ขอบเขตงาน SEO ในสัญญา: อ่านอย่างไรไม่ให้จ่ายซ้ำหรือได้งานไม่ครบ
อ่านขอบเขตงาน SEO ในสัญญาก่อนเซ็น รู้ว่าต้องระบุอะไรให้ชัด ข้อความแบบไหนกำกวม ใครถือบัญชีเครื่องมือ และเนื้อหาเป็นของใครเมื่อเลิกจ้าง
ทีม NOAH · เผยแพร่ 10 กันยายน 2569 · อัปเดต 10 กันยายน 2569 · อ่าน 13 นาที

สรุปสั้น
- ✓ขอบเขตงาน SEO ที่เขียนกว้าง ๆ อย่าง “ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะกับเครื่องมือค้นหา” คือจุดที่ทำให้เจ้าของธุรกิจกับผู้รับจ้างเข้าใจไม่ตรงกันมากที่สุด
- ✓หัวข้อที่ต้องระบุเป็นตัวเลขหรือชื่อผู้รับผิดชอบให้ชัดมีอย่างน้อยเจ็ดข้อ ตั้งแต่จำนวนบทความ ใครแก้โค้ดเว็บ ไปจนถึงจำนวนรอบแก้ไขงาน
- ✓บัญชี Google Search Console, Google Analytics และบัญชีผู้ดูแลเว็บควรอยู่ในชื่ออีเมลของบริษัทคุณเสมอ แล้วค่อยเชิญผู้รับจ้างเข้ามาเป็นผู้ใช้ร่วม
- ✓ข้อสัญญาที่ควรระวังที่สุดคือการการันตีอันดับ การผูกสัญญายาวโดยไม่มีเงื่อนไขยกเลิก และข้อความที่ให้สิทธิ์ผู้รับจ้างลบเนื้อหาออกเมื่อเลิกจ้าง
- ✓บทความนี้เป็นแนวทางในการอ่านและตั้งคำถามกับขอบเขตงานเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สัญญาที่มีมูลค่าสูงควรให้ที่ปรึกษากฎหมายอ่านอีกรอบ
เจ้าของธุรกิจหลายคนเจอสถานการณ์เดียวกัน คือจ่ายค่าบริการ SEO ครบทุกเดือนมาครึ่งปี แต่พอถามว่าเดือนที่แล้วได้อะไรบ้าง กลับได้คำตอบเป็นไฟล์รายงานที่อ่านไม่ออก และเมื่อกลับไปเปิดสัญญาก็พบว่าเขียนไว้แค่ว่า “ให้บริการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับเครื่องมือค้นหา” ซึ่งตีความได้ทั้งการเขียนบทความสิบชิ้นและการแก้ title สามหน้า
บทความนี้จะพาไล่อ่านขอบเขตงานในสัญญา SEO ทีละหัวข้อ ว่าอะไรที่ต้องระบุเป็นตัวเลขหรือชื่อผู้รับผิดชอบ ข้อความแบบไหนที่ฟังดูดีแต่ตีความได้หลายทาง ข้อสัญญาแบบไหนที่ควรขอแก้ก่อนเซ็น และควรได้รับส่งมอบอะไรทุกเดือน อ่านคู่กับภาพรวมเรื่อง ต้นทุนและความคุ้มค่าของ SEO จะช่วยให้ประเมินได้ว่าราคาที่เสนอมาสมเหตุสมผลกับงานที่ระบุไว้หรือไม่
ขอบเขตงาน SEO ในสัญญาต้องระบุอะไรบ้าง
ขอบเขตงาน SEO ในสัญญาควรระบุอะไรบ้าง
ขอบเขตงาน SEO ที่ชัดพอจะใช้ตรวจรับงานได้ ต้องระบุอย่างน้อยเจ็ดเรื่อง คือ จำนวนและความยาวบทความต่อเดือน ใครเป็นคนแก้ไขเว็บฝั่งเทคนิค จำนวนคีย์เวิร์ดที่ดูแลและวัดผล ความถี่กับรูปแบบของรายงาน เจ้าของบัญชีเครื่องมือและข้อมูล ลิขสิทธิ์เนื้อหาหลังเลิกสัญญา และจำนวนรอบแก้ไขงานที่รวมอยู่ในค่าบริการ ทุกข้อควรเขียนเป็นตัวเลขหรือชื่อผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่คำว่า “ตามความเหมาะสม”
