Keyword Research

จัดลำดับคีย์เวิร์ดที่จะทำก่อน เมื่อมีรายการเป็นร้อยคำแต่ทำไหวแค่ไม่กี่คำ

เกณฑ์สี่ข้อและตารางให้คะแนนสำหรับจัดลำดับคีย์เวิร์ดที่จะทำก่อน ทั้งความใกล้การซื้อ ของที่ขายได้จริง ความยากของคำ และแรงที่ทีมมีอยู่จริง

ทีม NOAH · เผยแพร่ 18 กันยายน 2569 · อัปเดต 18 กันยายน 2569 · อ่าน 14 นาที

โต๊ะทำงานที่มีเอกสารและรายการข้อมูลวางเรียงรอการคัดเลือก

สรุปสั้น

  • ปัญหาของรายการคีย์เวิร์ดยาวเป็นร้อยคำไม่ใช่การหาคำเพิ่ม แต่คือการตัดสินใจว่าจะไม่ทำคำไหนในรอบนี้ ซึ่งต้องใช้เกณฑ์ที่เขียนไว้ชัด ไม่ใช่ความรู้สึก
  • เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงกับธุรกิจเล็กมีสี่ข้อ คือความใกล้การตัดสินใจซื้อ ของที่ธุรกิจรับงานได้จริง ความยากของคำเมื่อดูจากหน้าผลการค้นหา และแรงที่ทีมมีสำหรับเขียนเรื่องนั้น
  • ปริมาณการค้นหาเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่เกณฑ์หลัก เพราะคำที่มีคนค้นเดือนละไม่กี่สิบครั้งแต่เป็นคนที่พร้อมจ่าย มักคุ้มกว่าคำที่มีคนค้นหลักพันแต่ยังไม่คิดจะซื้อ
  • วิธีที่เร็วที่สุดคือให้คะแนนแต่ละคำ 0 ถึง 2 ในสี่เกณฑ์ แล้วเรียงตามคะแนนรวม จากนั้นเลือกเฉพาะจำนวนที่ทีมทำไหวในรอบนี้และกล้าพักคำที่เหลือไว้ก่อน
  • ควรทบทวนลำดับใหม่ทุกครั้งที่ธุรกิจเปลี่ยนของที่ขาย เปลี่ยนพื้นที่ให้บริการ หรือเมื่อรายงานคำค้นเริ่มแสดงคำที่ไม่เคยอยู่ในรายการเดิม

เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ร้านอาหารส่งออกรายการคีย์เวิร์ดมาให้ดู เป็นไฟล์ที่มีคำอยู่สามร้อยกว่าคำ เรียงตามปริมาณการค้นหาจากมากไปน้อย คำบนสุดคือคำกว้างอย่างชื่อหมวดสินค้าเฉย ๆ ส่วนคำที่ลูกค้าจริงพิมพ์ตอนจะสั่งของอยู่แถวท้ายไฟล์ คำถามที่ตามมาคือ ทีมมีคนเขียนคนเดียว เดือนหนึ่งทำได้สองถึงสามชิ้น แล้วจะเริ่มจากคำไหน

บทความนี้จะให้เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ประกอบด้วยเกณฑ์สี่ข้อที่เหมาะกับธุรกิจเล็ก ตารางให้คะแนนที่ทำในสเปรดชีตธรรมดา ขั้นตอนคัดจากรายการยาวให้เหลือเฉพาะคำที่จะทำในรอบนี้ ตัวอย่างการจัดลำดับของธุรกิจจริง และสัญญาณว่าถึงเวลาทบทวนลำดับใหม่ ถ้ายังไม่ได้อ่านภาพรวมของการหาคีย์เวิร์ด เริ่มที่ คู่มือหาคีย์เวิร์ดสำหรับธุรกิจ ก่อนได้

มีคีย์เวิร์ดเป็นร้อยคำ ควรเริ่มจากคำไหนก่อน

ธุรกิจเล็กควรใช้เกณฑ์อะไรจัดลำดับคีย์เวิร์ด

ใช้สี่เกณฑ์ประกอบกัน คือคนที่ค้นคำนั้นใกล้ตัดสินใจซื้อแค่ไหน คำนั้นตรงกับของที่ธุรกิจรับงานได้จริงหรือไม่ คำนั้นยากแค่ไหนเมื่อดูว่าใครอยู่หน้าแรก และทีมมีข้อมูลกับเวลาพอจะเขียนเรื่องนั้นให้ดีหรือไม่ ให้คะแนนแต่ละเกณฑ์ 0 ถึง 2 แล้วเรียงตามคะแนนรวม คำที่ได้คะแนนสูงคือคำที่ให้ผลเร็วที่สุดต่อแรงที่ลงไป ส่วนปริมาณการค้นหาใช้เป็นข้อมูลประกอบเวลาคะแนนเท่ากันเท่านั้น

