Technical SEO

สินค้าหลายสีหลายไซซ์ควรทำกี่หน้า: จัดหน้าตัวเลือกสินค้าไม่ให้แย่งอันดับกันเอง

สินค้าหลายตัวเลือกทำกี่หน้าถึงจะพอดี อ่านเกณฑ์ตัดสินต่อประเภทตัวเลือก วิธีใช้ canonical กับ URL parameter และวิธีเลี่ยงไม่ให้หน้าในร้านแย่งอันดับกันเอง

ทีม NOAH · เผยแพร่ 10 กันยายน 2569 · อัปเดต 10 กันยายน 2569 · อ่าน 13 นาที

โค้ดเว็บไซต์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

สรุปสั้น

  • ค่าเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุดคือรวมทุกตัวเลือกไว้ในหน้าเดียว แล้วแยกหน้าเฉพาะตัวเลือกที่มีเหตุผลรองรับจริง
  • ตัวเลือกจะคุ้มที่จะแยกหน้าต่อเมื่อมีคนค้นหาคำนั้นแยกจริง และเนื้อหาในหน้าใหม่ต่างจากหน้าเดิมมากกว่าแค่ชื่อสีหรือตัวเลข
  • สีกับความจุมักคุ้มที่จะแยกหน้าในบางสินค้า ส่วนไซซ์เสื้อผ้าแทบไม่เคยคุ้ม เพราะคนไม่ได้ค้นหาไซซ์แยกเป็นคำค้น
  • หน้าตัวเลือกที่แยกออกมาแล้วเนื้อหาเหมือนกันทุกตัวอักษร จะกลายเป็นหน้าที่แย่งอันดับกันเองและทำให้ Google เลือกหน้าที่คุณไม่ได้ตั้งใจ
  • ถ้าตัวเลือกสร้างเป็น URL parameter ให้ตั้ง canonical ชี้กลับหน้าหลัก แทนการปล่อยให้ทุกชุดพารามิเตอร์กลายเป็นหน้าที่ถูกจัดเก็บแยก

ร้านที่ขายเสื้อยืดสิบสี สี่ไซซ์ จะมีสินค้าสี่สิบชุดในทางบัญชี แต่คำถามที่ตอบยากคือควรมีหน้าเว็บกี่หน้า บางระบบสร้างหน้าให้อัตโนมัติทุกชุดตัวเลือก ทำให้ร้านที่มีสินค้าจริงห้าสิบตัวมีหน้าเว็บพันกว่าหน้าโดยไม่ตั้งใจ และแทบทุกหน้ามีข้อความเหมือนกันหมดต่างกันแค่คำว่าสีอะไรไซซ์ไหน

บทความนี้จะให้เกณฑ์ตัดสินว่าตัวเลือกไหนคุ้มที่จะแยกหน้าและตัวเลือกไหนควรรวม พร้อมตารางสรุปแนวทางต่อประเภทตัวเลือกที่ร้านไทยเจอบ่อย วิธีจัดการ URL parameter และวิธีสังเกตว่าหน้าในร้านกำลังแย่งอันดับกันเองอยู่ อ่านภาพรวมงาน SEO ร้านค้าออนไลน์ได้ที่ SEO เว็บขายของสำหรับ SME

สินค้าหลายตัวเลือกควรทำกี่หน้า

สินค้าที่มีหลายสีหลายไซซ์ควรทำหน้าเดียวหรือแยกหน้า

ค่าเริ่มต้นคือรวมทุกตัวเลือกไว้ในหน้าเดียว แล้วให้ผู้ใช้เลือกสีหรือไซซ์จากปุ่มในหน้านั้น เพราะทุกแรงที่ลงกับสินค้าตัวนั้นจะรวมอยู่ที่หน้าเดียว แยกหน้าออกมาเมื่อเข้าเงื่อนไขสองข้อพร้อมกันเท่านั้น คือมีคนค้นหาชื่อตัวเลือกนั้นเป็นคำค้นจริง และเนื้อหาในหน้าที่แยกออกมาต่างจากหน้าเดิมได้จริง ไม่ใช่ต่างแค่ชื่อสีหรือตัวเลข ถ้าเข้าเงื่อนไขแค่ข้อเดียว ให้รวมไว้หน้าเดียวจะปลอดภัยกว่า

