สินค้าหมดสต็อกหน้าเว็บควรลบ ปล่อยไว้ หรือส่งต่อไปหน้าอื่นดี
สินค้าหมดชั่วคราว เลิกขายถาวร หรือเปลี่ยนรุ่นใหม่ ควรจัดการหน้าเว็บอย่างไร บทความนี้ให้เกณฑ์ตัดสินใจและขั้นตอนที่ไม่ทำให้เสียอันดับและไม่ทิ้งหน้าเปล่า
ทีม NOAH · เผยแพร่ 18 กันยายน 2569 · อัปเดต 18 กันยายน 2569 · อ่าน 13 นาที

สรุปสั้น
- ✓การตัดสินใจเรื่องหน้าสินค้าที่หมดต้องเริ่มจากแยกให้ออกก่อนว่าเป็นของหมดชั่วคราว เลิกขายถาวร หรือเปลี่ยนรุ่น เพราะสามกรณีนี้ต้องทำคนละอย่าง
- ✓สินค้าหมดชั่วคราวให้เก็บหน้าไว้ที่ URL เดิมเสมอ แล้วเปลี่ยนหน้าให้ยังมีประโยชน์ด้วยการบอกกำหนดของเข้า เปิดให้ลูกค้าแจ้งเตือน และเสนอรุ่นใกล้เคียง
- ✓สินค้าเลิกขายถาวรที่มีรุ่นทดแทนชัดเจนควรส่งต่อแบบถาวรไปยังหน้ารุ่นใหม่ ส่วนที่ไม่มีของทดแทนและไม่มีคนเข้าเลย ปล่อยให้เป็นหน้าไม่พบได้
- ✓สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือส่งทุกหน้าสินค้าที่เลิกขายไปที่หน้าแรกของร้าน เพราะคนอ่านจะหลงทางและระบบค้นหามักถือว่าเป็นหน้าที่ไม่พบอยู่ดี
- ✓สินค้าตามฤดูกาลอย่างของขายหน้าเทศกาลไม่ควรลบหน้าทิ้งทุกปี เพราะหน้าที่สะสมประวัติไว้จะกลับมาทำงานได้ทันทีเมื่อถึงฤดูกาลถัดไป
ร้านขายอุปกรณ์ทำขนมออนไลน์เจอปัญหานี้ทุกเดือน พิมพ์แม่พิมพ์รุ่นที่ขายดีที่สุดหมดสต็อกรอของเข้าอีกหกสัปดาห์ พนักงานที่ดูแลเว็บเลยลบหน้าสินค้าออกไปก่อนเพราะกลัวลูกค้าสั่งแล้วได้ของช้า พอของเข้าก็สร้างหน้าใหม่ขึ้นมา ใช้ URL ใหม่ด้วยเพราะระบบตั้งให้อัตโนมัติ ผ่านไปสองเดือนถึงเพิ่งสังเกตว่าหน้าที่เคยมีคนค้นเจอทุกวันหายไปจากผลการค้นหา และหน้าใหม่ที่สร้างขึ้นมาแทนก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
บทความนี้จะให้เกณฑ์ตัดสินใจที่ใช้ได้จริงว่าหน้าสินค้าแต่ละแบบควรเก็บไว้ ส่งต่อไปหน้าอื่น หรือปล่อยให้หายไป พร้อมขั้นตอนลงมือทำ วิธีทำให้หน้าสินค้าที่ของหมดยังขายของอย่างอื่นให้ร้านได้ และข้อผิดพลาดที่ทำให้ร้านเสียทั้งอันดับและลูกค้าพร้อมกัน ถ้าอยากเห็นภาพรวมการจัดโครงสร้างร้านออนไลน์ทั้งระบบ อ่านคู่กับ คู่มือ SEO สำหรับร้านค้าออนไลน์ ได้
สินค้าหมดสต็อกควรลบหน้าเว็บทิ้งไหม
สินค้าหมดสต็อกควรลบหน้าเว็บทิ้งหรือเก็บไว้
ถ้าเป็นของหมดชั่วคราวและจะกลับมาขายอีก ห้ามลบเด็ดขาด ให้เก็บหน้าไว้ที่ URL เดิม แล้วเปลี่ยนเนื้อหาในหน้าให้บอกสถานะชัดเจน พร้อมช่องให้ลูกค้าฝากไว้ว่าจะแจ้งเตือนเมื่อของเข้า และเสนอรุ่นใกล้เคียงให้เลือกก่อน ส่วนสินค้าที่เลิกขายถาวร ให้ดูว่ามีรุ่นทดแทนไหม ถ้ามีให้ส่งต่อแบบถาวรไปหน้ารุ่นใหม่ ถ้าไม่มีแต่หน้ายังมีคนเข้าอยู่ ให้เก็บหน้าไว้พร้อมคำอธิบายและทางเลือกอื่น ถ้าไม่มีทั้งของทดแทนและไม่มีคนเข้าเลย ปล่อยให้เป็นหน้าไม่พบได้
