SEO สำหรับ SME

ขายบนมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บร้านเอง: SEO ต่างกันอย่างไรและ SME ควรเลือกทางไหน

เทียบขายมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บเองแบบตรงไปตรงมา ทั้งต้นทุน ความเป็นเจ้าของทราฟฟิก ข้อมูลลูกค้า พร้อมเกณฑ์ว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มลงทุนทำเว็บร้านของตัวเอง

ทีม NOAH · เผยแพร่ 10 กันยายน 2569 · อัปเดต 10 กันยายน 2569 · อ่าน 13 นาที

การซื้อของออนไลน์ผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

สรุปสั้น

  • ยอดขายบนมาร์เก็ตเพลสมาเร็วกว่าเพราะแพลตฟอร์มมีคนเดินอยู่แล้ว แต่ทราฟฟิกนั้นเป็นของแพลตฟอร์ม ไม่ได้สะสมเป็นสินทรัพย์ของร้านคุณ
  • เว็บร้านของตัวเองสะสมอันดับ ข้อมูลลูกค้า และชื่อแบรนด์ได้จริง แลกกับการที่ต้องลงแรงหาคนเข้าเว็บเองตั้งแต่วันแรก
  • สำหรับ SME ส่วนใหญ่คำตอบไม่ใช่การเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่คือทำคู่กันโดยแบ่งหน้าที่ให้ชัดว่าช่องทางไหนรับงานอะไร
  • ถ้าทำคู่กันต้องเขียนคำอธิบายสินค้าคนละชุด และให้เว็บตัวเองรับเนื้อหาแบบที่มาร์เก็ตเพลสทำไม่ได้ เช่น บทความให้ความรู้และหน้ารวมชุดสินค้า
  • สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำเว็บเอง คือค่าธรรมเนียมต่อเดือนเริ่มสูงกว่าค่าดูแลเว็บ มีลูกค้าซื้อซ้ำ และมีคนค้นหาชื่อแบรนด์ของคุณตรง ๆ แล้ว

คำถามที่เจ้าของร้านเล็ก ๆ ถามบ่อยที่สุดเมื่อเริ่มขายออนไลน์ได้สักพักคือ ควรอยู่บนมาร์เก็ตเพลสต่อไป หรือถึงเวลาลงทุนทำเว็บร้านของตัวเองแล้ว เพราะขายบนแพลตฟอร์มก็มีออเดอร์เข้าทุกวัน แต่พอหักค่าธรรมเนียมกับค่าโฆษณาในแอปแล้วกำไรที่เหลือกลับบางกว่าที่คิด

บทความนี้จะเทียบสองทางเลือกในมุม SEO โดยเฉพาะ ทั้งเรื่องความเป็นเจ้าของทราฟฟิก ต้นทุน เวลาที่ต้องรอ และข้อมูลลูกค้าที่ได้กลับมา จากนั้นจะให้เกณฑ์ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มทำเว็บเอง และถ้าทำคู่กันจะจัดเนื้อหาอย่างไรไม่ให้แย่งกันเอง อ่านภาพรวมทั้งระบบได้ที่ SEO เว็บขายของสำหรับ SME

ขายมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บเอง แบบไหนเหมาะกับร้านคุณ

SME ควรขายบนมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บร้านเอง

มาร์เก็ตเพลสเหมาะกับช่วงเริ่มต้นและช่วงที่ต้องการยอดขายเร็ว เพราะแพลตฟอร์มมีคนเข้ามาค้นหาสินค้าอยู่แล้ว ส่วนเว็บร้านของตัวเองเหมาะกับร้านที่มีสินค้าหรือแบรนด์ที่คนเริ่มจดจำ เพราะทุกอันดับและทุกรายชื่อลูกค้าที่ได้มาจะสะสมเป็นของร้านเอง ในทางปฏิบัติ SME ส่วนใหญ่ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน โดยให้มาร์เก็ตเพลสรับคนที่พร้อมซื้อทันที และให้เว็บตัวเองรับคนที่ยังหาข้อมูลอยู่ พร้อมเก็บลูกค้าเก่าไว้ซื้อซ้ำ