เหตุผลที่ต้องมีเกณฑ์เขียนไว้ ไม่ใช่เพราะเกณฑ์แม่นกว่าสัญชาตญาณของเจ้าของธุรกิจ แต่เพราะเกณฑ์ทำให้ตัดสินใจซ้ำได้และอธิบายให้คนอื่นในทีมเข้าใจได้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องบอกว่าทำไมคำที่คนค้นเยอะที่สุดถึงยังไม่ทำในรอบนี้ คุณจะมีคำตอบที่ชัดกว่าคำว่ารู้สึกว่ายังไม่ใช่

เกณฑ์สี่ข้อที่ใช้จัดลำดับ และเหตุผลที่ต้องมีครบทั้งสี่

เกณฑ์ทั้งสี่ข้อแก้ปัญหาคนละแบบ ถ้าใช้แค่ข้อเดียวจะเกิดข้อผิดพลาดที่คาดเดาได้ เช่น ใช้เฉพาะความใกล้การซื้อจะได้คำที่ดีมากแต่ยากเกินกว่าจะแข่งได้ในปีนี้ หรือใช้เฉพาะความยากจะได้คำง่ายที่ไม่มีใครซื้ออะไรเลย การใช้ครบสี่ข้อทำให้ได้รายการที่ทั้งคุ้มและทำไหว

  • ความใกล้การตัดสินใจซื้อ ดูจากคำประกอบที่อยู่ในวลี เช่น ราคา รับทำ รับซ่อม ใกล้ฉัน ชื่อรุ่น ชื่อย่าน หรือคำว่าด่วน คำเหล่านี้บอกว่าคนกำลังจะจ่ายเงิน ไม่ใช่กำลังอ่านเล่น
  • ของที่ธุรกิจขายได้จริง ถามตรง ๆ ว่าถ้าคนที่ค้นคำนี้โทรเข้ามาวันนี้ เรารับงานได้ไหม ถ้าเป็นสินค้าที่เลิกขายแล้ว อยู่นอกพื้นที่ให้บริการ หรือเป็นงานที่กำไรบางจนไม่อยากรับ คำนั้นไม่ควรอยู่ต้นรายการแม้จะค้นเยอะ
  • ความยากของคำ ดูจากว่าใครอยู่หน้าแรกของผลการค้นหาจริง ๆ ถ้าเป็นมาร์เก็ตเพลสรายใหญ่และเว็บสื่อทั้งหน้า แปลว่าคำนั้นต้องใช้เวลาสะสมนาน ถ้ามีเว็บธุรกิจขนาดใกล้เคียงกับคุณติดอยู่ด้วย แปลว่าพอมีที่ว่าง
  • แรงที่ทีมมี ดูว่าคุณมีวัตถุดิบสำหรับเขียนเรื่องนั้นอยู่แล้วหรือต้องหาใหม่ทั้งหมด เรื่องที่มีรูปงานจริง มีสเปกในมือ และมีคนในทีมตอบได้ทันที จะเขียนจบในรอบเดียว ส่วนเรื่องที่ต้องรอผู้เชี่ยวชาญว่างมักค้างข้ามเดือน

สังเกตว่าปริมาณการค้นหาไม่ได้อยู่ในสี่ข้อนี้ เพราะสำหรับธุรกิจที่ขายของราคาสูงหรือรับงานได้จำกัด คำที่มีคนค้นเดือนละสามสิบครั้งแต่เป็นผู้ซื้อตัวจริง มีค่ามากกว่าคำที่มีคนค้นหลักพันแต่เป็นคนหาข้อมูลทั่วไป ให้ใช้ปริมาณการค้นหาเป็นตัวตัดสินเฉพาะตอนที่สองคำได้คะแนนรวมเท่ากัน วิธีดูว่าคำไหนพาลูกค้ามาจริงอ่านเพิ่มได้ที่ คีย์เวิร์ดที่พาลูกค้ามาซื้อ