เหตุผลที่ห้ามลบหน้าของที่หมดชั่วคราวคือหน้าแต่ละหน้าใช้เวลาสะสมกว่าจะเป็นที่รู้จัก ทั้งการถูกเก็บเข้าระบบค้นหา การถูกลิงก์จากเว็บอื่นหรือโพสต์ในกลุ่ม และการที่ลูกค้าเก่าบุ๊กมาร์กไว้ ทั้งหมดนี้ผูกกับ URL นั้น พอลบแล้วสร้างใหม่ที่ URL อื่น เท่ากับทิ้งของที่สะสมมาทั้งหมดแล้วเริ่มนับหนึ่ง
อีกเหตุผลที่เป็นเรื่องยอดขายตรง ๆ คือคนที่ค้นหาชื่อรุ่นสินค้ามาเจอหน้าคุณ คือคนที่ตั้งใจซื้อของชิ้นนั้นจริง ถ้าหน้าหายไปเขาจะไปเจอร้านอื่นแทนและอาจซื้อที่นั่นเลย แต่ถ้าหน้ายังอยู่และบอกว่าของเข้าอีกหกสัปดาห์พร้อมให้ฝากเบอร์ไว้ อย่างน้อยคุณได้รายชื่อคนที่พร้อมซื้อไว้ในมือ และยังมีโอกาสเสนอรุ่นอื่นให้เขาดูก่อน
- หมดชั่วคราว — ของเข้าอีกไม่กี่สัปดาห์ หรือเป็นของตามฤดูกาลที่จะกลับมาขายแน่นอน
- เลิกขายถาวรแต่มีของทดแทน — ผู้ผลิตออกรุ่นใหม่มาแทน หรือร้านเปลี่ยนไปขายยี่ห้ออื่นที่ใช้แทนกันได้
- เลิกขายถาวรและไม่มีของทดแทน — เลิกทำสินค้าหมวดนั้นไปเลย หรือผู้ผลิตเลิกกิจการ
- เปลี่ยนรุ่นแต่ยังเป็นสินค้าตัวเดิม — เช่น รุ่นปี 2025 เปลี่ยนเป็นรุ่นปี 2026 ที่คนค้นด้วยชื่อเดียวกันเป็นหลัก
แยกสถานการณ์ให้ออกก่อน แล้วค่อยเลือกวิธีจัดการ
ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากการใช้วิธีเดียวกับทุกกรณี เช่น ตั้งกฎในร้านว่าสินค้าไหนหมดให้ซ่อนหน้าทันที ซึ่งเหมาะกับกรณีเลิกขายถาวรที่ไม่มีคนสนใจแล้ว แต่ทำลายหน้าที่กำลังทำเงินอยู่ในกรณีของหมดชั่วคราว ก่อนตั้งกฎในระบบร้าน ให้แยกสี่กรณีในตารางนี้ออกจากกันก่อน
วิธีแยกที่ทำได้เร็วคือถามคำถามสองข้อกับสินค้าแต่ละตัว ข้อแรกคือของชิ้นนี้จะกลับมาขายอีกไหม ข้อสองคือถ้าไม่กลับมา ลูกค้าที่ตามหาของชิ้นนี้ควรได้ไปเจออะไรแทน ถ้าตอบสองข้อนี้ได้ วิธีจัดการจะชัดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรู้ศัพท์เทคนิคอะไรเลย
| สถานการณ์ | ควรทำอย่างไรกับหน้า | เหตุผล |
|---|---|---|
| หมดชั่วคราว จะกลับมาขาย | เก็บหน้าไว้ที่ URL เดิม เปลี่ยนสถานะเป็นของหมด ปิดปุ่มสั่งซื้อ เพิ่มช่องแจ้งเตือนของเข้า | หน้าที่สะสมประวัติไว้แล้วจะกลับมาขายได้ทันทีที่ของเข้า ไม่ต้องเริ่มใหม่ |