หลักง่าย ๆ ที่ใช้อ่านสัญญาได้ทุกฉบับคือ ถ้าประโยคไหนอ่านแล้วสองฝ่ายนับจำนวนงานออกมาไม่เท่ากัน ประโยคนั้นยังไม่ชัดพอ ลองอ่านทีละบรรทัดแล้วถามตัวเองว่า “ถ้าสิ้นเดือนแล้วผู้รับจ้างส่งงานมาน้อยกว่าที่เราคิด เราจะชี้ไปที่บรรทัดไหนในสัญญาได้บ้าง” ถ้าชี้ไม่ได้ แปลว่าต้องขอแก้ถ้อยคำก่อนเซ็น
บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
เนื้อหาทั้งหมดเป็นแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องอ่านขอบเขตงานเอง ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายและไม่ได้แทนการตรวจสัญญาโดยที่ปรึกษากฎหมาย ถ้าสัญญามีมูลค่าสูง มีข้อผูกพันระยะยาว หรือมีเงื่อนไขค่าปรับ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอ่านอีกรอบก่อนลงนาม
เจ็ดหัวข้อที่ต้องเขียนให้ชัดในขอบเขตงาน
หัวข้อเจ็ดข้อต่อไปนี้คือจุดที่เกิดข้อโต้แย้งบ่อยที่สุดหลังเซ็นสัญญาไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายคิดว่า “น่าจะเข้าใจตรงกัน” โดยไม่เคยเขียนลงกระดาษ แนะนำให้เปิดสัญญาที่กำลังพิจารณาแล้วไล่ทำเครื่องหมายทีละข้อว่ามีระบุไว้หรือไม่
1. จำนวนและความยาวบทความต่อเดือน
ระบุให้ครบว่ากี่ชิ้นต่อเดือน ความยาวขั้นต่ำกี่คำหรือกี่ตัวอักษร ใครเป็นคนเลือกหัวข้อ และรวมภาพประกอบกับการอัปโหลดขึ้นเว็บด้วยหรือไม่ คำว่า “บทความคุณภาพ 4 ชิ้นต่อเดือน” ยังไม่พอ เพราะบทความ 400 คำกับ 1,500 คำใช้เวลาทำต่างกันมาก และถ้าไม่ระบุว่าใครอัปโหลด สุดท้ายงานมักตกมาที่ทีมของคุณเอง ถ้ายังไม่แน่ใจว่าธุรกิจควรลงเนื้อหาถี่แค่ไหน อ่านเพิ่มได้ที่ ต้องลงบทความ SEO บ่อยแค่ไหน
2. ใครเป็นคนแก้ไขเว็บฝั่งเทคนิค
งาน SEO จำนวนมากต้องแก้ที่ตัวเว็บ เช่น ปรับ title ปรับโครงสร้าง URL ตั้ง redirect แก้ความเร็วหน้า หรือใส่ schema ถ้าสัญญาเขียนแค่ว่า “ให้คำแนะนำด้าน Technical SEO” แปลว่าผู้รับจ้างส่งเอกสารคำแนะนำมาให้ แล้วคุณต้องหาโปรแกรมเมอร์มาแก้เอง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนที่สองที่ไม่ได้อยู่ในงบเดิม ให้เขียนแยกให้ชัดว่างานส่วนไหนผู้รับจ้างลงมือแก้เอง งานส่วนไหนแค่ให้คำแนะนำ และถ้าต้องแก้เองต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน
3. จำนวนคีย์เวิร์ดที่ดูแลและคำที่ใช้วัดผล
ระบุจำนวนคีย์เวิร์ดที่อยู่ในความรับผิดชอบ พร้อมแนบรายการคำจริงเป็นภาคผนวกท้ายสัญญา และระบุด้วยว่าถ้าจะเปลี่ยนคำต้องตกลงกันอย่างไร ประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือใครเป็นคนเลือกคำ เพราะผู้รับจ้างบางรายเลือกคำที่แข่งขันต่ำจนแทบไม่มีคนค้นหา เพื่อให้รายงานดูดีโดยที่ธุรกิจไม่ได้ลูกค้าเพิ่ม เรื่องการเลือกจำนวนคำให้พอดีกับขนาดเว็บ อ่านต่อได้ที่ หนึ่งหน้าเว็บควรทำกี่ Keyword