ตารางให้คะแนนที่ใช้ได้ในสเปรดชีตเดียว

ให้เปิดไฟล์รายการคีย์เวิร์ดที่มีอยู่ แล้วเพิ่มสี่คอลัมน์ตามเกณฑ์ ใส่คะแนน 0, 1 หรือ 2 ในแต่ละช่อง คะแนนเต็มคือ 8 การใช้สเกลสั้นแค่สามระดับสำคัญมาก เพราะสเกลหนึ่งถึงสิบจะทำให้เสียเวลาถกเถียงว่าควรเป็น 6 หรือ 7 ทั้งที่ไม่เปลี่ยนลำดับสุดท้ายเลย

เกณฑ์คำถามที่ใช้ตัดสินให้ 2 คะแนนเมื่อให้ 0 คะแนนเมื่อ
ความใกล้การซื้อคนที่พิมพ์คำนี้พร้อมจ่ายภายในสัปดาห์นี้หรือไม่มีคำว่าราคา รับทำ ชื่อรุ่น ชื่อย่าน หรือคำบอกความเร่งด่วนอยู่ในวลีเป็นคำความรู้ทั่วไปที่ไม่ผูกกับการซื้อ เช่น คำถามว่าสิ่งนั้นคืออะไร
ของที่ขายได้จริงถ้าคนคนนั้นติดต่อเข้ามาวันนี้ เรารับงานได้ทันทีไหมตรงกับบริการหลักที่มีกำลังรับ อยู่ในพื้นที่ให้บริการ และกำไรอยู่ในเกณฑ์ดีเป็นของที่เลิกขาย อยู่นอกพื้นที่ หรือเป็นงานที่รับแล้วขาดทุนเวลา
ความยากของคำหน้าแรกของผลการค้นหามีเว็บระดับเดียวกับเราอยู่บ้างไหมมีเว็บธุรกิจขนาดใกล้เคียงหรือหน้าร้านท้องถิ่นติดอยู่หลายอันดับหน้าแรกเป็นมาร์เก็ตเพลสรายใหญ่และเว็บสื่อเต็มทั้งหน้า
แรงที่ทีมมีเรามีข้อมูลและคนที่เขียนเรื่องนี้ได้ดีอยู่แล้วไหมมีรูปงานจริง มีสเปกในมือ และมีคนในทีมตอบคำถามเรื่องนี้ได้ทันทีต้องหาข้อมูลใหม่ทั้งหมด หรือต้องรอผู้เชี่ยวชาญที่ยังไม่มีคิวว่าง
วิธีให้คะแนนแต่ละเกณฑ์

คะแนน 1 ใช้กับกรณีก้ำกึ่งที่พบบ่อยมาก เช่น คำที่รับงานได้แต่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องจำนวนขั้นต่ำ หรือคำที่หน้าแรกมีทั้งเว็บใหญ่และเว็บเล็กปนกัน อย่าพยายามหาคำตอบที่สมบูรณ์แบบในรอบแรก เป้าหมายของตารางนี้คือแยกคำที่ชัดเจนว่าควรทำออกจากคำที่ชัดเจนว่ายังไม่ควรทำ ส่วนกลุ่มก้ำกึ่งจะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อมีข้อมูลจริง

การจดรายการและจัดกลุ่มข้อมูลลงบนกระดาษเพื่อเรียงลำดับงาน

ขั้นตอนคัดจากสามร้อยคำให้เหลือเฉพาะคำที่จะทำรอบนี้

ขั้นตอนด้านล่างใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงสำหรับรายการขนาดสามร้อยคำ เคล็ดลับคือตัดทิ้งเป็นกลุ่มก่อนแล้วค่อยให้คะแนนเฉพาะคำที่เหลือ เพราะการนั่งให้คะแนนทีละคำตั้งแต่แถวแรกจะทำให้หมดแรงก่อนถึงครึ่งไฟล์

คัดและจัดลำดับคีย์เวิร์ดจากรายการยาว

  1. 1

    ตัดคำที่ธุรกิจไม่ได้ขายออกทั้งกลุ่ม

    ใช้การค้นหาในสเปรดชีตหาคำที่บอกว่าไม่ใช่ของเรา เช่น ชื่อยี่ห้อที่ไม่ได้เป็นตัวแทน ชื่อจังหวัดที่ไม่ได้ส่งของไป หรือคำว่ามือสองถ้าคุณขายเฉพาะของใหม่ ลบออกทีเดียวทั้งกลุ่ม ขั้นตอนนี้มักตัดรายการลงได้มากที่สุด