เหตุผลที่ค่าเริ่มต้นควรเป็นการรวมหน้า เพราะการแยกหน้าเป็นการหารกำลังของตัวเอง เมื่อมีสิบหน้าที่พูดถึงสินค้าเดียวกัน สัญญาณต่าง ๆ ที่ควรจะรวมกันอยู่ที่หน้าเดียวก็ถูกกระจายออกไปสิบทาง และไม่มีหน้าไหนแข็งพอจะแข่งกับร้านที่ทำหน้าเดียวแต่ทำครบ

หน้าเดียวรวมทุกตัวเลือก ข้อดีข้อเสีย

แบบหน้าเดียวคือมีหน้าสินค้าหนึ่งหน้า แล้ววางปุ่มเลือกสีและไซซ์ไว้ในหน้านั้น ภาพเปลี่ยนตามสีที่เลือก ราคาและสถานะสต็อกอัปเดตตามชุดที่เลือก แบบนี้เป็นแบบที่ระบบร้านค้าส่วนใหญ่ทำมาให้เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว

  • ข้อดี: รีวิว ลิงก์ที่ชี้เข้ามา และเนื้อหาทั้งหมดรวมอยู่ที่หน้าเดียว ทำให้หน้ามีน้ำหนักพอจะแข่งได้
  • ข้อดี: ดูแลง่ายมาก แก้คำอธิบายหรือราคาที่เดียวจบ ไม่ต้องไล่แก้สิบหน้า
  • ข้อดี: ลูกค้าเห็นตัวเลือกทั้งหมดในที่เดียว ไม่ต้องกดกลับไปกลับมาเพื่อเทียบสี
  • ข้อเสีย: ถ้ามีคนค้นหาชื่อสีหรือรุ่นย่อยตรง ๆ เยอะ หน้าเดียวอาจตอบคำค้นนั้นได้ไม่ตรงเท่าหน้าที่ทำมาเฉพาะ
  • ข้อเสีย: ลิงก์ที่ส่งให้ลูกค้าจะไม่เปิดมาที่ตัวเลือกที่ต้องการทันที ถ้าระบบไม่รองรับการระบุตัวเลือกใน URL

แยกหน้าต่อตัวเลือก ข้อดีข้อเสีย

แบบแยกหน้าคือแต่ละตัวเลือกมีหน้าและ URL ของตัวเอง เหมาะกับกรณีที่ตัวเลือกนั้นแทบจะเป็นสินค้าคนละตัว เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเดียวกันแต่คนละความจุ ซึ่งราคาต่างกันมากและสเปกก็ต่างกันจริง

  • ข้อดี: ตอบคำค้นที่เจาะจงได้ตรงกว่า ถ้าคนค้นหาด้วยชื่อรุ่นบวกความจุหรือชื่อสีจริง ๆ
  • ข้อดี: เขียนเนื้อหาเฉพาะตัวเลือกนั้นได้เต็มที่ เช่น ใครควรเลือกความจุนี้ ใช้กับงานแบบไหน
  • ข้อเสีย: ถ้าเนื้อหาแต่ละหน้าเหมือนกันเกือบหมด จะกลายเป็นหน้าซ้ำที่แย่งอันดับกันเอง
  • ข้อเสีย: ต้นทุนดูแลสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งการแก้ข้อความ ราคา และการจัดการหน้าสินค้าที่เลิกขาย
  • ข้อเสีย: รีวิวและลิงก์ที่ชี้เข้ามากระจายไปหลายหน้า ทำให้ไม่มีหน้าไหนแข็งจริง

ระบบสร้างหน้าอัตโนมัติคือจุดที่ต้องระวังที่สุด

ระบบร้านค้าและปลั๊กอินบางตัวสร้างหน้าแยกให้ทุกชุดตัวเลือกโดยอัตโนมัติ ร้านที่มีสินค้าห้าสิบตัวจึงอาจมีหน้าเป็นพันหน้าที่มีข้อความเหมือนกันทั้งหมด ก่อนตัดสินใจเรื่องโครงสร้าง ให้ตรวจก่อนว่าตอนนี้ร้านคุณมีหน้าถูกจัดเก็บอยู่กี่หน้า แล้วเทียบกับจำนวนสินค้าจริง