| ตามฤดูกาล เช่น ของขายช่วงเทศกาล | เก็บหน้าไว้ทั้งปี แต่ปรับข้อความให้บอกว่าจะกลับมาช่วงไหน | คนเริ่มค้นล่วงหน้าก่อนถึงฤดูกาลจริงหลายสัปดาห์ หน้าต้องพร้อมรออยู่ก่อน |
| เลิกขายถาวร มีรุ่นทดแทนชัดเจน | ส่งต่อแบบถาวรไปยังหน้ารุ่นใหม่ที่ใช้แทนกันได้ | คนที่ค้นรุ่นเก่าได้เจอของที่ใช้แทนได้ทันทีโดยไม่ต้องค้นใหม่ |
| เลิกขายถาวร ไม่มีของทดแทน แต่หน้ายังมีคนเข้า | เก็บหน้าไว้ ปิดปุ่มซื้อ เขียนบอกว่าเลิกขายแล้ว และเสนอสินค้าในหมวดเดียวกัน | หน้ายังตอบคำถามคนที่กำลังหาข้อมูลได้ และช่วยพาเขาไปเจอสินค้าอื่นของร้าน |
| เลิกขายถาวร ไม่มีของทดแทน ไม่มีคนเข้าเลย | ปล่อยให้เป็นหน้าไม่พบตามปกติ และเอาออกจากแผนผังเว็บ | ไม่มีอะไรต้องรักษาไว้ การเก็บหน้าที่ไม่มีคนใช้ไว้มีแต่เพิ่มงานดูแล |
คำว่าส่งต่อแบบถาวรในตารางหมายถึงการตั้งค่าให้ระบบเว็บพาคนจาก URL เดิมไป URL ใหม่โดยบอกว่าเป็นการย้ายถาวร ไม่ใช่การย้ายชั่วคราว ความต่างของสองแบบนี้มีผลจริงกับอันดับและอธิบายไว้ละเอียดที่ 301 Redirect กับ 302 Redirect ต่างกันอย่างไร ถ้าคุณใช้ระบบร้านสำเร็จรูป ให้ค้นหาเมนูที่มีคำว่าการส่งต่อหรือ redirect ในหน้าตั้งค่า ส่วนใหญ่ตั้งเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

ของหมดชั่วคราว: ทำให้หน้ายังทำงานแทนที่จะเป็นทางตัน
หน้าสินค้าที่ของหมดไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ไร้ประโยชน์ ลูกค้าที่มาถึงหน้านี้คือคนที่พร้อมซื้อที่สุดในบรรดาคนที่เข้าเว็บคุณวันนั้น สิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยนคำถามในใจเขาจาก “ที่นี่ไม่มีของ” เป็น “แล้วจะได้เมื่อไร หรือมีอะไรใช้แทนได้บ้าง”
จุดที่ร้านไทยทำพลาดบ่อยคือขึ้นแค่คำว่าสินค้าหมดตัวเล็ก ๆ แล้วปล่อยหน้าไว้เฉย ๆ ลูกค้าอ่านแล้วไม่รู้ว่าจะรอได้ไหม ก็ออกไปทันที ถ้าเปลี่ยนเป็นข้อความที่บอกช่วงเวลาชัด เช่น หมดชั่วคราว คาดว่าของเข้าประมาณกลางเดือนหน้า กดแจ้งเตือนทางไลน์เมื่อของเข้าได้ที่นี่ ลูกค้าจำนวนหนึ่งจะเลือกฝากไว้แทนที่จะออกไปหาที่อื่น
- เก็บ URL เดิมไว้เสมอ ห้ามลบและห้ามเปลี่ยนที่อยู่หน้า เพราะคนที่ลิงก์มาหรือบุ๊กมาร์กไว้จะเข้าไม่ได้
- เก็บเนื้อหาหลักของหน้าไว้ครบ ทั้งรูป สเปก และรายละเอียดการใช้งาน เพราะคนที่มาหาข้อมูลยังได้ประโยชน์แม้ยังซื้อไม่ได้
- ระบุสถานะให้ชัดเจนเป็นข้อความที่คนอ่านเห็นทันที และตั้งค่าในระบบร้านให้สถานะสินค้าเป็นของหมด ไม่ใช่แค่ปิดปุ่มซื้อเฉย ๆ
- ใส่ช่องให้ลูกค้าฝากไลน์หรือเบอร์ไว้เพื่อแจ้งเตือนเมื่อของเข้า แล้วแจ้งจริงเมื่อของมาถึง ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าจะไม่มีใครฝากอีก
