Technical SEO

Technical SEO Tools มีอะไรบ้าง และแต่ละตัวใช้ตรวจอะไร

รวมเครื่องมือ technical SEO แยกตามหน้าที่ ตั้งแต่ของฟรีจาก Google อย่าง Search Console และ PageSpeed Insights ไปจนถึงโปรแกรม crawler

ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 17 นาที

รายงานกราฟและตัวเลขบนโต๊ะทำงาน

สรุปสั้น

  • เครื่องมือ technical SEO แบ่งตามหน้าที่ได้เป็นกลุ่มตรวจ index/crawl, กลุ่มตรวจความเร็ว, กลุ่มตรวจ schema และกลุ่ม crawler ที่ไล่ทั้งเว็บ
  • Google Search Console คือเครื่องมือฟรีที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นข้อมูลตรงจาก Google เรื่องการ crawl และ index
  • PageSpeed Insights และ Rich Results Test เป็นเครื่องมือฟรีของ Google ที่ตรวจเฉพาะจุด ไม่ใช่ตรวจทั้งเว็บในครั้งเดียว
  • โปรแกรม crawler อย่าง Screaming Frog เหมาะกับเว็บขนาดใหญ่ที่ต้องการเห็นภาพรวมโครงสร้างลิงก์และปัญหาทั้งเว็บพร้อมกัน
  • ไม่มีเครื่องมือตัวเดียวที่ครอบคลุมทุกด้าน ต้องใช้ร่วมกันตามหน้าที่ที่ต้องการ

คำถามที่พบบ่อยจากทีมที่เริ่มทำ technical SEO คือควรใช้เครื่องมืออะไรก่อน เพราะรายชื่อเครื่องมือในตลาดมีเยอะมากและแต่ละตัวก็ตรวจคนละจุด บทความนี้แยกเครื่องมือตามหน้าที่การใช้งานจริง เพื่อให้เลือกได้ตรงกับปัญหาที่กำลังเจอ พร้อมลำดับขั้นตอนที่แนะนำให้เริ่มตรวจก่อนหลัง

Technical SEO Tools คืออะไร

Technical SEO Tools คืออะไร

Technical SEO tools คือเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบด้านเทคนิคของเว็บไซต์ที่มีผลต่อการ crawl และ index ของเสิร์ชเอนจิน เช่น สถานะการ index หน้าเว็บ ความเร็วในการโหลด ความถูกต้องของ structured data และโครงสร้างลิงก์ภายใน แบ่งตามหน้าที่ได้เป็นสี่กลุ่มหลักคือกลุ่มตรวจ index/crawl กลุ่มตรวจความเร็ว กลุ่มตรวจ schema และกลุ่ม crawler ที่ไล่ทั้งเว็บ

ความสับสนที่พบบ่อยคือเข้าใจว่า technical SEO เป็นเรื่องเดียวที่แก้ด้วยเครื่องมือเดียวได้ ในความเป็นจริงแต่ละกลุ่มเครื่องมือตรวจคนละมิติของเว็บไซต์ และปัญหาที่พบในแต่ละกลุ่มก็ต้องแก้ด้วยวิธีต่างกันไป การเข้าใจว่าเครื่องมือแต่ละตัวอยู่กลุ่มไหนช่วยให้ไม่เสียเวลาใช้เครื่องมือผิดจุดกับปัญหาที่กำลังเจอ

โค้ดเว็บไซต์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

กลุ่มที่ 1 ตรวจ Index และ Crawl

Google Search Console เป็นเครื่องมือหลักของกลุ่มนี้และไม่มีค่าใช้จ่าย มีรายงานที่บอกว่าหน้าไหนถูก index แล้ว หน้าไหนยังไม่ถูก index พร้อมสาเหตุ และมีเครื่องมือ URL Inspection ที่ตรวจสถานะของแต่ละหน้าได้ทีละ URL อ่านวิธีใช้แบบละเอียดได้ที่ คู่มือ Google Search Console

เข้าใจความต่างระหว่าง crawl กับ index ให้ชัดก่อนจะช่วยตีความรายงานพวกนี้ได้ถูกต้อง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Crawl กับ Index ต่างกันยังไง