4. ความถี่และรูปแบบของรายงาน
เขียนให้ชัดว่ารายงานส่งทุกวันที่เท่าไรของเดือน ส่งเป็นไฟล์แบบไหน มีตัวเลขอะไรบ้าง และมีประชุมทบทวนผลกี่ครั้งต่อไตรมาส รายงานที่ดีต้องบอกได้ว่าเดือนนี้ทำอะไรไปบ้าง ผลเป็นอย่างไร และเดือนหน้าจะทำอะไรต่อ ไม่ใช่ภาพหน้าจอกราฟที่ไม่มีคำอธิบาย โครงรายงานที่อ่านรู้เรื่องในหน้าเดียวดูตัวอย่างได้จาก ทำ SEO Report และ Dashboard
5. เจ้าของบัญชีเครื่องมือและข้อมูล
บัญชี Google Search Console, Google Analytics, บัญชีผู้ดูแลระบบของเว็บไซต์ และบัญชีโฮสติ้ง ควรสร้างด้วยอีเมลของบริษัทคุณเอง แล้วเชิญผู้รับจ้างเข้ามาเป็นผู้ใช้ร่วมเท่านั้น ถ้าปล่อยให้ผู้รับจ้างสร้างบัญชีด้วยอีเมลของเขา วันที่เลิกสัญญาคุณจะเสียประวัติข้อมูลย้อนหลังทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ซื้อคืนไม่ได้ ถ้ายังไม่เคยตั้งค่า Search Console เอง เริ่มจาก Google Search Console คืออะไร ได้เลย
6. ลิขสิทธิ์เนื้อหาเมื่อเลิกสัญญา
ระบุให้ชัดว่าบทความ ภาพ และไฟล์งานที่ผลิตภายใต้สัญญานี้ตกเป็นของผู้ว่าจ้างเมื่อชำระเงินครบแล้ว และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์นำไปใช้ซ้ำกับลูกค้ารายอื่นหรือลบออกจากเว็บเมื่อเลิกจ้าง ประโยคสั้น ๆ แค่บรรทัดเดียวนี้ป้องกันปัญหาที่หนักที่สุดกรณีหนึ่งได้ คือเว็บที่เนื้อหาหายไปหลายสิบหน้าพร้อมกันหลังยุติสัญญา
7. จำนวนรอบแก้ไขงานที่รวมอยู่ในค่าบริการ
บอกเป็นตัวเลขว่างานแต่ละชิ้นแก้ได้กี่รอบ ต้องส่งความเห็นกลับภายในกี่วัน และถ้าเกินจากนั้นคิดค่าบริการเพิ่มอย่างไร ข้อนี้ปกป้องทั้งสองฝ่าย เพราะฝั่งผู้ว่าจ้างจะรู้ว่าขอแก้ได้แค่ไหนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนฝั่งผู้รับจ้างก็ไม่ต้องแก้งานไม่รู้จบจนคุณภาพงานเดือนถัดไปเสียหาย

เทียบข้อความที่กำกวมกับข้อความที่ชัดพอจะตรวจรับได้
| ข้อความที่กำกวม | ปัญหาที่ตามมา | ข้อความที่ชัดพอจะตรวจรับได้ |
|---|---|---|
| เขียนบทความคุณภาพสม่ำเสมอ | ไม่รู้ว่ากี่ชิ้นและยาวเท่าไร ตรวจรับไม่ได้ | บทความภาษาไทย 4 ชิ้นต่อเดือน ชิ้นละไม่ต่ำกว่า 1,000 คำ พร้อมภาพประกอบ 2 ภาพ และอัปโหลดขึ้นเว็บให้เรียบร้อย |
| ปรับปรุง Technical SEO ของเว็บไซต์ | ไม่รู้ว่าใครลงมือแก้ ระหว่างผู้รับจ้างกับทีมเรา | ผู้รับจ้างเป็นผู้แก้ไขในระบบจัดการเนื้อหาเอง ครอบคลุม title, meta description, โครงสร้างหัวข้อ และ redirect โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ |
| ดูแลคีย์เวิร์ดหลักของธุรกิจ | จำนวนคำไม่แน่นอน และเปลี่ยนคำได้ฝ่ายเดียว | ดูแลคีย์เวิร์ด 20 คำตามรายการในภาคผนวก ก. การเปลี่ยนคำต้องได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง |
| รายงานผลเป็นระยะ | อาจได้รายงานปีละสองครั้งก็ยังถือว่าทำตามสัญญา | ส่งรายงานทุกวันที่ 5 ของเดือนถัดไป เป็นไฟล์ PDF พร้อมประชุมทบทวนผลออนไลน์ 1 ครั้งต่อไตรมาส |
| จัดการบัญชีเครื่องมือที่เกี่ยวข้องให้ | บัญชีอาจถูกสร้างในชื่อผู้รับจ้าง และหายไปพร้อมกับสัญญา | บัญชี Search Console และ Analytics อยู่ในชื่ออีเมลของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างได้รับสิทธิ์เข้าถึงระดับผู้ใช้ร่วมเท่านั้น |
| แก้ไขงานได้ตามความเหมาะสม | เถียงกันภายหลังว่าแก้กี่รอบถึงจะพอ | แก้ไขงานแต่ละชิ้นได้ 2 รอบ โดยผู้ว่าจ้างส่งความเห็นกลับภายใน 5 วันทำการนับจากวันส่งงาน |
ข้อสัญญาที่ควรระวังเป็นพิเศษ
นอกจากความกำกวมแล้ว ยังมีข้อความบางแบบที่เขียนชัดเจนมาก แต่ชัดเจนในทางที่เสียเปรียบฝ่ายผู้ว่าจ้าง ข้อเหล่านี้ควรขอแก้หรือขอคำอธิบายเพิ่มก่อนเซ็นเสมอ
- การันตีอันดับ — ไม่มีใครควบคุมผลการจัดอันดับของ Google ได้ ผู้ที่กล้ารับประกันอันดับมักตามด้วยเงื่อนไขเล็ก ๆ เช่น การันตีเฉพาะคำที่แทบไม่มีคนค้นหา หรือวัดผลจากเครื่องมือของผู้รับจ้างเองที่ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้
- ผูกสัญญายาวโดยไม่มีทางออก — สัญญา 12 เดือนที่ยกเลิกก่อนกำหนดไม่ได้เลย ทำให้คุณไม่มีอำนาจต่อรองเมื่องานไม่เป็นไปตามที่ตกลง ควรขอเงื่อนไขบอกเลิกโดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน หรือขอช่วงทดลอง 3 เดือนแรก
- ข้อความที่ให้สิทธิ์ผู้รับจ้างถอนเนื้อหาเมื่อเลิกจ้าง — บางฉบับเขียนว่าเนื้อหาที่ผลิตยังเป็นทรัพย์สินของผู้รับจ้างจนกว่าจะครบสัญญา ซึ่งเปิดช่องให้ลบบทความออกทั้งชุดเมื่อคุยกันไม่ลงตัว
- ค่าบริการที่รวมค่าโฆษณาไว้ในก้อนเดียว — ทำให้แยกไม่ออกว่าจ่ายค่าแรงเท่าไรและจ่ายเป็นค่าสื่อเท่าไร ควรแยกรายการให้ชัดตั้งแต่ในใบเสนอราคา
- ข้อกำหนดห้ามติดต่อทีมงานโดยตรงหรือห้ามขอไฟล์ต้นฉบับ — เป็นสัญญาณว่าคุณจะไม่ได้เห็นวิธีทำงานจริง และย้ายผู้ให้บริการได้ยากเมื่อถึงเวลา
- ข้อความที่อ้างเทคนิคลับเฉพาะที่อธิบายไม่ได้ — งาน SEO ที่อธิบายให้ลูกค้าฟังไม่ได้ มักเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงต่อเว็บของคุณเองในระยะยาว
การันตีอันดับคือสัญญาณเตือนอันดับหนึ่ง
ไม่มีผู้ให้บริการรายใดควบคุมอัลกอริทึมของเครื่องมือค้นหาได้ ข้อความรับประกันอันดับจึงเป็นได้สองอย่าง คือคำโฆษณาที่บังคับใช้จริงไม่ได้ หรือการเลือกคำค้นที่ง่ายจนไม่มีผลต่อธุรกิจ ถ้าเจอข้อความแบบนี้ ให้ขอดูนิยามการวัดผลเป็นลายลักษณ์อักษรทันที และอ่าน สัญญาณเตือนตอนเลือกบริษัท SEO ประกอบ