การซื้อของออนไลน์ผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

เกณฑ์ตัดสินว่าตัวเลือกไหนคุ้มที่จะแยกหน้า

แทนที่จะเดา ให้ใช้คำถามสี่ข้อนี้กับตัวเลือกแต่ละประเภทในร้านคุณ ถ้าตอบว่าใช่ได้ทั้งสี่ข้อจึงค่อยแยกหน้า ถ้าตอบใช่ได้ไม่ถึงสามข้อ ให้รวมไว้หน้าเดียว

ตรวจว่าตัวเลือกนี้ควรแยกหน้าหรือไม่

  1. 1

    มีคนค้นหาคำนั้นแยกจริงไหม

    ดูว่ามีคนค้นหาชื่อสินค้าบวกชื่อตัวเลือกนั้นเป็นคำค้นหรือเปล่า เช่น ค้นชื่อรุ่นบวกความจุ ถ้าไม่มีใครค้นแบบนั้น การแยกหน้าจะไม่มีคำค้นให้รับ

  2. 2

    เนื้อหาต่างกันจริงไหม

    ลองเขียนคำอธิบายของสองตัวเลือกออกมาจริง ๆ ถ้าเขียนได้ต่างกันไม่ถึงสองย่อหน้า แปลว่ายังไม่มีเนื้อหาพอจะเป็นสองหน้า

  3. 3

    ราคาหรือสเปกต่างกันมากพอที่คนต้องเทียบไหม

    ถ้าราคาต่างกันชัดหรือสเปกต่างกันจนใช้งานคนละแบบ ผู้ซื้อจะอยากเห็นหน้าที่เจาะจง แต่ถ้าต่างกันเล็กน้อย การรวมหน้าจะเทียบง่ายกว่า

  4. 4

    ดูแลไหวไหมเมื่อสินค้าเพิ่มขึ้นสามเท่า

    คำนวณว่าถ้าร้านโตขึ้นสามเท่าจะมีกี่หน้าให้ดูแล ถ้าคำตอบคือหลายร้อยหน้าที่ต้องแก้ข้อความเอง ให้ตัดใจรวมหน้าตั้งแต่ตอนนี้

ทดสอบด้วยสินค้าตัวเดียวก่อน

ถ้าไม่แน่ใจ ให้เลือกสินค้าที่ขายดีที่สุดหนึ่งตัวมาแยกหน้าตามตัวเลือกดูก่อน แล้วรอดูสักสองถึงสามเดือนว่าหน้าที่แยกออกมามีคนเข้าจากการค้นหาจริงหรือไม่ ดีกว่าการรื้อโครงสร้างทั้งร้านแล้วค่อยรู้ว่าไม่ได้ผล

แนวทางต่อประเภทตัวเลือกที่เจอบ่อย

ตารางนี้สรุปแนวทางที่ใช้ได้กับร้านส่วนใหญ่ ถ้าสินค้าของคุณมีลักษณะพิเศษให้กลับไปใช้เกณฑ์สี่ข้อด้านบนแทนการยึดตารางนี้อย่างเดียว