  2. 2

    ตัดคำที่เป็นแค่การสะกดต่างกันของเรื่องเดียวกัน

    คำที่ความหมายเดียวกันควรถูกรวมเป็นหัวข้อเดียว เช่น ตู้แช่เค้กกับตู้โชว์เค้ก ไม่ต้องทำสองหน้า ให้เลือกคำที่คนใช้บ่อยกว่าเป็นตัวแทน แล้วเก็บคำที่เหลือไว้เป็นคำรองในหน้าเดียวกัน หลักการเรื่องจำนวนคำต่อหน้าดูได้ที่ หนึ่งหน้าควรทำกี่คีย์เวิร์ด

  3. 3

    แยกคำแบรนด์ของตัวเองออกไปกองต่างหาก

    คำที่มีชื่อร้านหรือชื่อแบรนด์ของคุณอยู่ด้วยไม่ต้องแย่งคิวกับคำอื่น เพราะโดยมากหน้าแรกของเว็บคุณรับคำเหล่านั้นอยู่แล้ว ให้เก็บไว้ตรวจภายหลังว่ามีหน้ารองรับครบไหม รายละเอียดการแยกสองกองนี้อ่านได้ที่ คำแบรนด์กับคำทั่วไป

  4. 4

    ให้คะแนนสี่เกณฑ์เฉพาะคำที่รอดมา

    ตั้งเวลาไว้ไม่เกินสามสิบวินาทีต่อคำ ถ้าคำไหนคิดนานกว่านั้นให้ใส่ 1 ไปก่อนแล้วเดินหน้าต่อ ความเร็วสำคัญกว่าความละเอียดในรอบนี้ เพราะลำดับจะถูกทบทวนใหม่อยู่ดีเมื่อมีข้อมูลจริงเข้ามา

  5. 5

    เรียงตามคะแนนรวมแล้วขีดเส้นตามกำลังของทีม

    ถ้าทีมทำได้เดือนละสองชิ้นและวางแผนสามเดือน ให้ขีดเส้นที่ลำดับหก คำที่อยู่ใต้เส้นไม่ใช่คำที่ไม่ดี แต่เป็นคำของรอบถัดไป เขียนไว้ในไฟล์ให้ชัดว่าเป็นรอบถัดไป เพื่อไม่ให้มีใครกลับมาถามซ้ำระหว่างทาง

  6. 6

    ตรวจว่าคำที่เลือกไม่ทับกันเอง

    อ่านหกคำที่เลือกไว้เรียงกัน แล้วถามว่าถ้าเขียนออกมาแล้วจะมีสองหน้าที่ตอบเรื่องเดียวกันไหม ถ้ามีให้รวมเป็นหน้าเดียวแล้วเลื่อนคำลำดับถัดไปขึ้นมาแทน ขั้นตอนนี้ป้องกันปัญหาเว็บแย่งอันดับกันเองตั้งแต่ก่อนเริ่มเขียน

  7. 7

    จับคู่แต่ละคำกับประเภทหน้าที่จะทำ

    ระบุให้ชัดว่าคำนี้จะไปอยู่บนหน้าบริการ หน้าสินค้า หรือบทความ เพราะคำที่คนพร้อมซื้อควรลงหน้าที่มีปุ่มติดต่อ ไม่ใช่บทความยาว ถ้าจับคู่ผิดตั้งแต่ต้น งานเขียนที่ทำไปจะไม่เปลี่ยนเป็นลูกค้าแม้จะติดอันดับ

ตัวอย่างการจัดลำดับของร้านขายอุปกรณ์ร้านอาหาร

ตัวอย่างสมมติต่อไปนี้ใช้ร้านที่ขายอุปกรณ์ร้านอาหารและมีหน้าร้านอยู่ย่านบางกะปิ รับส่งของในกรุงเทพและปริมณฑล มีช่างติดตั้งของตัวเองสองคน คะแนนในตารางเป็นการให้คะแนนตามสถานการณ์ของร้านนี้ ธุรกิจอื่นที่ดูคำเดียวกันอาจให้คะแนนต่างออกไปตามกำลังและพื้นที่ของตัวเอง