สิ่งที่ควรได้รับส่งมอบทุกเดือน
ขอบเขตงานที่ดีจะแปลงเป็นรายการส่งมอบที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำอธิบายกิจกรรม ลองใช้รายการต่อไปนี้เป็นตัวตั้ง แล้วปรับตามขนาดงานที่ตกลงกัน ถ้าเดือนไหนไม่ได้ครบตามรายการ ควรมีคำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเพราะอะไรและจะชดเชยอย่างไร
| รายการส่งมอบ | รูปแบบที่ควรได้รับ | ใช้ตรวจสอบอะไร |
|---|---|---|
| รายงานสรุปงานที่ทำ | เอกสารระบุงานแต่ละชิ้นพร้อมวันที่และลิงก์หน้าที่แก้ | ตรวจว่างานที่เรียกเก็บเงินเกิดขึ้นจริงและตรงกับที่ตกลง |
| ไฟล์ต้นฉบับบทความ | ไฟล์เอกสารที่แก้ไขต่อได้ ไม่ใช่ภาพหน้าจอหรือ PDF อย่างเดียว | ใช้ต่อได้เองแม้เปลี่ยนผู้ให้บริการในอนาคต |
| ตัวเลขจาก Search Console | จำนวนคลิก จำนวนการแสดงผล และหน้าที่มีคลิกเพิ่มขึ้นหรือลดลง | ดูจากบัญชีของคุณเองได้ ไม่ต้องเชื่อตัวเลขที่ผู้รับจ้างพิมพ์มา |
| รายการงานเทคนิคที่แก้ไป | รายการหน้าเว็บที่ปรับ พร้อมสิ่งที่เปลี่ยนก่อนและหลัง | ตรวจว่าการแก้เว็บไม่ได้กระทบส่วนอื่นโดยไม่ตั้งใจ |
| แผนงานเดือนถัดไป | รายการงานที่จะทำพร้อมเหตุผลว่าทำไมเลือกทำสิ่งนั้นก่อน | ตรวจว่ามีลำดับความสำคัญจริง ไม่ใช่ทำงานซ้ำเดิมทุกเดือน |
คำถามที่ควรถามก่อนเซ็น
การถามคำถามเหล่านี้ไม่ใช่การไม่ไว้ใจ แต่เป็นการทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น ผู้ให้บริการที่ทำงานเป็นระบบมักตอบได้ทันทีและยินดีเขียนคำตอบลงในสัญญาให้ด้วย
ลำดับคำถามที่ควรถามก่อนลงนามในสัญญา SEO
- 1
ขอให้เล่าแผนงาน 90 วันแรกแบบเป็นรายสัปดาห์
ถามว่าเดือนแรกจะทำอะไร เดือนที่สองและสามทำอะไรต่อ ถ้าตอบได้เป็นลำดับชัดเจน แปลว่ามีกระบวนการทำงานจริง ไม่ใช่ขายเป็นแพ็กเกจแล้วค่อยคิดทีหลัง
- 2
ถามว่าใครเป็นคนลงมือทำงานจริง
ขอทราบว่าทีมที่ดูแลบัญชีของคุณมีกี่คน ตำแหน่งอะไรบ้าง และคนที่มาเสนองานวันนี้จะเป็นคนดูแลต่อหรือไม่ พร้อมขอช่องทางติดต่อหลักที่ระบุชื่อคน
- 3
ถามว่าถ้าอันดับไม่ขึ้นใน 6 เดือน จะทำอย่างไรต่อ
คำตอบที่ดีคือการอธิบายว่าจะกลับไปทบทวนอะไรบ้าง เช่น เลือกคำผิดกลุ่มหรือหน้าปลายทางไม่ตอบคำค้น ไม่ใช่การให้คำมั่นว่าจะขึ้นแน่นอน
- 4
ถามว่าเมื่อจบสัญญาแล้วเราจะได้อะไรติดมือไปบ้าง
ควรได้ทั้งไฟล์ต้นฉบับ สิทธิ์บัญชีเครื่องมือ และเนื้อหาที่ยังอยู่บนเว็บต่อไปได้ ถ้าคำตอบคลุมเครือ ให้ขอเขียนเพิ่มเป็นข้อสัญญาก่อนเซ็น
- 5
ขอดูตัวอย่างรายงานจริงที่เคยส่งลูกค้ารายอื่น