กลุ่มที่ 2 ตรวจความเร็วและประสบการณ์การใช้งาน

PageSpeed Insights ของ Google เป็นเครื่องมือฟรีที่ตรวจความเร็วของหน้าเว็บทีละหน้า พร้อมคะแนนตาม Core Web Vitals และคำแนะนำว่าควรแก้อะไร ข้อจำกัดคือตรวจได้ทีละ URL ไม่ได้สแกนทั้งเว็บพร้อมกัน อ่านหลักการเรื่องความเร็วเว็บได้ที่ web.dev — Core Web Vitals

กลุ่มที่ 3 ตรวจ Schema และ Structured Data

Rich Results Test ของ Google ใช้ตรวจว่า structured data ที่ใส่ไว้ในหน้าเว็บถูกต้องตามที่ Google อ่านได้หรือไม่ และมีสิทธิ์แสดงผลเป็น rich result หรือเปล่า เป็นเครื่องมือที่ควรใช้ทุกครั้งหลังเพิ่มหรือแก้ schema บนหน้าเว็บ ดูมาตรฐานของ structured data เพิ่มเติมได้ที่ schema.org

กลุ่มที่ 4 Crawler ที่ไล่ทั้งเว็บ

โปรแกรมอย่าง Screaming Frog ทำงานโดยไล่ตามลิงก์ทั้งเว็บเหมือนที่ Googlebot ทำ แล้วสร้างรายงานออกมาเป็นตาราง ครอบคลุมทั้งสถานะ HTTP ของแต่ละหน้า title ที่ซ้ำกัน โครงสร้างลิงก์ภายใน และหน้าที่ไม่มีลิงก์ชี้เข้า เหมาะกับเว็บขนาดใหญ่ที่ต้องการเห็นภาพรวมทั้งหมดในครั้งเดียว

NOAH ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้

NOAH ไม่ได้ทำหน้าที่ไล่ crawl ทั้งเว็บแบบโปรแกรมในกลุ่มนี้ สิ่งที่ NOAH ทำได้คือตรวจสถานะ index และ crawl ของเว็บที่เชื่อมต่อไว้ในระบบ ถ้าต้องการแผนที่ลิงก์ทั้งเว็บแบบละเอียด ยังต้องใช้โปรแกรม crawler เฉพาะทางร่วมด้วย

โค้ดเว็บไซต์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

เลือกใช้เครื่องมือกลุ่มไหนก่อน

กลุ่มเครื่องมือตัวอย่างค่าใช้จ่ายตรวจอะไร
Index/CrawlGoogle Search Consoleฟรีสถานะ index, การ crawl, sitemap
ความเร็วPageSpeed InsightsฟรีCore Web Vitals ต่อหน้า
SchemaRich Results Testฟรีความถูกต้องของ structured data
Crawler ทั้งเว็บScreaming Frogมีทั้งฟรีและเสียเงินตามขนาดเว็บภาพรวมโครงสร้างลิงก์และปัญหาทั้งเว็บ
เปรียบเทียบเครื่องมือ technical SEO ตามหน้าที่

สำหรับเว็บที่เพิ่งเริ่มทำ technical SEO แนะนำให้เริ่มจาก Google Search Console ก่อนเสมอ เพราะฟรีและเป็นข้อมูลตรงจาก Google แล้วค่อยเพิ่มเครื่องมือกลุ่มอื่นตามปัญหาที่เจอ ดูภาพรวมเครื่องมือ SEO ทุกกลุ่มเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องมือ SEO ที่ทีมไทยควรรู้จัก

ลำดับขั้นตอนตรวจ Technical SEO เมื่อเริ่มจากศูนย์

ลำดับที่แนะนำสำหรับเว็บที่ยังไม่เคยตรวจ technical SEO มาก่อน

  1. 1

    เชื่อมต่อและตรวจ Google Search Console ก่อน

    ดูรายงาน Pages ว่ามีหน้าที่ไม่ถูก index จำนวนมากผิดปกติหรือไม่ ถ้าพบปัญหานี้ ให้แก้ก่อนเรื่องอื่น เพราะหน้าที่ไม่ถูก index ย่อมไม่มีโอกาสติดอันดับเลย