คีย์เวิร์ดใกล้ซื้อขายได้จริงความยากแรงทีมรวมลำดับ
ตู้แช่เค้กมือสองราคา20114ไม่ทำ เพราะร้านขายเฉพาะของใหม่
ติดตั้งเตาแก๊สอุตสาหกรรม กรุงเทพ22228ทำเป็นอันดับแรก
ตู้แช่เค้กราคา22127ทำเป็นอันดับสอง
อุปกรณ์เปิดร้านกาแฟต้องมีอะไรบ้าง12126ทำเป็นอันดับสาม
เครื่องครัวสแตนเลส01012พักไว้ เพราะกว้างและแข่งยาก
ล้างแอร์ร้านอาหาร20204ไม่ทำ เพราะร้านไม่ได้รับงานนี้
ตัวอย่างการให้คะแนนและลำดับที่ได้ (ตัวอย่างสมมติ)

จุดที่ควรสังเกตคือคำว่าเครื่องครัวสแตนเลสเป็นคำที่มีคนค้นมากที่สุดในรายการ แต่ได้คะแนนต่ำสุด เพราะกว้างเกินกว่าจะรู้ว่าคนต้องการอะไร และหน้าแรกเต็มไปด้วยมาร์เก็ตเพลส ส่วนคำว่าติดตั้งเตาแก๊สอุตสาหกรรมมีคนค้นน้อยกว่ามาก แต่เป็นงานที่ร้านทำได้เอง มีช่างของตัวเอง มีรูปงานติดตั้งจริงไว้ใช้ประกอบ และคนที่ค้นคำนี้กำลังจะจ้างจริง คำหลังจึงคุ้มกว่าในรอบแรกอย่างชัดเจน

คำที่มีคำประกอบเชิงการค้าคือจุดเริ่มที่ปลอดภัยที่สุด

ถ้าจัดลำดับแล้วยังลังเล ให้เริ่มจากคำที่มีคำว่าราคา รับทำ รับติดตั้ง หรือชื่อย่านอยู่ด้วยเสมอ เพราะกลุ่มนี้แข่งง่ายกว่าคำกว้างและเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้เร็วที่สุด ดูรายการคำประกอบที่ใช้ได้ที่ คำประกอบเชิงการค้า

การเรียงลำดับความสำคัญของงานด้วยรายการที่เขียนไว้บนโต๊ะ

ประเมินความยากของคำโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง

ตัวเลขความยากจากเครื่องมือมีประโยชน์ แต่สำหรับธุรกิจที่แข่งในพื้นที่หรือในกลุ่มลูกค้าเฉพาะ การเปิดดูหน้าผลการค้นหาจริงบอกได้แม่นกว่า เพราะสิ่งที่คุณต้องรู้คือ คุณต้องแทนที่ใครถึงจะเข้าไปอยู่ในหน้านั้นได้

  • เปิดคำนั้นในหน้าต่างที่ไม่ได้ล็อกอินบัญชี แล้วดูว่าสิบอันดับแรกเป็นเว็บประเภทไหน ถ้ามีเว็บธุรกิจขนาดใกล้เคียงกับคุณอย่างน้อยสองถึงสามอัน แปลว่ามีที่ว่างให้เข้าไปแข่ง
  • ดูว่าหน้าแรกมีกล่องแผนที่หรือรายชื่อธุรกิจท้องถิ่นขึ้นมาหรือไม่ ถ้ามี แปลว่างานส่วนใหญ่ควรไปลงที่โปรไฟล์ธุรกิจและหน้าบริการตามพื้นที่ มากกว่าการเขียนบทความยาว
  • อ่านหัวเรื่องของผลลัพธ์ห้าอันดับแรกว่าตอบเรื่องเดียวกับที่คุณตั้งใจเขียนไหม ถ้าไม่ตรงเลย แปลว่าคุณเข้าใจเจตนาของคำนั้นคลาดเคลื่อน ควรแก้ที่ความเข้าใจก่อนแก้ที่คะแนน
  • ดูว่าเนื้อหาที่อยู่หน้าแรกอัปเดตล่าสุดเมื่อไร ถ้าหลายอันเก่ามากและข้อมูลอย่างราคาหรือเงื่อนไขล้าสมัย นั่นคือช่องที่ธุรกิจเล็กเข้าแทรกได้จริง
  • สังเกตว่ามีหน้าไหนตอบคำถามที่คุณรู้คำตอบดีกว่าเพราะทำงานนี้ทุกวันหรือไม่ เช่น ข้อจำกัดหน้างาน ระยะเวลาติดตั้ง หรือของที่มักสั่งผิดรุ่น
  • จดชื่อคู่แข่งที่โผล่ซ้ำในหลายคำไว้ในไฟล์เดียว เพราะเขาคือคนที่คุณต้องแข่งด้วยจริง ๆ ไม่ใช่เว็บใหญ่ระดับประเทศที่โผล่มาทุกคำ