ขอให้ปิดชื่อลูกค้าไว้ก็ได้ สิ่งที่ต้องดูคือรายงานนั้นอธิบายเหตุผลของงานที่ทำหรือเป็นแค่กราฟเปล่า ๆ ซึ่งบอกคุณภาพการทำงานได้ตรงกว่าคำโฆษณา
- 6
ถามเงื่อนไขการยกเลิกและการโอนงาน
ถามว่าถ้าต้องการหยุดกลางทางต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน มีค่าปรับหรือไม่ และผู้รับจ้างจะส่งมอบงานค้างอย่างไร เพื่อไม่ให้เว็บหยุดชะงักตอนเปลี่ยนผู้ให้บริการ

ถ้าสัญญาเซ็นไปแล้วและขอบเขตงานไม่ชัด ทำอย่างไร
หลายธุรกิจมาอ่านเรื่องนี้ตอนที่เซ็นไปแล้ว ข่าวดีคือยังแก้ได้ในระดับหนึ่งโดยไม่ต้องยกเลิกสัญญา เพราะผู้ให้บริการส่วนใหญ่ก็อยากให้ความคาดหวังตรงกันเหมือนกัน ให้ทำตามลำดับนี้
- 1เขียนสรุปความเข้าใจของคุณเองว่าขอบเขตงานแต่ละข้อหมายถึงอะไร เป็นเอกสารสั้น ๆ หนึ่งหน้า
- 2ส่งให้ผู้รับจ้างยืนยันเป็นอีเมล ถ้าเข้าใจไม่ตรงกันตรงไหน จะได้เห็นตั้งแต่ตอนนี้ก่อนจะเสียเวลาไปทั้งไตรมาส
- 3ขอเปลี่ยนบัญชีเครื่องมือมาอยู่ในชื่ออีเมลของบริษัทให้เรียบร้อย และเก็บสิทธิ์ผู้ดูแลสูงสุดไว้ที่ฝั่งคุณเอง
- 4ตกลงรายการส่งมอบรายเดือนเป็นภาคผนวกแนบท้าย ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องแก้ตัวสัญญาหลัก
- 5ถ้าคุยแล้วยังไม่ชัด ให้ประเมินความคุ้มค่าใหม่ตามกรอบใน จ้าง SEO Agency คุ้มไหม ก่อนตัดสินใจต่อสัญญารอบถัดไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดเหล่านี้เกิดจากความเกรงใจและความรีบเป็นหลัก ไม่ได้เกิดจากการไม่รู้เรื่อง SEO เจ้าของธุรกิจที่เคยเจอมาแล้วมักบอกตรงกันว่าถ้าย้อนเวลาได้จะขอเวลาอ่านสัญญาเพิ่มอีกสองวัน
- เซ็นตามใบเสนอราคาโดยไม่มีเอกสารขอบเขตงานแนบ ทำให้ตอนมีปัญหาไม่มีอะไรอ้างอิงได้เลยนอกจากบทสนทนาในแชท
- ปล่อยให้ผู้รับจ้างสร้างบัญชี Search Console และ Analytics ด้วยอีเมลของเขาเอง แล้วเสียข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดตอนเลิกจ้าง
- ตกลงจำนวนบทความแต่ไม่ตกลงว่าใครอัปโหลดและใครหาภาพ สุดท้ายงานตกมาที่ทีมภายในโดยไม่มีใครรับผิดชอบ
- ยอมรับข้อความการันตีอันดับเพราะฟังดูปลอดภัยกว่า ทั้งที่เงื่อนไขจริงวัดผลจากคำที่ไม่มีใครค้นหา
- จ่ายค่าบริการก้อนแรกก่อนเห็นแผนงาน ทำให้เสียอำนาจต่อรองตั้งแต่เดือนแรก
- ไม่ระบุจำนวนรอบแก้ไข แล้วขอแก้ซ้ำหลายรอบจนความสัมพันธ์กับผู้รับจ้างเสียและงานเดือนถัดไปช้าตามไปด้วย
- เทียบราคาจากตัวเลขรวมอย่างเดียวโดยไม่ดูว่าขอบเขตงานต่างกัน ควรเทียบเป็นรายการงานตามแนวทางใน SEO ราคาคิดยังไง
คำถามที่พบบ่อย
สัญญา SEO ควรทำสั้นหรือยาว+
งาน SEO ต้องใช้เวลาสะสมผล การทำสัญญาสั้นเกินไปอาจไม่เห็นผลอะไรเลย แต่ก็ไม่ควรผูกยาวโดยไม่มีทางออก ทางสายกลางที่ใช้ได้จริงคือทำสัญญาระยะกลางแต่ใส่เงื่อนไขบอกเลิกโดยแจ้งล่วงหน้า และกำหนดจุดทบทวนผลงานร่วมกันเป็นช่วง ๆ