- แสดงสินค้าใกล้เคียงสามถึงห้ารายการที่ใช้แทนกันได้จริง พร้อมบอกสั้น ๆ ว่าต่างจากตัวที่หมดตรงไหน
- ลิงก์กลับไปหมวดหมู่ของสินค้านั้นให้ชัด เผื่อคนอยากดูตัวเลือกทั้งหมดเอง
บอกกำหนดของเข้าแบบที่รักษาสัญญาได้
อย่าระบุวันที่เป๊ะถ้าไม่มั่นใจ เพราะพอเลยกำหนดแล้วของยังไม่มา ลูกค้าจะเสียความเชื่อถือมากกว่าตอนที่ไม่รู้อะไรเลย ให้ใช้ช่วงกว้างอย่างประมาณต้นเดือนหน้า แล้วตั้งเตือนในปฏิทินไว้กลับมาอัปเดตหน้านี้ทุกสองสัปดาห์ หน้าที่บอกว่าของเข้าเดือนที่แล้วแต่ยังเขียนค้างไว้ ทำร้ายร้านมากกว่าไม่ระบุเลย
เลิกขายถาวร: จะส่งต่อไปไหน และเมื่อไรควรปล่อยให้หน้าหายไป
เมื่อสินค้าจะไม่กลับมาแล้ว คำถามเปลี่ยนเป็นว่าคนที่ยังตามหาของชิ้นนี้ควรได้ไปเจออะไร ถ้ามีรุ่นที่ใช้แทนกันได้จริง การส่งต่อไปหน้ารุ่นนั้นคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทั้งลูกค้าและร้าน แต่คำว่าใช้แทนกันได้จริงต้องหมายความแบบนั้นจริง ๆ คือเป็นของประเภทเดียวกัน ใช้งานแบบเดียวกัน และราคาอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน
ถ้าไม่มีรุ่นทดแทน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการส่งต่อมั่ว ๆ คือเก็บหน้าไว้แล้วเขียนบอกตรง ๆ ว่าสินค้ารุ่นนี้เลิกจำหน่ายแล้วตั้งแต่เมื่อไร ปิดปุ่มสั่งซื้อ แล้ววางตัวเลือกใกล้เคียงไว้ให้ดู วิธีนี้ยังทำให้หน้ามีประโยชน์กับคนที่ค้นหาสเปกของรุ่นเก่าเพื่อเทียบหรือเพื่อหาอะไหล่ ซึ่งในสินค้าบางหมวดอย่างเครื่องมือช่างและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีคนค้นแบบนี้ตลอด
| ปลายทาง | ควรใช้เมื่อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| หน้าสินค้ารุ่นทดแทนโดยตรง | มีของที่ใช้แทนกันได้จริง ประเภทเดียวกัน ราคาใกล้เคียงกัน | ถ้าของทดแทนต่างกันมาก ลูกค้าจะงงว่าทำไมมาอยู่หน้านี้ ควรเขียนบอกไว้บนหน้าปลายทางด้วย |
| หน้าหมวดหมู่ที่สินค้านั้นอยู่ | ไม่มีรุ่นทดแทนตัวเดียวชัด ๆ แต่ร้านยังขายของหมวดนั้นอยู่ | หน้าหมวดต้องมีสินค้าจริงและมีคำอธิบายพอให้คนเลือกต่อได้ ไม่ใช่หน้าที่มีแต่กริดเปล่า |
| เก็บหน้าเดิมไว้แล้วเขียนว่าเลิกจำหน่าย | หน้ายังมีคนเข้าจากการค้นหา หรือมีเว็บอื่นลิงก์มา | ต้องปิดปุ่มซื้อและตัดราคาออกให้หมด ไม่งั้นลูกค้าสั่งเข้ามาแล้วร้านต้องมานั่งยกเลิกทีหลัง |