ประเภทตัวเลือกแนวทางที่แนะนำเหตุผล
สีรวมเป็นหลัก แยกเฉพาะสีที่คนค้นหาชื่อสีตรง ๆสีส่วนใหญ่ไม่มีคนค้นแยก แต่สินค้าบางกลุ่ม เช่น เฟอร์นิเจอร์หรือรองเท้ารุ่นดัง มีคนค้นชื่อสีจริงและภาพต่างกันชัดเจน
ไซซ์เสื้อผ้าและรองเท้ารวมหน้าเดียวเสมอ ใช้ปุ่มเลือกไซซ์แทบไม่มีใครค้นหาชื่อสินค้าบวกไซซ์เป็นคำค้น และเนื้อหาของแต่ละไซซ์เหมือนกันทั้งหมด
วัสดุแยกได้ถ้าวัสดุเปลี่ยนวิธีดูแลรักษาและกลุ่มผู้ซื้อวัสดุที่ต่างกันมักมีคำถามก่อนซื้อคนละชุด เช่น ซักได้ไหม ทนความร้อนแค่ไหน จึงมีเนื้อหาให้เขียนต่างจริง
ความจุหรือปริมาณบรรจุแยกหน้าได้ในสินค้าที่ราคาต่างกันชัดผู้ซื้อมักค้นหาชื่อรุ่นบวกความจุ และต้องการเทียบราคาต่อหน่วยก่อนตัดสินใจ
รุ่นปีหรือเวอร์ชันแยกหน้าเสมอ และเก็บหน้ารุ่นเก่าไว้เป็นสินค้าคนละตัวในทางปฏิบัติ สเปกต่างกันจริง และคนยังค้นหารุ่นเก่าอยู่แม้เลิกขายแล้ว
ตัวเลือกย่อยที่ไม่มีผลกับการค้นหา เช่น ความยาวสายรวมหน้าเดียว ใช้ดรอปดาวน์แยกหน้าแล้วได้หน้าที่เนื้อหาซ้ำกันโดยไม่มีคำค้นรองรับ เสียเวลาดูแลเปล่า
แนวทางจัดหน้าตามประเภทตัวเลือกสินค้า

canonical และ URL parameter ใช้อย่างไร

เมื่อเลือกตัวเลือกในหน้าสินค้า ระบบร้านหลายเจ้าจะเติมพารามิเตอร์ต่อท้าย URL เช่น ตามด้วยรหัสสีหรือรหัสไซซ์ ทำให้สินค้าตัวเดียวมี URL ได้หลายสิบแบบ ทั้งที่เนื้อหาบนหน้าเหมือนกันแทบทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำคือบอก Google ว่า URL หลักของสินค้าตัวนี้คืออันไหน

  • ถ้าตัดสินใจรวมทุกตัวเลือกไว้หน้าเดียว ให้ทุก URL ที่มีพารามิเตอร์ตั้ง canonical ชี้กลับไปที่ URL หลักที่ไม่มีพารามิเตอร์
  • ถ้าตัดสินใจแยกหน้าจริง ให้แต่ละหน้าตั้ง canonical ชี้ตัวเอง และต้องมีเนื้อหาต่างกันจริงรองรับ ไม่อย่างนั้น Google อาจไม่เชื่อ canonical ที่ตั้งไว้
  • อย่าใช้ canonical แทนการลบหน้าที่ไม่ควรมีตั้งแต่แรก ถ้าหน้าไหนไม่มีเหตุผลจะมีอยู่ ให้ปิดการสร้างหน้านั้นจากระบบร้านจะสะอาดกว่า
  • ตรวจว่าลิงก์ภายในร้าน ทั้งจากหน้าหมวดหมู่และจากช่องค้นหาในเว็บ ชี้ไปที่ URL หลัก ไม่ใช่ชี้ไป URL ที่มีพารามิเตอร์
  • หลักการทำงานของ canonical และกรณีที่ Google ไม่เชื่อ canonical ที่เราตั้ง อ่านได้ที่ Canonical คืออะไร ส่วนการวางชื่อ URL ให้อ่านรู้เรื่องดูที่ SEO URL คือ

canonical เป็นคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง

Google ใช้ canonical เป็นสัญญาณหนึ่งเท่านั้น ถ้าหน้าที่คุณตั้ง canonical ชี้กลับมีเนื้อหาไม่เหมือนกับหน้าต้นทางเลย หรือมีลิงก์ภายในชี้ไปหน้าอื่นตลอด Google อาจเลือกหน้าอื่นเป็นหน้าหลักแทน วิธีที่ได้ผลที่สุดคือให้โครงสร้างลิงก์ภายในสอดคล้องกับ canonical ที่ตั้งไว้