ความต่างที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องหน้าตาเว็บหรือค่าธรรมเนียม แต่เป็นเรื่องว่าใครเป็นเจ้าของช่องทางที่ลูกค้าเดินเข้ามา ถ้าคุณเข้าใจข้อนี้ข้อเดียว การตัดสินใจที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก

ทราฟฟิกบนมาร์เก็ตเพลสไม่ได้เป็นของร้านคุณ

เวลาลูกค้าค้นหาสินค้าในแอปมาร์เก็ตเพลส สิ่งที่เขาเห็นคือรายการสินค้าที่แพลตฟอร์มเลือกมาแสดง ร้านของคุณจะขึ้นหรือไม่ขึ้นเป็นเรื่องของอัลกอริทึมและงบโฆษณาในแอปนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คุณควบคุมได้เอง วันที่แพลตฟอร์มปรับกติกาใหม่ ยอดที่เคยคงที่ก็เปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืนโดยที่ร้านไม่ได้ทำอะไรผิด

  • อันดับในแอปเป็นของแพลตฟอร์ม พอหยุดยิงโฆษณาหรือลดราคา อันดับมักตกลงทันที ไม่ได้ค้างไว้ให้
  • แรงที่ลงไปกับหน้าสินค้าในแอปหายไปพร้อมกับบัญชี ถ้าวันหนึ่งร้านถูกระงับหรือคุณย้ายแพลตฟอร์ม จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
  • ลูกค้าที่ซื้อไปแล้วเป็นลูกค้าของแพลตฟอร์มก่อนเป็นลูกค้าของคุณ การติดต่อกลับทำได้จำกัดตามกติกาของแอป
  • คู่แข่งอยู่ห่างจากสินค้าคุณแค่การเลื่อนนิ้วครั้งเดียว หน้าเปรียบเทียบราคาถูกวางไว้ข้าง ๆ สินค้าของคุณตลอดเวลา

ยอดขายดีไม่เท่ากับมีสินทรัพย์

ร้านที่ขายดีบนมาร์เก็ตเพลสมาหลายปีแต่ไม่มีเว็บของตัวเองเลย มักพบว่าถ้าต้องเริ่มช่องทางใหม่ ก็ไม่มีอะไรติดมือไปเลยนอกจากรูปสินค้า ไม่มีอันดับ ไม่มีรายชื่อลูกค้า ไม่มีคนค้นหาชื่อแบรนด์ นี่คือต้นทุนที่ไม่ปรากฏในรายงานยอดขายรายเดือน

เว็บของตัวเองสะสมได้ แต่ต้องออกแรงเองตั้งแต่วันแรก

ข้อดีของเว็บร้านตัวเองคือทุกอย่างสะสม บทความที่เขียนวันนี้ยังทำงานให้อีกสองปีข้างหน้า หน้าสินค้าที่ติดอันดับแล้วจะยังได้คนเข้าต่อเนื่องโดยไม่ต้องจ่ายต่อคลิก และคุณเห็นข้อมูลลูกค้าครบตั้งแต่เขาค้นคำว่าอะไรจนถึงกดสั่งซื้อ ข้อเสียคือช่วงแรกเงียบมาก เพราะไม่มีใครเดินผ่านหน้าเว็บคุณเองถ้าไม่ไปดึงเข้ามา

  • อันดับใน Google ที่ได้มาแล้วมักอยู่ต่อได้ ตราบใดที่เนื้อหายังตอบคำถามคนค้นหาและไม่มีคู่แข่งเขียนดีกว่า
  • คุณเห็นคำค้นหาที่พาคนเข้าเว็บผ่าน Google Search Console ซึ่งบอกได้ว่าลูกค้ากำลังสงสัยเรื่องอะไรก่อนซื้อ
  • อีเมลหรือเบอร์ลูกค้าที่เก็บได้เองใช้ทำการขายซ้ำได้โดยไม่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มทุกครั้ง
  • คุณกำหนดโครงสร้างหน้า ชื่อ URL หัวข้อ และเนื้อหาได้เต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่หน้าร้านในแอปทำไม่ได้
  • แลกกับการที่ต้องมีคนดูแลเนื้อหาสม่ำเสมอ และต้องรอหลายเดือนกว่าจะเห็นทราฟฟิกที่มีนัยสำคัญ