| ปล่อยให้เป็นหน้าไม่พบ | ไม่มีคนเข้า ไม่มีลิงก์จากภายนอก และไม่มีของทดแทน | ควรเอา URL ออกจากแผนผังเว็บและลบลิงก์ภายในที่ชี้มาหน้านี้ด้วย ไม่งั้นจะเหลือลิงก์เสียค้างในเว็บ |
| หน้าแรกของร้าน | แทบไม่มีกรณีไหนที่ควรใช้ | ลูกค้าถูกโยนไปที่ที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาหา และระบบค้นหามักถือว่าเป็นหน้าที่ไม่พบอยู่ดี |
อย่าตั้งกฎส่งต่อทั้งชุดโดยไม่ดูทีละตัว
ร้านที่มีสินค้าเลิกขายพร้อมกันหลายร้อยตัวมักอยากตั้งกฎเดียวให้ส่งต่อไปหมวดทั้งหมด วิธีนี้เร็วก็จริงแต่ทำให้สินค้าที่มีรุ่นทดแทนชัดเจนเสียโอกาสไปด้วย ให้แบ่งทำเป็นชุด คือชุดที่มีรุ่นทดแทนจับคู่ทีละตัว ส่วนที่เหลือค่อยใช้กฎรวมส่งไปหมวด และเก็บรายการที่จับคู่ไว้ในไฟล์เดียวเพื่อให้ตรวจย้อนได้ว่าหน้าไหนถูกส่งไปไหน
ขั้นตอนจัดการรอบใหญ่เมื่อมีสินค้าค้างอยู่หลายสิบตัว
ร้านส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่มีสินค้าที่หมดหรือเลิกขายค้างอยู่ในระบบมาหลายปีแล้ว บางตัวถูกซ่อน บางตัวยังเปิดขายอยู่ทั้งที่ไม่มีของ ขั้นตอนด้านล่างใช้เคลียร์ทั้งหมดในรอบเดียวภายในหนึ่งถึงสองวันทำงาน แล้วหลังจากนั้นค่อยตั้งเป็นงานประจำเดือน
ขั้นตอนเคลียร์หน้าสินค้าที่หมดและเลิกขาย
- 1
ดึงรายการสินค้าที่ไม่มีสต็อกออกมาจากระบบร้าน
ส่งออกรายการสินค้าทั้งหมดเป็นไฟล์ตาราง แล้วกรองเอาเฉพาะตัวที่สต็อกเป็นศูนย์หรือถูกปิดการขาย ใส่คอลัมน์ URL ของแต่ละตัวไว้ด้วยเพราะต้องใช้ในขั้นถัดไป
- 2
ติดป้ายให้แต่ละตัวว่าอยู่ในสถานการณ์ไหน
เพิ่มคอลัมน์แล้วใส่ค่าเป็นหมดชั่วคราว ตามฤดูกาล เลิกขายมีของทดแทน หรือเลิกขายไม่มีของทดแทน ให้คนที่รู้เรื่องสินค้าเป็นคนกรอก ใช้เวลาไม่นานแต่เป็นข้อมูลที่ตัดสินทุกอย่างหลังจากนี้
- 3
ดูว่าหน้าไหนยังมีคนเข้าอยู่
เปิดรายงานหน้าเว็บใน Google Search Console และในระบบวัดผลที่ใช้ ดูย้อนหลังสามถึงหกเดือนว่าหน้าไหนยังมีคนเข้าจากการค้นหา แล้วทำเครื่องหมายไว้ หน้ากลุ่มนี้ห้ามลบแม้จะเลิกขายแล้ว
- 4
จับคู่รุ่นทดแทนให้ตัวที่เลิกขาย
เติมคอลัมน์ URL ปลายทางให้ตัวที่มีรุ่นทดแทน โดยเลือกหน้าสินค้าตัวที่ใกล้เคียงที่สุด ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ให้ใส่ URL ของหน้าหมวดแทน และทำเครื่องหมายไว้ว่าเป็นการส่งไปหมวด
- 5
ลงมือตั้งค่าทีละกลุ่ม
เริ่มจากกลุ่มหมดชั่วคราวโดยแก้ข้อความบนหน้าและเปิดช่องแจ้งเตือน จากนั้นค่อยตั้งการส่งต่อแบบถาวรให้กลุ่มที่จับคู่ไว้ แล้วปิดท้ายด้วยกลุ่มที่ปล่อยให้เป็นหน้าไม่พบ ทำทีละกลุ่มจะตรวจง่ายกว่าทำสลับกัน
- 6
