Backlink

Toxic Backlink คืออะไร และเมื่อไรควรใช้ Disavow จริง ๆ

เข้าใจ Toxic Backlink ตามแนวทางของ Google ให้ถูกต้อง ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้อง Disavow และไม่มีคะแนนความเป็นพิษที่ Google รับรอง

ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 16 นาที

โซ่คล้องต่อกันแทนการเชื่อมโยงลิงก์

สรุปสั้น

  • Google ระบุชัดว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ Disavow เพราะระบบของ Google มักไม่ให้น้ำหนักกับลิงก์สแปมอยู่แล้ว
  • “Toxic Backlink” เป็นคำที่วงการ SEO ใช้เรียกลิงก์คุณภาพต่ำ ไม่ใช่คำหรือคะแนนที่ Google กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ
  • Disavow เหมาะสำหรับกรณีเฉพาะ เช่น ได้รับ manual action ที่เกี่ยวกับลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เครื่องมือที่ควรใช้เป็นประจำ
  • ไม่มี “คะแนนความเป็นพิษ” ที่ Google รับรอง ตัวเลขที่เครื่องมือภายนอกแสดงเป็นการประเมินของแต่ละบริษัทเอง

เปิดรายงาน backlink มาเจอลิงก์จากเว็บพนันหรือเว็บภาษาแปลกที่ไม่รู้จักหลายสิบเส้น หลายคนตกใจแล้วรีบไปกด disavow ทันที ทั้งที่ในความเป็นจริง Google บอกไว้ชัดเจนว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย

เจ้าของธุรกิจ SME จำนวนไม่น้อยเสียเวลาไปกับความกังวลเรื่องนี้โดยไม่จำเป็น บทความนี้อธิบายให้ชัดว่า toxic backlink คืออะไรจริง ๆ Google มองเรื่องนี้อย่างไร และมีสถานการณ์แบบไหนบ้างที่ควรใช้เครื่องมือ disavow จริง ๆ

Toxic Backlink คืออะไร

Toxic Backlink เป็นคำที่วงการ SEO ใช้เรียกลิงก์ที่มาจากเว็บคุณภาพต่ำ เว็บสแปม หรือลิงก์ที่ดูผิดธรรมชาติ ไม่ใช่คำศัพท์หรือคะแนนที่ Google กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ Google ระบุชัดในเอกสารของตัวเองว่าโดยทั่วไประบบของ Google จะไม่ให้น้ำหนักกับลิงก์สแปมหรือคุณภาพต่ำอยู่แล้วเมื่อประเมินอันดับ และเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมกับลิงก์เหล่านี้

ทำไมคำนี้ถึงทำให้คนกังวลเกินจริง

คำว่า 'toxic' ฟังดูน่ากลัวและชวนให้รู้สึกว่าต้องรีบจัดการทันที ประกอบกับเครื่องมือ backlink หลายตัวในตลาดแสดงตัวเลข 'คะแนนความเป็นพิษ' ให้เห็นชัดเจน ทำให้เจ้าของเว็บจำนวนมากตื่นตระหนกและรีบกด disavow โดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่าจำเป็นจริงหรือไม่ ทั้งที่ Google เองไม่เคยยืนยันว่าตัวเลขคะแนนความเป็นพิษเหล่านี้มีความหมายต่อการจัดอันดับ

โซ่คล้องต่อกันแทนการเชื่อมโยงลิงก์

แนวทางที่ Google เผยแพร่ระบุว่าระบบจัดอันดับถูกออกแบบมาให้เพิกเฉยต่อลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติหรือสแปมโดยอัตโนมัติในกรณีส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่าการมีลิงก์แปลก ๆ ปรากฏในรายงานไม่ได้แปลว่าเว็บของเรากำลังถูกทำร้ายอยู่เสมอไป อ่านเอกสารทางการของ Google เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่ developers.google.com/search/docs