เว็บเองไม่ใช่ทางลัด

การเปิดเว็บร้านไม่ได้ทำให้มีคนเข้าทันที เว็บที่ไม่มีเนื้อหาและไม่มีใครลิงก์มาก็เหมือนเปิดร้านในซอยที่ไม่มีคนเดินผ่าน สิ่งที่ทำให้เว็บมีคนเข้าคือเนื้อหาที่ตอบคำถามคนค้นหาได้จริง ไม่ใช่ตัวเว็บเอง

หน้าร้านของธุรกิจท้องถิ่น

เทียบกันตรง ๆ หกมิติที่ต่างกันจริง

ตารางนี้สรุปความต่างที่ส่งผลกับการตัดสินใจจริง ไม่ใช่ข้อดีข้อเสียแบบกว้าง ๆ ตัวเลขค่าธรรมเนียมและค่าโฆษณาไม่ได้ระบุไว้เพราะแต่ละแพลตฟอร์มและแต่ละหมวดสินค้าคิดไม่เท่ากัน ให้ดูจากประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่เป็นหลัก

มิติมาร์เก็ตเพลสเว็บร้านของตัวเอง
ต้นทุนเริ่มต้นเกือบเป็นศูนย์ เปิดร้านแล้วลงสินค้าได้เลยมีค่าโดเมน ค่าโฮสต์ ค่าทำเว็บ และค่าเวลาในการทำเนื้อหา
เวลาเห็นผลเห็นออเดอร์ได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกถ้าราคาและรูปสินค้าแข่งได้มักใช้เวลาหลายเดือนกว่าเนื้อหาจะเริ่มติดอันดับและมีทราฟฟิกที่ต่อเนื่อง
ความเป็นเจ้าของทราฟฟิกเป็นของแพลตฟอร์ม ปรับอัลกอริทึมเมื่อไรยอดเปลี่ยนได้ทันทีเป็นของร้าน อันดับที่ได้มาอยู่ต่อได้ตราบใดที่ยังดูแลเนื้อหา
ข้อมูลลูกค้าเห็นเท่าที่แพลตฟอร์มเปิดให้ ติดต่อกลับได้จำกัดตามกติกาเก็บได้เองทั้งคำค้นหา พฤติกรรมบนเว็บ และช่องทางติดต่อที่ลูกค้ายินยอมให้
ค่าธรรมเนียมหักเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อออเดอร์ทุกครั้งที่ขายได้ ยิ่งขายมากยิ่งจ่ายมากจ่ายเป็นค่าดูแลรายเดือนคงที่ ไม่ผูกกับจำนวนออเดอร์
ความยืดหยุ่นด้าน SEOปรับได้แค่ชื่อสินค้า คำอธิบาย และรูป ตามฟอร์มที่แพลตฟอร์มกำหนดปรับได้ทั้ง URL หัวข้อ โครงสร้างหมวดหมู่ schema และความเร็วเว็บ
มาร์เก็ตเพลสกับเว็บร้านของตัวเอง เทียบหกมิติ

อ่านค่าธรรมเนียมเป็นค่าจ้างพนักงานขาย

วิธีเทียบที่เห็นภาพที่สุดคือคิดค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสรวมทั้งเดือนออกมาเป็นตัวเงิน แล้วถามว่าถ้าเอาเงินก้อนนั้นไปจ้างคนทำเนื้อหาให้เว็บตัวเองทุกเดือน ในหนึ่งปีจะได้อะไรกลับมาบ้าง คำตอบมักทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นกว่าการเถียงกันว่าช่องทางไหนดีกว่า