อย่าใช้ตัวเลขความยากอย่างเดียวตัดสินใจ

ตัวเลขความยากจากเครื่องมือคำนวณจากภาพรวมทั้งประเทศหรือทั้งภาษา ไม่ได้รู้ว่าคุณอยู่ย่านไหนหรือรับงานแบบใด คำที่ตัวเลขบอกว่ายากมากอาจง่ายสำหรับคุณถ้าคำนั้นผูกกับพื้นที่ที่คุณให้บริการ และในทางกลับกันคำที่ตัวเลขบอกว่าง่ายอาจไม่มีค่าเลยถ้าไม่มีใครซื้ออะไร

แรงที่ทีมมีคือเกณฑ์ที่ถูกลืมบ่อยที่สุด

รายการคีย์เวิร์ดที่จัดลำดับมาอย่างดีแต่ไม่มีใครเขียนได้ ก็ไม่ต่างจากไม่มีรายการเลย เกณฑ์ข้อสี่จึงสำคัญไม่แพ้ข้ออื่น และเป็นข้อเดียวที่ไม่มีเครื่องมือไหนบอกคุณได้ เพราะขึ้นอยู่กับว่าในทีมมีใครรู้เรื่องอะไรและมีวัตถุดิบอะไรอยู่ในมือแล้ว

วิธีตรวจที่เร็วที่สุดคือถามว่า ถ้าต้องเขียนเรื่องนี้ในบ่ายวันนี้ คุณเปิดอะไรดูได้บ้าง ถ้าคำตอบคือมีรูปงานเก่า มีใบเสนอราคาเดิม มีสเปกสินค้า และมีบทสนทนากับลูกค้าที่ถามเรื่องนี้ แปลว่าคะแนนข้อนี้เต็ม แต่ถ้าต้องเริ่มจากการไปหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด บทความที่ได้จะเหมือนของคนอื่นและใช้เวลามากกว่าที่ประเมินไว้เสมอ

  • เรียงคำที่มีวัตถุดิบพร้อมไว้ต้นคิว เพื่อให้ทีมได้เห็นงานเสร็จเร็วในเดือนแรก ซึ่งช่วยให้แผนเดินต่อได้
  • คำที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะของเจ้าของ ให้จองเวลาสัมภาษณ์สั้น ๆ ไว้ล่วงหน้า สามสิบนาทีมักพอสำหรับหนึ่งบทความ
  • ถ้าคำไหนต้องรอข้อมูลจากซัพพลายเออร์หรือรอผลงานที่ยังทำไม่เสร็จ ให้เลื่อนไปรอบถัดไปแทนการดันไว้ต้นคิว
  • เก็บคำถามที่ลูกค้าถามระหว่างขายไว้เป็นวัตถุดิบตั้งแต่วันนี้ วิธีดึงคำจากบทสนทนาการขายอ่านได้ที่ หาคีย์เวิร์ดจากบทสนทนากับลูกค้า
  • ถ้าทีมมีคนเดียว ให้เลือกคำที่ใช้โครงเดียวกันได้หลายชิ้น เช่น หน้าบริการแยกตามย่าน เพราะรอบที่สองจะเขียนเร็วกว่ารอบแรกมาก
การทบทวนรายการงานและเลือกสิ่งที่จะลงมือทำเป็นอันดับแรก

สิ่งที่ไม่ควรทำเวลาจัดลำดับคีย์เวิร์ด

ข้อผิดพลาดด้านล่างทำให้รายการที่ดูดีบนกระดาษกลายเป็นงานที่ไม่ให้ผล ทุกข้อเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนจัดลำดับ ไม่ใช่ขั้นตอนเขียน จึงแก้ได้ก่อนเสียเวลาเขียนจริง