เก็บกวาดลิงก์ภายในที่ชี้ไปหน้าที่ปิดไป
ค้นหาในเว็บว่ายังมีหน้าหมวด บทความ หรือแบนเนอร์ไหนลิงก์ไปหน้าที่ปิดไปแล้วบ้าง แล้วเปลี่ยนลิงก์ให้ชี้ไปปลายทางใหม่โดยตรง อย่าปล่อยให้ลิงก์ภายในวิ่งผ่านการส่งต่อ เพราะจะทำให้หน้าโหลดช้าลงโดยไม่จำเป็น
- 7
ตรวจผลหลังผ่านไปสองสัปดาห์
กลับไปดูรายงานหน้าที่เก็บข้อมูลไม่ได้ใน Search Console ว่ามีหน้าไม่พบโผล่มาเกินที่ตั้งใจไว้ไหม และดูว่าหน้าปลายทางที่รับการส่งต่อมีคนเข้าเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีหน้าไม่พบที่ยังมีคนพยายามเข้าอยู่เรื่อย ๆ ให้กลับไปตั้งการส่งต่อเพิ่ม
หลังเคลียร์รอบใหญ่เสร็จแล้ว ให้เปลี่ยนงานนี้เป็นงานประจำเดือนที่ใช้เวลาไม่เกินสามสิบนาที คือเปิดรายการสินค้าที่สต็อกเป็นศูนย์มาดูหนึ่งรอบ ติดป้ายตัวใหม่ที่เพิ่มเข้ามา แล้วจัดการตามกลุ่มเดิม ถ้าปล่อยทิ้งไว้เป็นปี ปัญหาจะกองกลับมาเท่าเดิมและต้องมานั่งรื้อใหญ่อีกครั้ง

เปลี่ยนรุ่นใหม่: ควรอัปเดตหน้าเดิมหรือสร้างหน้าใหม่
กรณีที่ตัดสินใจยากที่สุดคือสินค้าตัวเดิมที่ออกรุ่นใหม่ทุกปี เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องกรองน้ำ หรืออุปกรณ์กีฬาที่เปลี่ยนรุ่นตามปี คำถามคือควรแก้หน้าเดิมให้กลายเป็นรุ่นใหม่ หรือสร้างหน้าใหม่แล้วส่งต่อจากหน้าเก่า คำตอบขึ้นกับว่าคนค้นด้วยชื่อที่มีเลขรุ่นหรือไม่
ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่ค้นด้วยชื่อสินค้าเฉย ๆ โดยไม่ระบุรุ่น เช่น ค้นว่าเครื่องกรองน้ำยี่ห้อหนึ่ง การอัปเดตหน้าเดิมให้เป็นรุ่นล่าสุดจะดีกว่า เพราะหน้าเดิมสะสมประวัติไว้แล้ว แต่ถ้าคนค้นด้วยชื่อรุ่นเป๊ะ ๆ เช่น ค้นชื่อรุ่นพร้อมเลขปี ควรทำหน้าแยกต่อรุ่น เพราะแต่ละหน้าจะไปตรงกับคำค้นคนละคำ และคนที่หาข้อมูลรุ่นเก่าเพื่อซื้ออะไหล่ก็ยังมีหน้าให้อ่าน
| ลักษณะสินค้า | ควรทำ | สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม |
|---|---|---|
| คนค้นด้วยชื่อสินค้าโดยไม่ระบุรุ่น | อัปเดตหน้าเดิมให้เป็นรุ่นล่าสุด ใช้ URL เดิม | แก้ชื่อสินค้า รูป สเปก และวันที่อัปเดต พร้อมเขียนสั้น ๆ ว่ารุ่นใหม่ต่างจากรุ่นก่อนตรงไหน |
| คนค้นด้วยชื่อรุ่นและเลขปีชัดเจน | สร้างหน้าใหม่ต่อรุ่น แล้วทำลิงก์เชื่อมระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ | บนหน้ารุ่นเก่าให้ระบุว่ามีรุ่นใหม่แล้วพร้อมลิงก์ไป และระบุว่ายังมีอะไหล่ขายอยู่หรือไม่ |