ไม่ต้องกังวลกับลิงก์แปลกทุกเส้น

ลิงก์จากเว็บสแปมที่เราไม่ได้ขอหรือรู้จักมาก่อน มักไม่ส่งผลเสียกับเว็บเรา เพราะ Google ไม่ได้ตัดสินเว็บจากลิงก์ที่คนอื่นสร้างขึ้นโดยที่เราควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ควรระวังจริง ๆ คือลิงก์ที่เกิดจากการกระทำของเราเอง เช่น การซื้อลิงก์ หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมกับ link scheme

ตัวอย่างสมมติ: เจอลิงก์แปลกจากเว็บต่างประเทศ

ลองนึกภาพเจ้าของเว็บธุรกิจแห่งหนึ่ง (ตัวอย่างสมมติ) เปิดรายงาน backlink แล้วพบว่ามีลิงก์จากเว็บภาษาต่างประเทศที่ไม่รู้จักหลายเส้นชี้เข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เว็บนั้นไม่เคยติดต่อขอทำลิงก์แลกเปลี่ยนหรือซื้อลิงก์ใด ๆ มาก่อน ในกรณีนี้ตามแนวทางของ Google ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพราะเป็นลิงก์ที่เกิดจากเว็บอื่นสร้างขึ้นเองโดยที่เจ้าของเว็บไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง Google มักเพิกเฉยกับลิงก์ลักษณะนี้อยู่แล้วในกระบวนการประเมินอันดับ

Disavow คือเครื่องมือของ Google Search Console ที่ให้เจ้าของเว็บแจ้งว่าไม่ต้องการให้ Google นำลิงก์บางเส้นหรือบางโดเมนไปพิจารณาประกอบการจัดอันดับเว็บของตน Google เตือนไว้ชัดว่าเป็นเครื่องมือขั้นสูงที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะการ disavow ผิดพลาดอาจทำให้ลิงก์ที่มีประโยชน์จริงถูกตัดออกไปด้วย

สถานการณ์ที่ Google แนะนำให้พิจารณาใช้ disavow มีอยู่จำกัด เช่น เว็บได้รับ manual action ที่ระบุชัดว่าเกี่ยวข้องกับลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ หรือเคยมีส่วนร่วมกับการซื้อขายลิงก์มาก่อนแล้วต้องการล้างประวัติ นอกเหนือจากกรณีเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องแตะเครื่องมือนี้เลย

ขั้นตอนใช้ Disavow เมื่อมีเหตุผลจำเป็นจริง

ขั้นตอนใช้ Disavow เมื่อมีเหตุผลจำเป็นจริง

  1. 1

    ตรวจสอบก่อนว่าจำเป็นจริงหรือไม่

    ทบทวนว่าได้รับ manual action ที่เกี่ยวกับลิงก์ใน Google Search Console หรือเคยมีส่วนร่วมกับการซื้อขายลิงก์มาก่อนหรือไม่ ถ้าไม่มีทั้งสองเงื่อนไข มักไม่จำเป็นต้อง disavow

  2. 2

    รวบรวมรายชื่อลิงก์หรือโดเมนที่ต้องการตัดออก

    ระบุให้ชัดว่าเป็นลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลที่ได้รับ manual action หรือลิงก์ที่เกิดจากการกระทำของเราเองในอดีต ไม่ใช่ตัดทุกลิงก์ที่ดูแปลกตา

  3. 3

    จัดทำไฟล์ disavow ตามรูปแบบที่ Google กำหนด

    ระบุทีละบรรทัดว่าจะตัด URL เดี่ยว หรือทั้งโดเมนด้วยคำสั่ง domain: นำหน้า

  4. 4

    อัปโหลดผ่านเครื่องมือ Disavow ใน Search Console

    ส่งไฟล์ผ่านระบบและรอ Google ประมวลผล การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นทันที และไม่ควรทำซ้ำบ่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผลใหม่