  • เรียงรายการตามปริมาณการค้นหาจากมากไปน้อยแล้วเริ่มจากแถวบนสุด ซึ่งมักเป็นคำกว้างที่สุดและแข่งยากที่สุดในไฟล์
  • เลือกคำที่ตัวเองอยากติดอันดับ แทนคำที่ลูกค้าพิมพ์จริง เช่น ใช้ศัพท์ทางการของอุตสาหกรรมที่ลูกค้าปลายทางไม่เคยใช้
  • ทำทุกคำในรายการพร้อมกันด้วยการเขียนหน้าละนิด ทำให้ไม่มีหน้าไหนดีพอจะแข่งได้สักหน้า
  • ตัดคำที่มีคนค้นน้อยทิ้งทั้งหมด ทั้งที่คำเฉพาะเจาะจงมักเป็นคำที่ปิดการขายได้เร็วที่สุดสำหรับธุรกิจเล็ก
  • จัดลำดับครั้งเดียวแล้วใช้ยาวทั้งปี โดยไม่กลับมาดูว่าธุรกิจเปลี่ยนของที่ขายหรือเปลี่ยนพื้นที่ให้บริการไปแล้ว
  • ให้คนละคนในทีมใช้เกณฑ์ต่างกัน ทำให้ลำดับเปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนคนดูแล และไม่มีใครอธิบายเหตุผลของลำดับเดิมได้
  • ใส่คำที่เกี่ยวกับเทศกาลไว้ในลำดับต้นทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน หรือใส่ไว้ท้ายจนเขียนไม่ทันรอบนั้น จังหวะที่เหมาะสมดูได้ที่ คีย์เวิร์ดตามฤดูกาล

ทบทวนลำดับใหม่เมื่อไรและดูจากอะไร

ลำดับที่จัดไว้ไม่ใช่ของถาวร แต่ก็ไม่ควรเปลี่ยนทุกสัปดาห์ จังหวะที่เหมาะคือทบทวนเมื่อจบรอบการทำงานหนึ่งรอบ หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนเงื่อนไขของธุรกิจจริง ๆ การทบทวนใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเพราะไฟล์และเกณฑ์มีอยู่แล้ว

  • เมื่อรายงานคำค้นเริ่มแสดงคำที่ไม่เคยอยู่ในรายการเดิมและคำนั้นตรงกับของที่ขาย ให้เพิ่มเข้าไปแล้วให้คะแนนใหม่ทันที
  • เมื่อธุรกิจเพิ่มหรือเลิกบริการ ให้ไล่ดูคอลัมน์ของที่ขายได้จริงทั้งไฟล์ เพราะคะแนนข้อนี้เปลี่ยนทั้งแถว
  • เมื่อขยายพื้นที่ให้บริการหรือเปิดสาขาใหม่ คำที่มีชื่อย่านจะเปลี่ยนคะแนนทันที และมักเป็นโอกาสที่คุ้มที่สุดในรอบถัดไป
  • เมื่อมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาแล้วเนื้อหาของเขาดีกว่าชัดเจน ให้ประเมินความยากของคำนั้นใหม่ก่อนตัดสินใจว่าจะสู้ต่อหรือเลี่ยงไปคำข้างเคียง
  • เมื่อทีมมีคนเพิ่มหรือลดลง ให้ปรับเส้นที่ขีดไว้ตามกำลังใหม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนลำดับของคำ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าคะแนนรวมออกมาเท่ากันหลายคำ ควรตัดสินอย่างไร+

ใช้สองตัวช่วยตามลำดับ ตัวแรกคือปริมาณการค้นหา เลือกคำที่มีคนค้นมากกว่า ตัวที่สองคือความพร้อมของหน้าปลายทาง ถ้ามีหน้าบริการที่รองรับคำนั้นอยู่แล้วให้ทำก่อน เพราะแค่ปรับหน้าเดิมก็อาจได้ผล ซึ่งเร็วกว่าการสร้างหน้าใหม่ทั้งหน้า

คำที่คะแนนต่ำแต่เจ้าของอยากทำมาก ควรทำไหม+

ทำได้แต่ให้ใส่ไว้เป็นช่องเพิ่มนอกเหนือจากลำดับหลัก และตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าจะประเมินผลอย่างไรและเมื่อไร วิธีนี้ทำให้ได้ทดลองโดยไม่กระทบคิวงานที่ผ่านเกณฑ์ และมีข้อมูลไว้คุยกันในรอบถัดไปแทนการถกเถียงด้วยความรู้สึก

ควรทำกี่คีย์เวิร์ดพร้อมกันในหนึ่งรอบ+

ให้ยึดตามจำนวนหน้าที่ทีมเขียนเสร็จได้จริงในรอบนั้น ถ้าเขียนได้เดือนละสองชิ้นและรอบหนึ่งคือสามเดือน คำตอบคือหกคำ การเลือกมากกว่ากำลังจะทำให้ได้หน้าที่ทำไม่เสร็จหลายหน้า ซึ่งไม่ให้ผลอะไรเลยและยังทำให้ทีมรู้สึกว่างานไม่เคยจบ