เช็กลิสต์แผนงานบนคลิปบอร์ด

เมื่อหน้าสินค้าในร้านตัวเองแย่งอันดับกันเอง

ปัญหาที่ตามมาจากการแยกหน้ามากเกินไปคือ keyword cannibalization หรือการที่หน้าหลายหน้าในเว็บเดียวกันพยายามติดอันดับคำเดียวกัน ผลคือ Google สลับไปมาว่าจะแสดงหน้าไหน และมักเลือกหน้าที่คุณไม่ได้ตั้งใจให้เป็นหน้าหลัก เช่น หน้าสีที่ไม่ค่อยมีคนซื้อ

  • สัญญาณแรก: ในรายงานผลการค้นหาของ Google Search Console คำค้นเดียวกันมีหน้าปลายทางสลับไปมาหลายหน้าในช่วงเวลาต่างกัน
  • สัญญาณที่สอง: หน้าที่คุณตั้งใจให้เป็นหน้าหลักมีจำนวนคลิกน้อยกว่าหน้าตัวเลือกย่อย ทั้งที่หน้าหลักมีข้อมูลครบกว่า
  • สัญญาณที่สาม: จำนวนหน้าที่ถูกจัดเก็บมากกว่าจำนวนสินค้าจริงหลายเท่า โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจสร้าง
  • วิธีแก้: ยุบหน้าที่เนื้อหาซ้ำกันให้เหลือหน้าเดียว แล้วทำการเปลี่ยนเส้นทางแบบถาวรจากหน้าที่ยุบไปหน้าที่เหลือ
  • วิธีแก้: ถ้ายังต้องเก็บหน้าย่อยไว้ ให้เขียนเนื้อหาเฉพาะของหน้านั้นเพิ่มจนต่างจริง และแก้ลิงก์ภายในให้ชี้หน้าหลักเป็นส่วนใหญ่
  • อ่านวิธีวินิจฉัยแบบละเอียดได้ที่ Keyword Cannibalization คืออะไร

ถ้าหน้าตัวเลือกที่แยกไว้มีเนื้อหาบางมากอยู่แล้ว ปัญหาจะซ้อนกันสองชั้น ทั้งเนื้อหาซ้ำและเนื้อหาบาง ซึ่งกระทบภาพรวมของเว็บมากกว่าที่คิด อ่านเพิ่มได้ที่ Thin Content และ Duplicate Content

หน้าจอแดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์

ลำดับงานเมื่อร้านมีหน้าตัวเลือกเกินความจำเป็นอยู่แล้ว

ถ้าร้านของคุณมีหน้าตัวเลือกเต็มไปหมดอยู่แล้ว อย่าเพิ่งลบทีเดียวทั้งหมด เพราะบางหน้าอาจมีคนเข้าอยู่จริง ให้ทำตามลำดับนี้

  1. 1ทำรายการหน้าสินค้าทั้งหมดที่ถูกจัดเก็บ แล้วเทียบกับจำนวนสินค้าจริงเพื่อดูว่าส่วนเกินมีมากแค่ไหน
  2. 2ดึงข้อมูลจาก Google Search Console ว่าหน้าไหนมีคลิกและมีคำค้นเข้าจริงในช่วงสามถึงหกเดือนที่ผ่านมา
  3. 3หน้าที่ไม่มีคลิกและเนื้อหาซ้ำกับหน้าหลัก ให้ตั้ง canonical กลับหน้าหลักก่อนเป็นขั้นแรก ยังไม่ต้องลบ
  4. 4แก้ลิงก์ภายในทั้งหมดให้ชี้ไปหน้าหลัก เพราะลิงก์ภายในเป็นสัญญาณที่หนักกว่าที่หลายคนคิด
  5. 5หลังจากผ่านไปสักระยะและหน้าซ้ำเริ่มหลุดจากดัชนี ค่อยพิจารณาทำการเปลี่ยนเส้นทางแบบถาวรจากหน้าที่ไม่ใช้ไปหน้าหลัก
  6. 6หน้าที่มีคลิกจริงให้เก็บไว้ แล้วเขียนเนื้อหาเฉพาะของตัวเลือกนั้นเพิ่มเพื่อให้ต่างจากหน้าหลักอย่างชัดเจน