ก่อนกด disavow ให้ถามตัวเองก่อนเสมอ

ถามตัวเองว่ามี manual action จริงหรือไม่ และเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายลิงก์หรือไม่ ถ้าคำตอบทั้งสองข้อคือไม่ ให้เก็บเครื่องมือนี้ไว้ก่อน อย่าใช้เพียงเพราะเห็นลิงก์แปลกในรายงาน

Anchor Text คือข้อความที่คลิกได้ของลิงก์ ถ้าเว็บของเรามี anchor text ที่เป็นคีย์เวิร์ดเป้าหมายซ้ำกันเกือบทุกลิงก์ โดยเฉพาะลิงก์ที่เกิดจากการซื้อหรือแลกเปลี่ยน ถือเป็นสัญญาณของลิงก์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ ส่วน anchor text ที่หลากหลาย เช่น ชื่อแบรนด์ ชื่อ URL ตรง ๆ หรือวลีทั่วไปแบบ “คลิกที่นี่” ปะปนกัน มักสะท้อนว่าลิงก์เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมากกว่า

ลักษณะเป็นธรรมชาติน่าสงสัย
ความหลากหลายมีทั้งชื่อแบรนด์ URL ตรง วลีทั่วไปใช้คีย์เวิร์ดเป้าหมายซ้ำแทบทุกลิงก์
แหล่งที่มามาจากเว็บหลากหลายประเภทและหัวข้อมาจากเว็บกลุ่มเดียวที่ดูเชื่อมโยงกัน
ช่วงเวลาที่เกิดกระจายตัวตามธรรมชาติเมื่อมีคนพูดถึงเกิดขึ้นพร้อมกันจำนวนมากในช่วงสั้น ๆ
ลักษณะ anchor text ที่เป็นธรรมชาติ เทียบกับที่น่าสงสัย
โซ่คล้องต่อกันแทนการเชื่อมโยงลิงก์

วิธีตรวจสอบว่าเว็บมีปัญหาลิงก์จริงหรือแค่กังวลไปเอง

  • เปิด Google Search Console แล้วดูว่ามีข้อความแจ้ง manual action เกี่ยวกับลิงก์หรือไม่ ถ้าไม่มี แปลว่ายังไม่มีปัญหาที่ Google ตรวจพบ
  • ทบทวนประวัติของทีมเองว่าเคยซื้อลิงก์ แลกลิงก์ หรือเข้าร่วม link scheme ใด ๆ มาก่อนหรือไม่
  • ถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง ให้ถือว่าเว็บอยู่ในสถานะปกติ ไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มกับลิงก์ที่ดูแปลกในรายงาน
  • ถ้าพบ manual action จริง ให้อ่านรายละเอียดข้อความแจ้งเตือนให้ครบก่อนตัดสินใจว่าจะ disavow ลิงก์ชุดไหน
  • เชื่อ “คะแนนความเป็นพิษ” หรือ toxicity score จากเครื่องมือภายนอกว่าเป็นมาตรฐานของ Google ทั้งที่เป็นแค่การประเมินของแต่ละบริษัทเอง
  • ใช้ disavow เป็นประจำทุกเดือนทั้งที่ไม่มี manual action หรือประวัติซื้อลิงก์ ซึ่งไม่จำเป็นและอาจตัดลิงก์ดีออกไปโดยไม่ตั้งใจ
  • ตื่นตระหนกกับลิงก์สแปมที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเอง ทั้งที่ระบบของ Google มักเพิกเฉยต่อลิงก์เหล่านี้อยู่แล้ว
  • ไม่แยกระหว่างลิงก์ที่คนอื่นสร้างขึ้นเองกับลิงก์ที่เกิดจากการกระทำของเราเอง เช่น การซื้อลิงก์ผ่านแนวทาง Link Building ที่ผิดนโยบาย

อย่าเชื่อคะแนน toxicity ที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน

เครื่องมือบางตัวเสนอ “คะแนนความเป็นพิษ” ของลิงก์แต่ละเส้น ให้จำไว้ว่านี่คือการประเมินของบริษัทเครื่องมือนั้นเอง ไม่ใช่มาตรฐานที่ Google เผยแพร่หรือยืนยัน