  2. 2

    ตรวจความเร็วของหน้าที่สำคัญที่สุด 3-5 หน้า

    ใช้ PageSpeed Insights ตรวจหน้าแรก หน้าสินค้า/บริการหลัก และหน้าที่มีทราฟฟิกสูงสุด ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกหน้าในรอบแรก

  3. 3

    ตรวจ schema ของหน้าที่มีอยู่แล้ว

    ใช้ Rich Results Test ตรวจว่า schema ที่มีอยู่ (ถ้ามี) ถูกต้องหรือไม่ ถ้ายังไม่มี schema เลย ให้เริ่มจากหน้าที่สำคัญที่สุดก่อน

  4. 4

    รันโปรแกรม crawler เมื่อเว็บเริ่มมีหน้าจำนวนมาก

    ถ้าเว็บมีมากกว่าประมาณ 50-100 หน้า ให้เริ่มพิจารณาใช้โปรแกรม crawler เพื่อเห็นภาพรวมปัญหาทั้งเว็บ เช่น ลิงก์เสียหรือหน้าซ้ำ ซึ่งตรวจด้วยมือทีละหน้าไม่ไหวแล้ว

ตัวอย่างสมมติ: เว็บ SME เริ่มตรวจ Technical SEO ครั้งแรก

สมมติเว็บไซต์ของธุรกิจ SME แห่งหนึ่งมีประมาณ 40 หน้า ไม่เคยตรวจ technical SEO มาก่อนเลย เจ้าของเริ่มจากเชื่อมต่อ Google Search Console แล้วพบว่ามี 5 หน้าที่ไม่ถูก index เพราะตั้งค่า noindex ผิดพลาดตั้งแต่ตอนพัฒนาเว็บ หลังแก้ไขจุดนี้แล้ว จึงตรวจความเร็วของหน้าแรกและหน้าสินค้าหลักด้วย PageSpeed Insights พบว่าภาพหน้าปกมีขนาดไฟล์ใหญ่เกินจำเป็น จึงบีบอัดภาพให้เล็กลง ขั้นตอนสุดท้ายตรวจ schema ของหน้าบทความด้วย Rich Results Test แล้วพบว่ายังไม่มี schema เลยสักหน้า จึงเริ่มใส่ Article schema ให้หน้าบทความที่มีทราฟฟิกสูงสุดก่อน ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่อให้เห็นลำดับการตรวจที่ทำได้จริง ไม่ใช่กรณีศึกษาของลูกค้าจริง

เช็กลิสต์สรุปก่อนปิดงาน Technical SEO รอบแรก

  • ตรวจ Google Search Console แล้วไม่มีหน้าสำคัญที่ถูก noindex โดยไม่ตั้งใจ
  • หน้าหลักที่มีทราฟฟิกสูงสุดผ่านเกณฑ์ Core Web Vitals ใน PageSpeed Insights แล้ว
  • schema ของหน้าสำคัญผ่านการตรวจด้วย Rich Results Test โดยไม่มี error
  • ถ้าเว็บมีหน้าจำนวนมาก ได้รันโปรแกรม crawler อย่างน้อยหนึ่งครั้งเพื่อดูภาพรวมปัญหาทั้งเว็บแล้ว
  • ตั้งปฏิทินตรวจซ้ำ เช่น ทุกไตรมาส เพราะปัญหา technical SEO เกิดใหม่ได้ทุกครั้งที่เว็บมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเมื่อเลือกใช้เครื่องมือ

  • ใช้แค่เครื่องมือตรวจความเร็วแล้วคิดว่าครอบคลุม technical SEO ทั้งหมด ทั้งที่ปัญหาเรื่อง index สำคัญกว่ามาก
  • รันโปรแกรม crawler ครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาตรวจซ้ำเมื่อเว็บมีการเปลี่ยนแปลง
  • ใช้ผลจาก PageSpeed Insights ของหน้าเดียวมาสรุปว่าทั้งเว็บเร็วหรือช้า ทั้งที่แต่ละหน้ามีปัญหาต่างกัน
  • แก้ schema แล้วไม่ตรวจซ้ำด้วย Rich Results Test ทำให้ไม่รู้ว่าที่แก้ไปถูกต้องหรือไม่
  • ตรวจครั้งเดียวตอนเปิดเว็บใหม่แล้วไม่กลับมาตรวจอีกเลย ทั้งที่ปัญหาทางเทคนิคเกิดขึ้นใหม่ได้ทุกครั้งที่มีการอัปเดตเว็บ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องใช้เครื่องมือ technical SEO ครบทุกกลุ่มไหม+