ถ้าเปลี่ยนผู้ให้บริการกลางคัน ต้องเตรียมอะไรบ้าง+
เตรียมสามอย่างคือ สิทธิ์ผู้ดูแลสูงสุดของบัญชีเครื่องมือและเว็บไซต์ ไฟล์ต้นฉบับของงานทั้งหมด และรายการงานที่ค้างอยู่ ควรขอทั้งสามอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนแจ้งยุติสัญญา เพื่อไม่ให้เกิดช่วงที่ไม่มีใครดูแลเว็บเลย
ผู้รับจ้างขอสิทธิ์ผู้ดูแลระดับสูงสุดของเว็บ ควรให้ไหม+
ให้ได้ถ้าจำเป็นต่อการทำงาน แต่ต้องเป็นสิทธิ์ที่คุณมอบให้จากบัญชีเจ้าของที่อยู่ในชื่อบริษัทคุณ และต้องถอนคืนได้ทันทีเมื่อจบสัญญา สิ่งที่ไม่ควรทำคือให้ผู้รับจ้างเป็นเจ้าของบัญชีหลักแทนคุณ
ค่าบริการควรจ่ายเป็นรายเดือนหรือจ่ายก้อนเดียวล่วงหน้า+
การจ่ายรายเดือนตามงานที่ส่งมอบช่วยให้คุณยังมีอำนาจต่อรองอยู่ตลอดสัญญา ถ้าผู้ให้บริการเสนอส่วนลดเมื่อจ่ายล่วงหน้าทั้งปี ควรชั่งกับความเสี่ยงที่งานอาจไม่เป็นไปตามตกลงแล้วขอเงินคืนได้ยาก
ควรระบุ KPI ลงในสัญญาไหม+
ระบุได้และควรระบุ แต่ให้เลือกตัวชี้วัดที่ผู้รับจ้างควบคุมได้จริง เช่น จำนวนงานที่ส่งมอบ จำนวนหน้าที่ปรับแก้ หรือจำนวนหน้าที่ถูกเก็บเข้าระบบค้นหา ส่วนตัวเลขปลายทางอย่างยอดขายควรใช้เป็นเป้าหมายร่วมที่ทบทวนด้วยกัน ไม่ใช่เงื่อนไขค่าปรับ
งานสร้างลิงก์ควรอยู่ในขอบเขตงานหรือแยกออกมา+
ควรระบุแยกให้ชัดว่ารวมหรือไม่รวม เพราะเป็นงานที่ต้นทุนต่างจากงานเขียนเนื้อหามาก ถ้ารวมอยู่ ให้ขอระบุด้วยว่าได้ลิงก์จากช่องทางแบบใด และห้ามใช้วิธีซื้อลิงก์จำนวนมากที่สร้างความเสี่ยงให้เว็บของคุณเอง
สรุป
ขอบเขตงาน SEO ที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องยาวหลายหน้า แต่ต้องอ่านแล้วนับงานออกมาได้ตรงกันทั้งสองฝ่าย ให้ไล่ตรวจเจ็ดหัวข้อหลัก คือจำนวนและความยาวบทความ ผู้รับผิดชอบงานเทคนิค จำนวนคีย์เวิร์ด ความถี่รายงาน เจ้าของบัญชีและข้อมูล ลิขสิทธิ์เนื้อหาเมื่อเลิกสัญญา และจำนวนรอบแก้ไข แล้วเปลี่ยนถ้อยคำกำกวมทุกจุดให้เป็นตัวเลขหรือชื่อผู้รับผิดชอบก่อนลงนาม สำหรับสัญญามูลค่าสูงหรือมีข้อผูกพันยาว ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายอ่านอีกรอบ เพราะบทความนี้เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติเท่านั้น
อยากรู้ว่างานเดือนนี้ควรได้อะไรบ้าง ลองทำเองดูก่อน
NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อมปริมาณการค้นหา วางแผนหัวข้อทั้งโปรเจกต์ และเขียนบทความภาษาไทยตามแนวทางแบรนด์ของคุณ ทำให้เห็นภาพว่างานหนึ่งเดือนมีปริมาณเท่าไร ก่อนตัดสินใจว่าจะจ้างหรือทำเอง
เริ่มฟรี 3 บทความ