ถ้ายังไม่มีรายการคีย์เวิร์ดเลย ควรเริ่มจากตรงไหน+

เริ่มจากสามแหล่งที่มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ คือคำที่ลูกค้าพิมพ์ถามในแชท คำที่พนักงานขายได้ยินทางโทรศัพท์ และคำแนะนำอัตโนมัติในช่องค้นหาของ Google เมื่อพิมพ์ชื่อสินค้าของคุณ สามแหล่งนี้มักให้คำที่ใกล้การซื้อมากกว่ารายการที่ได้จากเครื่องมือล้วน ๆ

จำเป็นต้องมีปริมาณการค้นหาก่อนจัดลำดับไหม+

ไม่จำเป็นในรอบแรก เกณฑ์สี่ข้อในบทความนี้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีตัวเลข และเพียงพอสำหรับการเลือกงานหกถึงสิบชิ้นแรก ตัวเลขจะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อคุณต้องเลือกระหว่างคำที่ดูดีพอกันหลายคำ หรือเมื่อต้องอธิบายการตัดสินใจให้คนอื่นในทีมเห็นภาพ

คำที่คู่แข่งทำอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงไหม+

ไม่ต้องหลีกเลี่ยงโดยอัตโนมัติ ให้ดูว่าเนื้อหาของเขาตอบครบหรือยัง ถ้าหน้าของเขาไม่มีราคา ไม่มีขอบเขตงาน หรือไม่ได้พูดถึงข้อจำกัดที่ลูกค้าเจอจริง คุณยังมีที่ว่างเข้าไปทำได้ดีกว่า สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือคำที่คู่แข่งทำได้ครบแล้วและคุณไม่มีอะไรเพิ่มเติมให้คนอ่านเลย

สรุป

รายการคีย์เวิร์ดยาวเป็นร้อยคำไม่ได้แปลว่ามีโอกาสเป็นร้อย แต่แปลว่ามีงานคัดเลือกรออยู่ ใช้เกณฑ์สี่ข้อคือความใกล้การซื้อ ของที่ขายได้จริง ความยากของคำเมื่อดูหน้าผลการค้นหาจริง และแรงที่ทีมมี ให้คะแนน 0 ถึง 2 ในแต่ละข้อ เรียงตามคะแนนรวม แล้วขีดเส้นตามจำนวนที่ทำไหวในรอบนี้ จับคู่แต่ละคำกับประเภทหน้าให้ถูกตั้งแต่ต้น แล้วกลับมาทบทวนเมื่อธุรกิจเปลี่ยนหรือเมื่อข้อมูลจริงเริ่มเข้ามา

ได้ลำดับแล้ว เหลือแค่ลงมือทำให้ครบ

NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อมปริมาณการค้นหา เทียบกับคู่แข่งเพื่อดูว่ายังขาดหัวข้อไหน และเขียนบทความภาษาไทยตามแนวทางแบรนด์ของคุณ ทำให้คำที่อยู่เหนือเส้นถูกทำจริงในรอบนี้

เริ่มฟรี 3 บทความ

อ่านต่อ

Keyword Research

คีย์เวิร์ดไทยปนอังกฤษ ทับศัพท์ และสะกดผิด: ควรทำหน้ารองรับกี่แบบ

ลูกค้าไทยค้นด้วยคำปนอังกฤษ ทับศัพท์ และสะกดผิดสลับกันตลอด บทความนี้สรุปว่าควรทำหน้าเดียวหรือหลายหน้า ควรเขียนคำไหนในเนื้อหา และจุดที่ทำเกินจนเป็นยัดคีย์เวิร์ด

Keyword Research

คีย์เวิร์ดแบรนด์กับคีย์เวิร์ดทั่วไป: SME ควรลงแรงกับคำไหนก่อน

แยกคีย์เวิร์ดแบรนด์กับคีย์เวิร์ดทั่วไปให้ชัด เทียบความยาก ความเร็วที่เห็นผล และการปิดการขาย พร้อมวิธีดูตัวเลขสองกลุ่มแยกกันใน Search Console

Keyword Research

หาคีย์เวิร์ดจากคำพูดลูกค้า: ขุดคำค้นจากแชท สายโทร และหน้าร้านจริง

วิธีเก็บคำที่ลูกค้าใช้จริงจากแชท สายโทร ทีมขาย และรีวิว แล้วแปลงเป็นรายการคีย์เวิร์ดที่ตรวจปริมาณค้นหาแล้ว พร้อมจับคู่กับหน้าเว็บที่ควรทำ