ถ้าทำคู่กัน จะไม่ให้เนื้อหาซ้ำกันเองอย่างไร

ปัญหาที่พบบ่อยของร้านที่ทำทั้งสองช่องทางคือคัดลอกคำอธิบายสินค้าชุดเดียวไปวางทุกที่ ผลคือหน้าสินค้าบนเว็บตัวเองมีข้อความเหมือนหน้าร้านในแอปเป๊ะ ๆ ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ Google เลือกจัดอันดับหน้าเว็บของคุณ เพราะเนื้อหาไม่ได้ให้อะไรใหม่ วิธีแก้ไม่ใช่การเขียนใหม่ให้ต่างแค่คำ แต่ต้องแบ่งหน้าที่ของเนื้อหาให้ชัด

  • คำอธิบายบนมาร์เก็ตเพลสเขียนสั้น ตรง เน้นสเปกและเงื่อนไขจัดส่ง เพราะคนที่เห็นกำลังเทียบราคาและพร้อมกดซื้อ
  • คำอธิบายบนเว็บตัวเองเขียนยาวกว่าได้ ตอบคำถามก่อนตัดสินใจ เช่น ใช้กับอะไรได้บ้าง ดูแลรักษายังไง เทียบกับรุ่นอื่นต่างตรงไหน
  • ให้เว็บตัวเองรับเนื้อหาที่มาร์เก็ตเพลสทำไม่ได้ เช่น บทความวิธีเลือกสินค้า หน้ารวมชุดสินค้าตามการใช้งาน หน้าตอบคำถามหลังการขาย
  • รูปสินค้าใช้ชุดเดียวกันได้ แต่บนเว็บตัวเองควรมีรูปประกอบเพิ่ม เช่น ภาพการใช้งานจริงหรือภาพเทียบขนาด
  • อย่าเอาลิงก์หน้าร้านในแอปไปแทนหน้าสินค้าบนเว็บตัวเอง เพราะเท่ากับยกทราฟฟิกที่หามาได้คืนให้แพลตฟอร์มฟรี ๆ

แบ่งเนื้อหาสองช่องทางไม่ให้ทับกัน

  1. 1

    แยกรายการสินค้าที่ขายทั้งสองที่

    ทำรายการสินค้าที่ลงทั้งบนแอปและบนเว็บตัวเอง สินค้ากลุ่มนี้คือกลุ่มที่เสี่ยงมีคำอธิบายซ้ำมากที่สุด ให้จัดการก่อน

  2. 2

    เขียนคำอธิบายบนเว็บใหม่จากคำถามลูกค้า

    ใช้คำถามที่ลูกค้าเคยถามในแชทเป็นโครง แล้วเขียนคำอธิบายบนเว็บตัวเองใหม่ให้ตอบคำถามเหล่านั้น รายละเอียดวิธีเขียนอ่านได้ที่ เขียนรายละเอียดสินค้าให้ติดอันดับ

  3. 3

    วางเนื้อหาความรู้ไว้บนเว็บตัวเองเท่านั้น

    บทความวิธีเลือก วิธีใช้ และวิธีดูแลสินค้า ให้อยู่บนเว็บตัวเองอย่างเดียว แล้วลิงก์จากบทความเข้าหน้าสินค้า เพื่อให้ทราฟฟิกจากคนหาข้อมูลตกเป็นของเว็บคุณ

  4. 4

    ตั้งกติกาให้ทีมก่อนลงสินค้าใหม่

    เขียนกติกาสั้น ๆ ไว้ว่าลงสินค้าใหม่ต้องเขียนคำอธิบายกี่ชุดและใครเขียน มิฉะนั้นทีมจะกลับไปคัดลอกชุดเดิมโดยอัตโนมัติเมื่อมีสินค้าเข้าเยอะ ๆ

การซื้อของออนไลน์ผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

เกณฑ์ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มทำเว็บเอง

แทนที่จะตอบว่าควรทำเมื่อยอดขายถึงเท่าไร ให้ดูจากสัญญาณที่บอกว่าร้านคุณเริ่มมีของที่จะสะสมได้แล้ว ถ้าเข้าเกณฑ์ตั้งแต่สองข้อขึ้นไปในตารางนี้ การลงทุนทำเว็บมักคุ้มกว่าการอัดงบโฆษณาในแอปเพิ่ม