งานนี้ควรทำควบคู่กับการจัดโครงสร้างหน้าหมวดหมู่ เพราะหน้าหมวดหมู่คือที่ที่ลิงก์ภายในส่วนใหญ่เกิดขึ้น อ่านต่อได้ที่ SEO หน้าสินค้าและหน้าหมวดหมู่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปล่อยให้ระบบสร้างหน้าแยกทุกชุดตัวเลือกโดยอัตโนมัติ แล้วไม่เคยตรวจว่าตอนนี้เว็บมีหน้าถูกจัดเก็บกี่หน้า
  • แยกหน้าตามไซซ์เสื้อผ้า ทั้งที่ไม่มีใครค้นหาชื่อสินค้าบวกไซซ์เป็นคำค้น
  • แยกหน้าแล้วก็อปคำอธิบายชุดเดียวไปวางทุกหน้า ต่างกันแค่ชื่อสี ซึ่งเท่ากับสร้างหน้าซ้ำด้วยมือ
  • ตั้ง canonical ชี้หน้าหลัก แต่ลิงก์ภายในทั้งเว็บยังชี้ไปหน้าที่มีพารามิเตอร์ ทำให้สัญญาณขัดกันเอง
  • ลบหน้าตัวเลือกทิ้งทันทีโดยไม่ทำการเปลี่ยนเส้นทาง ทำให้คนที่กดจากผลการค้นหาเจอหน้าไม่พบ
  • ลบหน้าสินค้ารุ่นเก่าที่เลิกขายแล้วทิ้ง ทั้งที่ยังมีคนค้นหารุ่นนั้นอยู่ ควรเก็บหน้าไว้แล้วแนะนำรุ่นใหม่ในหน้าเดิมแทน
  • ใช้ตัวเลือกเป็นตัวกรองในหน้าหมวดหมู่แล้วปล่อยให้ทุกชุดการกรองกลายเป็นหน้าที่ถูกจัดเก็บ ซึ่งทำให้เกิดหน้าเกินจำนวนมหาศาล

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าแต่ละสีมีรูปสินค้าต่างกันชัดเจน ควรแยกหน้าไหม+

ไม่จำเป็น รูปที่ต่างกันจัดการได้ด้วยการเปลี่ยนภาพตามสีที่ผู้ใช้เลือกในหน้าเดียว การแยกหน้าควรพิจารณาจากว่ามีคนค้นหาชื่อสีนั้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่จากจำนวนรูป

สินค้าที่แต่ละตัวเลือกราคาต่างกันมาก ต้องแยกหน้าเสมอไหม+

ไม่เสมอไป ถ้าระบบร้านแสดงราคาตามตัวเลือกที่เลือกได้ถูกต้องและระบุช่วงราคาไว้ชัดเจน หน้าเดียวก็ทำงานได้ดี การแยกหน้าจะคุ้มเมื่อผู้ซื้อค้นหาด้วยชื่อรุ่นบวกตัวเลือกนั้นจริง

ตัวเลือกที่หมดสต็อกควรลบหน้าทิ้งไหม+

ถ้ารวมเป็นหน้าเดียวอยู่แล้วให้แสดงตัวเลือกนั้นเป็นสถานะหมดชั่วคราว อย่าซ่อนทิ้ง เพราะลูกค้าจะได้รู้ว่ามีตัวเลือกนี้อยู่ ส่วนกรณีที่แยกหน้าไว้ ถ้าเลิกขายถาวรให้เปลี่ยนเส้นทางไปหน้าหลักของสินค้านั้น

ควรใส่ชื่อสีหรือไซซ์ในชื่อหน้าเว็บด้วยไหมถ้ารวมเป็นหน้าเดียว+

ใส่ได้ถ้าอ่านแล้วไม่เยิ่นเย้อ เช่น ระบุว่ามีให้เลือกกี่สีในชื่อหน้าหรือคำอธิบาย แต่อย่าไล่ใส่ชื่อสีทั้งสิบสีต่อกันเป็นพรืด เพราะทำให้ชื่อหน้าที่แสดงในผลการค้นหาอ่านไม่รู้เรื่อง

