahrefs พัฒนาขึ้นเอง ไม่ใช่ปัจจัยจัดอันดับโดยตรงของ Google
- ดึงข้อมูลจำนวนมากในครั้งเดียวจนใช้ credit หมดก่อนสิ้นเดือน โดยไม่ได้วางแผนการใช้งานล่วงหน้า
- ใช้ข้อมูล search volume จาก Ahrefs อย่างเดียวโดยไม่เทียบกับ Google Keyword Planner สำหรับคีย์เวิร์ดภาษาไทย
- ซื้อแผนสูงเกินความจำเป็นทั้งที่ทีมใช้แค่ฟีเจอร์ Keywords Explorer เป็นหลัก
- ไม่มอบหมายให้คนในทีมรับผิดชอบตรวจ Site Audit อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ปัญหาทางเทคนิคสะสมโดยไม่มีใครแก้
เช็กลิสต์ก่อนสมัครใช้งาน Ahrefs
- รู้ชัดว่าทีมจะใช้ฟีเจอร์ไหนเป็นหลัก เช่น backlink analysis หรือ keyword research
- ประเมิน credit ที่ต้องใช้ต่อเดือนก่อนเลือกแผน
- เช็กหน้าราคาทางการของ Ahrefs เพื่อดูตัวเลขและเงื่อนไขล่าสุด
- เตรียมแผนใช้เครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหาควบคู่กัน เพราะ Ahrefs ไม่ได้เขียนบทความให้
คำถามที่พบบ่อย
Ahrefs ราคาถูกที่สุดคือแผนไหน+
Ahrefs แบ่งแผนตามขีดจำกัดของโปรเจกต์ credit และผู้ใช้ ไม่ใช่ตัวเลขราคาตายตัวที่บอกได้ตรง ๆ เพราะเปลี่ยนแปลงได้ตลอด แนะนำให้เช็กหน้าราคาทางการของ Ahrefs โดยตรงเพื่อดูตัวเลขและเงื่อนไขล่าสุด
Ahrefs วิธีใช้เริ่มต้นตรงไหนดีที่สุด+
เริ่มจาก Site Explorer ของเว็บตัวเองก่อนเพื่อรู้จุดตั้งต้น แล้วค่อยเทียบกับคู่แข่ง จากนั้นค่อยไปหาคีย์เวิร์ดใหม่ใน Keywords Explorer
Ahrefs เหมาะกับทีมขนาดเล็กไหม+
เหมาะถ้าทีมต้องวิเคราะห์คู่แข่งด้าน backlink เป็นประจำ แต่ถ้าต้องการแค่หาคีย์เวิร์ดและเขียนบทความ อาจได้ประโยชน์ไม่เต็มที่เมื่อเทียบกับสิ่งที่จ่ายไป ควรพิจารณาเทียบกับ Ahrefs alternatives ก่อนตัดสินใจ
Ahrefs ต่างจาก Semrush อย่างไร+
ทั้งสองตัวมีฟีเจอร์คล้ายกันในภาพรวม คือ keyword research, site audit และ backlink data ความต่างส่วนใหญ่อยู่ที่หน้าตาการใช้งานและจุดที่แต่ละเจ้าเน้นพัฒนา อ่านเปรียบเทียบละเอียดที่ Ahrefs vs Semrush
ใช้ Ahrefs แทนการเขียนบทความ SEO ได้ไหม+
ไม่ได้ Ahrefs เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล ไม่มีฟีเจอร์เขียนบทความหรือส่งขึ้น WordPress ให้ ถ้าต้องการเครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหา ต้องใช้เครื่องมืออื่นควบคู่กัน เช่น AI SEO Writer
credit ของ Ahrefs หมายถึงอะไร+
credit คือจำนวนครั้งที่ดึงข้อมูล เช่น การดู backlink หรือคีย์เวิร์ดของโดเมนหนึ่ง ๆ ได้ในแต่ละเดือนตามแผนที่สมัคร เมื่อใช้ครบตามโควตาจะดึงข้อมูลเพิ่มไม่ได้จนกว่าจะขึ้นรอบใหม่หรืออัปเกรดแผน
Ahrefs มีเวอร์ชันทดลองใช้ฟรีไหม+
เงื่อนไขการทดลองใช้เปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา บางช่วง Ahrefs เปิดให้ทดลองใช้ในราคาต่ำสำหรับช่วงสั้น ๆ แทนการให้ใช้ฟรีแบบไม่จำกัดเวลา ควรเช็กหน้าราคาทางการก่อนสมัครเสมอ เพราะเงื่อนไขอาจต่างจากที่เคยอ่านเจอในบทความเก่า
สรุป
Ahrefs เหมาะกับทีมที่ต้องวิเคราะห์คู่แข่งและ backlink เป็นงานประจำ ฟีเจอร์ครบและใช้กันแพร่หลายในวงการ แต่ไม่ใช่เครื่องมือที่ตอบทุกงาน SEO โดยเฉพาะฝั่งผลิตเนื้อหา ก่อนสมัครควรเช็กหน้าราคาจริงและเทียบกับสิ่งที่ทีมต้องใช้บ่อยที่สุด
หาคีย์เวิร์ดพร้อม search volume จาก Google Keyword Planner
ถ้าสิ่งที่ทีมต้องการคือข้อมูลคีย์เวิร์ดที่แม่นสำหรับตลาดไทยและเชื่อมต่อกับการเขียนบทความได้เลย ลองดูเครื่องมือ Keyword Research ของ NOAH
ดูเครื่องมือ Keyword Research