สัญญาณที่เห็นแปลว่าอะไรควรทำอะไรต่อ
ค่าธรรมเนียมรวมต่อเดือนสูงกว่าค่าดูแลเว็บที่ประเมินไว้ต้นทุนต่อออเดอร์กำลังโตตามยอด ในขณะที่ต้นทุนเว็บคงที่เริ่มทำเว็บคู่ขนาน โดยยังไม่ต้องถอนตัวจากแอป
มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเป็นประจำมีฐานลูกค้าที่พร้อมติดตามแบรนด์ ไม่ได้ซื้อเพราะราคาถูกที่สุดอย่างเดียวทำเว็บเพื่อเก็บช่องทางติดต่อและขายซ้ำโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
เริ่มมีคนค้นหาชื่อร้านหรือชื่อแบรนด์ตรง ๆ ใน Googleแบรนด์เริ่มถูกจดจำ แต่ปลายทางที่คนค้นเจอยังเป็นหน้าแพลตฟอร์มทำเว็บให้เป็นปลายทางของคำค้นหาชื่อแบรนด์ก่อนเป็นอันดับแรก
สินค้ามีเรื่องต้องอธิบายเยอะก่อนตัดสินใจซื้อฟอร์มคำอธิบายสั้น ๆ ในแอปไม่พอให้ลูกค้าตัดสินใจทำเว็บที่มีบทความและหน้าเปรียบเทียบรุ่น เพื่อรับคนที่ยังหาข้อมูล
ขายสินค้าที่ทำเอง แบรนด์ตัวเอง หรือรับผลิตเฉพาะทางไม่ได้แข่งราคากับร้านที่ขายของเหมือนกัน จึงมีโอกาสติดอันดับด้วยเนื้อหาลงทุนกับเนื้อหาบนเว็บได้เต็มที่ เพราะไม่มีใครมีสินค้าชุดเดียวกัน
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำเว็บของตัวเอง

ในทางกลับกัน มีจังหวะที่ยังไม่ควรรีบทำเว็บเช่นกัน ถ้าร้านยังไม่รู้ว่าสินค้าตัวไหนขายได้จริง ยังเปลี่ยนสินค้าที่ขายทุกเดือน หรือยังไม่มีใครในทีมรับผิดชอบเรื่องเนื้อหาได้เลย การเปิดเว็บตอนนี้มักได้เว็บที่ทิ้งร้างภายในสามเดือน ให้ใช้มาร์เก็ตเพลสหาคำตอบว่าอะไรขายได้ก่อน แล้วค่อยย้ายสิ่งที่พิสูจน์แล้วขึ้นเว็บ

วัดอย่างไรว่าเว็บตัวเองเริ่มคุ้ม

เว็บที่ทำใหม่จะเงียบในช่วงแรกเสมอ สิ่งที่ต้องดูจึงไม่ใช่ยอดขายเดือนแรก แต่เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเริ่มถูกมองเห็น ให้ไล่ดูตามลำดับนี้

  1. 1หน้าเว็บถูกจัดเก็บใน Google แล้วหรือยัง ดูจากรายงานการจัดทำดัชนีใน Google Search Console ถ้ายังไม่ถูกเก็บ เรื่องอื่นยังไม่ต้องดู
  2. 2มีคำค้นหาที่พาคนเข้าเว็บเพิ่มขึ้นไหม ดูจำนวนคำค้นหาที่ไม่ซ้ำกัน ไม่ใช่ดูแค่ยอดคลิกรวม
  3. 3คนที่เข้ามาจากบทความเดินต่อไปหน้าสินค้าหรือเปล่า ถ้าเข้ามาแล้วออกทุกครั้ง แปลว่าบทความยังไม่ได้เชื่อมกับสินค้าที่ขาย
  4. 4มีออเดอร์แรกที่มาจากการค้นหาแล้วหรือยัง ออเดอร์แรกจากช่องทางนี้สำคัญกว่าจำนวน เพราะยืนยันว่าเส้นทางทั้งเส้นใช้งานได้จริง
  5. 5ต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งรายจากเว็บเทียบกับจากแอปเป็นอย่างไร วิธีคำนวณอ่านได้ที่ Cost per Lead จาก SEO