ระบบร้านที่ใช้อยู่ไม่ให้ตั้ง canonical เอง ต้องทำอย่างไร+

ระบบส่วนใหญ่ตั้ง canonical ให้อัตโนมัติอยู่แล้วสำหรับหน้าสินค้า ให้ตรวจก่อนว่าค่าที่ระบบใส่ให้ชี้ไปที่ไหน ถ้าชี้ถูกอยู่แล้วก็ไม่ต้องแก้ ถ้าชี้ผิดและแก้ไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้วิธีลดจำนวนหน้าที่ระบบสร้างและจัดลิงก์ภายในให้ชี้หน้าหลักแทน

ร้านที่มีสินค้าไม่กี่ตัว ต้องคิดเรื่องนี้ไหม+

ต้องคิดตั้งแต่ตอนที่ยังเล็ก เพราะการตั้งโครงสร้างให้ถูกตอนมีสินค้าสิบตัวใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่การไปแก้ตอนมีหน้าเป็นพันหน้าและบางหน้าติดอันดับแล้ว เป็นงานที่ใหญ่และเสี่ยงกว่ามาก

สรุป

สินค้าหลายตัวเลือกควรเริ่มจากหน้าเดียวเสมอ แล้วแยกหน้าเฉพาะตัวเลือกที่มีคนค้นหาจริงและเขียนเนื้อหาต่างได้จริง สีกับความจุมักคุ้ม ไซซ์เสื้อผ้าแทบไม่เคยคุ้ม ส่วนรุ่นปีควรแยกเสมอ ถ้าตัวเลือกถูกสร้างเป็นพารามิเตอร์ใน URL ให้ตั้ง canonical ชี้กลับหน้าหลักและจัดลิงก์ภายในให้สอดคล้องกัน เมื่อโครงสร้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ค่อยไปต่อที่การจัดภาพในหน้าสินค้าให้โหลดไว อ่านได้ที่ SEO รูปภาพสินค้า และถ้ายังลังเลว่าจะลงแรงกับเว็บตัวเองหรือมาร์เก็ตเพลส อ่านต่อที่ ขายมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บเอง

วางโครงสร้างเนื้อหาทั้งร้านให้ไม่ทับกันเอง

NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อม search volume วิเคราะห์ช่องว่างเนื้อหาเทียบคู่แข่ง และวาง content map ทั้งโปรเจกต์ เพื่อให้เห็นตั้งแต่ต้นว่าหน้าไหนควรมีและหน้าไหนไม่ควรสร้าง ส่วนการตั้งค่า canonical ยังต้องทำในระบบร้านของคุณเอง

เริ่มฟรี 3 บทความ

อ่านต่อ

SEO สำหรับ SME

ขายบนมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บร้านเอง: SEO ต่างกันอย่างไรและ SME ควรเลือกทางไหน

เทียบขายมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บเองแบบตรงไปตรงมา ทั้งต้นทุน ความเป็นเจ้าของทราฟฟิก ข้อมูลลูกค้า พร้อมเกณฑ์ว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มลงทุนทำเว็บร้านของตัวเอง

On-page SEO

SEO รูปภาพสินค้า: ตั้งชื่อไฟล์ ใส่ alt และบีบอัดภาพให้ร้านโหลดไว

วิธีทำ SEO รูปภาพสินค้าให้ร้านโหลดไว ตั้งชื่อไฟล์ เขียน alt ให้บรรยายสินค้าจริง เลือกฟอร์แมตและขนาดภาพ พร้อมจุดที่ควรใช้ lazy loading และที่ไม่ควรใช้

SEO Content

หน้านโยบายจัดส่งและคืนสินค้า: หน้าที่ร้านออนไลน์มักลืม แต่มีผลต่อความน่าเชื่อถือ

วิธีเขียนหน้านโยบายจัดส่งและคืนสินค้าให้ครบทั้งค่าส่ง ระยะเวลา และเงื่อนไขคืนเงิน จัดเป็นตารางที่อ่านง่าย พร้อมจุดที่ควรลิงก์ถึงและจังหวะที่ต้องอัปเดต