เช็กลิสต์สรุปก่อนตัดสินใจเรื่องลิงก์

  • ตรวจ Search Console แล้วไม่มี manual action เกี่ยวกับลิงก์
  • ไม่มีประวัติซื้อหรือแลกเปลี่ยนลิงก์ในอดีต
  • ไม่ตัดสินใจ disavow จากคะแนน toxicity ของเครื่องมือภายนอกเพียงอย่างเดียว
  • ถ้าพบ manual action จริง อ่านรายละเอียดให้ครบก่อนเลือกลิงก์ที่จะ disavow
  • ใช้เวลาที่เหลือไปกับการวางแผนคีย์เวิร์ดและเนื้อหาที่ควบคุมได้จริงแทน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเช็ค Toxic Backlink บ่อยแค่ไหน+

ไม่จำเป็นต้องเช็คเป็นประจำ เพราะ Google มักเพิกเฉยต่อลิงก์สแปมอยู่แล้ว ควรตรวจดูใน Google Search Console เป็นระยะเพื่อความเข้าใจภาพรวม แต่ไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มถ้าไม่มีสัญญาณผิดปกติที่ชัดเจน เช่น manual action

Disavow ทำแล้วอันดับจะดีขึ้นทันทีไหม+

ไม่จำเป็น เพราะสำหรับเว็บส่วนใหญ่ที่ไม่มี manual action หรือประวัติซื้อลิงก์ การ disavow ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เนื่องจาก Google ไม่ได้ให้น้ำหนักกับลิงก์สแปมเหล่านั้นอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

ถ้าคู่แข่งส่งลิงก์สแปมมาหาเว็บเราเพื่อกลั่นแกล้ง (negative SEO) ต้องทำอย่างไร+

กรณีนี้พบไม่บ่อย และ Google ระบุว่าระบบของตัวเองได้รับการออกแบบมาให้รับมือกับสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้วในกรณีส่วนใหญ่ หากกังวลจริงจังและมีหลักฐานชัดเจน การ disavow เป็นทางเลือกได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและไม่ใช่ปฏิกิริยาแรกที่ควรทำ

NOAH ช่วยตรวจหรือคำนวณคะแนน Toxic Backlink ให้ได้ไหม+

ไม่ได้ NOAH ไม่มีฟีเจอร์วิเคราะห์ backlink หรือคำนวณคะแนนความเป็นพิษของลิงก์ หากต้องการตรวจสอบเชิงลึกต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางแยกต่างหาก

ลิงก์จาก anchor text ที่เป็นคีย์เวิร์ดเป้าหมายเยอะ ๆ อันตรายเสมอไปไหม+

ไม่เสมอไป ถ้าลิงก์เหล่านั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากเว็บหลากหลายที่ไม่เกี่ยวข้องกันและกระจายตัวตามเวลา ก็ยังถือว่าปกติ สัญญาณที่น่าสงสัยจริงคือเมื่อ anchor text ซ้ำรูปแบบเดียวกันจำนวนมากจากกลุ่มเว็บที่ดูเชื่อมโยงกันและเกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงเวลาสั้น ๆ

สรุป

ก่อนตกใจกับลิงก์แปลกในรายงาน ให้กลับไปอ่านแนวทางของ Google ให้ครบก่อนว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย ใช้ disavow เฉพาะเมื่อมีเหตุผลชัดเจนอย่างการได้รับ manual action เท่านั้น เนื้อหานี้อยู่ในหมวดกลยุทธ์ SEO เรื่องลิงก์ ที่ควรทำความเข้าใจให้ครบก่อนตัดสินใจ

โฟกัสพลังงานไปที่สิ่งที่ควบคุมได้

แทนที่จะเสียเวลาไล่ตัดลิงก์ที่ไม่ได้ทำร้ายเว็บเรา ลองใช้เวลานั้นวางแผนเนื้อหาและคีย์เวิร์ดที่ควบคุมได้จริง

สร้างบัญชี

อ่านต่อ