ตั้งกรอบเวลาไว้ก่อนเริ่ม

ก่อนลงมือทำเว็บ ให้ตกลงกันในทีมว่าจะให้เวลากี่เดือนและจะดูตัวชี้วัดอะไร เพราะถ้าไม่มีกรอบไว้ล่วงหน้า พอผ่านไปสองเดือนแล้วยังไม่มียอด มักจะถูกตัดงบทิ้งทั้งที่ SEO ยังไม่ทันเริ่มทำงาน

รายงานกราฟและตัวเลขบนโต๊ะทำงาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการเลือกช่องทางผิด แต่เกิดจากการทำทั้งสองช่องทางแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ จนไม่ได้ข้อดีของทั้งคู่

  • ปิดร้านบนมาร์เก็ตเพลสทันทีที่เว็บเสร็จ ทั้งที่เว็บยังไม่มีทราฟฟิกเลย ทำให้ยอดขายหายไปทั้งก้อนระหว่างรอ SEO ทำงาน
  • คัดลอกคำอธิบายสินค้าชุดเดียวไปวางทั้งสองที่ แล้วสงสัยว่าทำไมหน้าสินค้าบนเว็บไม่ติดอันดับสักที
  • ทำเว็บเป็นแค่แคตตาล็อกที่มีปุ่มกดไปสั่งซื้อในแอป เท่ากับจ่ายค่าทำเว็บเองแต่ยกลูกค้าและค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มเหมือนเดิม
  • เปิดเว็บแล้วไม่มีใครดูแลเนื้อหาต่อ ปล่อยให้มีแต่หน้าสินค้าล้วน ๆ ซึ่งแทบไม่มีโอกาสติดอันดับคำที่คนใช้ตอนหาข้อมูล
  • วัดผลเว็บด้วยยอดขายเดือนแรกอย่างเดียว แล้วสรุปว่า SEO ไม่ได้ผลทั้งที่หน้าเว็บยังไม่ถูกจัดเก็บครบด้วยซ้ำ
  • ตั้งชื่อ URL และหมวดหมู่บนเว็บใหม่แบบชั่วคราวไว้ก่อน แล้วต้องมาย้ายทีหลังตอนที่หน้าเริ่มติดอันดับแล้ว อ่านวิธีวางโครงสร้างที่ SEO หน้าสินค้าและหน้าหมวดหมู่

คำถามที่พบบ่อย

ทำเว็บเองแล้วต้องปิดร้านบนมาร์เก็ตเพลสไหม+

ไม่ต้อง และไม่ควรปิดในช่วงแรก เพราะเว็บใหม่ยังไม่มีทราฟฟิกของตัวเอง ให้เปิดคู่กันไปก่อนจนกว่ายอดจากเว็บจะเริ่มมีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะลดบทบาทช่องทางไหน

หน้าร้านบนมาร์เก็ตเพลสติดอันดับใน Google ได้ไหม+

ได้ในบางกรณี เพราะหน้าสินค้าบนแพลตฟอร์มก็ถูก Google จัดเก็บเหมือนกัน แต่คุณควบคุมได้น้อยมากและต้องแข่งกับร้านอื่นบนโดเมนเดียวกัน อันดับที่ได้จึงเป็นของแพลตฟอร์มมากกว่าของร้านคุณ

ร้านเล็กที่มีสินค้าไม่กี่ตัว ทำเว็บเองแล้วจะมีอะไรให้เขียน+

เขียนได้จากคำถามที่ลูกค้าถามจริง เช่น วิธีเลือกขนาด วิธีดูแลรักษา หรือเปรียบเทียบรุ่นที่คุณขาย สินค้าน้อยไม่ได้แปลว่าเนื้อหาน้อย เพราะเนื้อหามาจากคำถามของผู้ซื้อ ไม่ได้มาจากจำนวนสินค้า

ใช้เว็บสำเร็จรูปกับทำเว็บเองมีผลกับ SEO ต่างกันไหม+

ต่างกันที่ระดับการควบคุม เว็บสำเร็จรูปส่วนใหญ่ทำ SEO พื้นฐานได้ครบพอสมควร แต่จะแก้เรื่องโครงสร้าง URL หรือความเร็วเชิงลึกได้จำกัดกว่า สำหรับร้านที่เพิ่งเริ่ม ข้อจำกัดนี้มักยังไม่ใช่ปัญหาหลัก