ไม่จำเป็นต้องใช้พร้อมกันทั้งหมด เริ่มจาก Google Search Console ซึ่งฟรีและครอบคลุมพื้นฐานที่สำคัญที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มเครื่องมือกลุ่มอื่นเมื่อเจอปัญหาที่ต้องตรวจเฉพาะจุดมากขึ้น

PageSpeed Insights กับ Search Console ให้ข้อมูลความเร็วต่างกันอย่างไร+

PageSpeed Insights ตรวจความเร็วของ URL เดียวแบบละเอียด ส่วน Search Console มีรายงาน Core Web Vitals ที่รวมข้อมูลจากผู้ใช้จริงหลายหน้า ทำให้เห็นภาพรวมทั้งเว็บได้ ทั้งสองเครื่องมือเสริมกัน ไม่ได้แทนกันได้ทั้งหมด

โปรแกรม crawler จำเป็นแค่ไหนสำหรับเว็บขนาดเล็ก+

เว็บที่มีไม่เกินหลักสิบหน้ามักไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะตรวจด้วยมือหรือด้วย Search Console ก็เพียงพอ โปรแกรม crawler เริ่มคุ้มค่าเมื่อเว็บมีหลายร้อยหน้าขึ้นไป

เครื่องมือฟรีของ Google เพียงพอไหมสำหรับ technical SEO+

เพียงพอสำหรับพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ได้แก่สถานะ index ความเร็ว และความถูกต้องของ schema สิ่งที่เครื่องมือฟรีไม่มีคือการไล่สแกนโครงสร้างลิงก์ทั้งเว็บในมุมมองเดียว ซึ่งต้องใช้โปรแกรม crawler เพิ่ม

NOAH ใช้แทนโปรแกรม crawler ได้ไหม+

ไม่ได้ NOAH ตรวจสถานะ index และ crawl ของเว็บที่เชื่อมต่อไว้ในระบบเท่านั้น ไม่ได้ทำหน้าที่ไล่สแกนโครงสร้างลิงก์ทั้งเว็บแบบโปรแกรม crawler เฉพาะทาง

ควรตรวจ Technical SEO บ่อยแค่ไหน+

แนะนำอย่างน้อยทุกไตรมาส หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่บนเว็บไซต์ เช่น ย้ายระบบ เปลี่ยนธีม หรือปรับโครงสร้าง URL เพราะปัญหาทางเทคนิคมักเกิดขึ้นใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่ตรวจครั้งเดียวแล้วจบ

สรุป

ไม่มีเครื่องมือ technical SEO ตัวเดียวที่ตอบทุกโจทย์ เริ่มจาก Google Search Console เพราะฟรีและครอบคลุมพื้นฐาน แล้วเพิ่มเครื่องมือตรวจความเร็ว schema และโปรแกรม crawler ตามปัญหาที่พบจริง แทนที่จะไล่หาเครื่องมือใหม่ทุกครั้งที่เจอปัญหาใหม่

หัวข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของTechnical SEO ถ้าจะทำให้ครบวงจร อ่านต่อที่ รายงาน Sitemap และ Core Web Vitals ใน Search Console อ่านอย่างไร และ INP คืออะไร ทำไมกดปุ่มแล้วหน้าเว็บตอบสนองช้า

ดูภาพรวมเครื่องมือ SEO ทุกกลุ่มในที่เดียว

เปรียบเทียบเครื่องมือ SEO ทั้ง technical, on-page, keyword research และเนื้อหา ก่อนตัดสินใจเพิ่มเครื่องมือใหม่

ดูเครื่องมือ SEO ทั้งหมด

อ่านต่อ