ควรใช้ชื่อโดเมนเดียวกับชื่อร้านบนแอปไหม+

ควรใช้ชื่อเดียวกันถ้าทำได้ เพราะลูกค้าที่จำชื่อร้านจากแอปได้จะพิมพ์หาเจอบนเว็บด้วย และช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นชื่อเดียวกันทุกช่องทางแทนที่จะกลายเป็นสองแบรนด์

ถ้ายังไม่พร้อมทำเว็บเต็มรูปแบบ ควรเริ่มจากอะไรก่อน+

เริ่มจากจดโดเมนในชื่อแบรนด์และทำหน้าเว็บเดียวที่บอกว่าร้านขายอะไร ติดต่ออย่างไร แล้วเริ่มเก็บช่องทางติดต่อลูกค้าไว้ก่อน จากนั้นค่อยเพิ่มหน้าสินค้าและบทความเมื่อพร้อม จะดีกว่าการรอจนทุกอย่างสมบูรณ์แล้วค่อยเริ่ม

สรุป

มาร์เก็ตเพลสให้ยอดขายเร็วแต่ไม่สะสมเป็นสินทรัพย์ของร้าน ส่วนเว็บของตัวเองสะสมทั้งอันดับ ข้อมูลลูกค้า และแบรนด์ แต่ต้องลงแรงเองและใช้เวลา สำหรับ SME ส่วนใหญ่ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือทำคู่กันโดยแบ่งหน้าที่ให้ชัด ให้แอปรับคนที่พร้อมซื้อ ให้เว็บรับคนที่กำลังหาข้อมูลและลูกค้าเก่า และอย่าลืมว่าสองช่องทางต้องมีเนื้อหาคนละชุด ถ้าจะจัดหน้าสินค้าบนเว็บให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้น อ่านต่อได้ที่ SEO รูปภาพสินค้า และ จัดหน้าตัวเลือกสินค้า

เริ่มทำเนื้อหาบนเว็บของตัวเองอย่างเป็นระบบ

NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อม search volume วางแผนหัวข้อทั้งเว็บ และเขียนบทความภาษาไทยตามแนวทางแบรนด์ของคุณ ส่วนงานฝั่งระบบร้านค้าและสต็อกยังต้องจัดการในแพลตฟอร์มของคุณเอง

เริ่มฟรี 3 บทความ

อ่านต่อ

On-page SEO

SEO รูปภาพสินค้า: ตั้งชื่อไฟล์ ใส่ alt และบีบอัดภาพให้ร้านโหลดไว

วิธีทำ SEO รูปภาพสินค้าให้ร้านโหลดไว ตั้งชื่อไฟล์ เขียน alt ให้บรรยายสินค้าจริง เลือกฟอร์แมตและขนาดภาพ พร้อมจุดที่ควรใช้ lazy loading และที่ไม่ควรใช้

Technical SEO

สินค้าหลายสีหลายไซซ์ควรทำกี่หน้า: จัดหน้าตัวเลือกสินค้าไม่ให้แย่งอันดับกันเอง

สินค้าหลายตัวเลือกทำกี่หน้าถึงจะพอดี อ่านเกณฑ์ตัดสินต่อประเภทตัวเลือก วิธีใช้ canonical กับ URL parameter และวิธีเลี่ยงไม่ให้หน้าในร้านแย่งอันดับกันเอง

SEO Content

หน้านโยบายจัดส่งและคืนสินค้า: หน้าที่ร้านออนไลน์มักลืม แต่มีผลต่อความน่าเชื่อถือ

วิธีเขียนหน้านโยบายจัดส่งและคืนสินค้าให้ครบทั้งค่าส่ง ระยะเวลา และเงื่อนไขคืนเงิน จัดเป็นตารางที่อ่านง่าย พร้อมจุดที่ควรลิงก์ถึงและจังหวะที่ต้องอัปเดต