| เปลี่ยนแค่บรรจุภัณฑ์หรือสี ไม่ใช่รุ่นใหม่ | ใช้หน้าเดิมและจัดการเป็นตัวเลือกภายในหน้าเดียว | อย่าสร้างหน้าใหม่ต่อสี เพราะจะได้หลายหน้าที่เนื้อหาเกือบเหมือนกัน |
| เลิกทำรุ่นนั้นแล้วไม่มีรุ่นต่อ | เก็บหน้าไว้พร้อมข้อความว่าเลิกจำหน่าย หรือส่งต่อไปหมวด | ตรวจว่าไม่มีหน้าไหนในเว็บยังโฆษณารุ่นนี้ค้างอยู่ เช่น แบนเนอร์หน้าแรก |
แถวที่สามเป็นจุดที่ร้านเสื้อผ้าและร้านของใช้ในบ้านพลาดบ่อย เพราะระบบร้านบางตัวสร้างหน้าใหม่ให้อัตโนมัติทุกครั้งที่เพิ่มสีใหม่ ทำให้เกิดหน้าที่เนื้อหาเกือบเหมือนกันหลายหน้าและแย่งกันเองในผลการค้นหา หลักการเลือกว่าควรแยกหน้าหรือรวมหน้าอธิบายไว้ที่ สินค้าหลายสีหลายไซซ์ควรทำกี่หน้า

สิ่งที่ไม่ควรทำเวลาสินค้าหมดหรือเลิกขาย
ข้อผิดพลาดในเรื่องนี้ส่วนใหญ่เกิดจากความหวังดี คือกลัวลูกค้าสั่งของที่ไม่มีแล้วผิดหวัง เลยรีบซ่อนหรือลบหน้าทิ้งให้เร็วที่สุด ปัญหาคือวิธีนั้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ทิ้งต้นทุนระยะยาวไว้ทั้งหมด ทั้งอันดับที่หายและลูกค้าที่ไม่กลับมา
อีกกลุ่มเกิดจากการตั้งค่าอัตโนมัติในระบบร้านที่ไม่มีใครกลับมาตรวจ เช่น ตั้งให้ซ่อนสินค้าที่สต็อกเป็นศูนย์โดยอัตโนมัติ แล้วลืมไปว่ากฎนี้ใช้กับของหมดชั่วคราวด้วย ทุกครั้งที่สินค้าขายดีขายหมดหนึ่งวัน หน้าก็หายไปหนึ่งวัน สลับไปมาแบบนี้ทั้งปีจนหน้าไม่มีความมั่นคงเลย
- อย่าลบหน้าสินค้าที่ของหมดชั่วคราว ให้ปิดปุ่มซื้อแทนและบอกกำหนดของเข้า
- อย่าส่งทุกหน้าที่เลิกขายไปที่หน้าแรกของร้าน เพราะคนอ่านไม่ได้สิ่งที่ตามหาและมักไม่ช่วยเรื่องอันดับ
- อย่าเปลี่ยน URL ของสินค้าตอนนำกลับมาขายใหม่ ให้ใช้ URL เดิมเสมอ ถ้าระบบสร้างใหม่ให้อัตโนมัติต้องเข้าไปแก้
- อย่าลบหน้าสินค้าตามฤดูกาลทิ้งเมื่อจบฤดูกาล เพราะปีหน้าต้องเริ่มสะสมใหม่ทั้งหมด
- อย่าปล่อยให้ราคาและปุ่มสั่งซื้อค้างอยู่บนหน้าที่เลิกขายแล้ว เพราะจะมีคนสั่งเข้ามาจริงและร้านต้องเสียเวลายกเลิก
- อย่าเขียนว่าสินค้าหมดโดยไม่มีทางไปต่อ ให้เสนอรุ่นใกล้เคียงหรือลิงก์กลับหมวดเสมอ
- อย่าลืมแก้ลิงก์ในหน้าอื่นของเว็บที่ยังชี้ไปหน้าที่ปิดไปแล้ว เพราะลูกค้าที่กดจากในเว็บเองจะเจอหน้าไม่พบ
สถานะสต็อกต้องตรงกับความจริงเสมอ
ถ้าหน้าเว็บบอกว่ามีของแต่จริง ๆ ไม่มี ลูกค้าจะเจอปัญหาตอนสั่งซื้อและร้านต้องโทรไปยกเลิก ซึ่งกระทบความเชื่อถือมากกว่าการบอกตรง ๆ ตั้งแต่ต้นมาก การเชื่อมสต็อกให้อัปเดตอัตโนมัติเป็นเรื่องของระบบร้านค้าหรือระบบสต็อกที่คุณใช้อยู่ ให้คุยกับผู้ดูแลระบบนั้นโดยตรง และถ้ายังทำอัตโนมัติไม่ได้ ให้ตั้งเป็นงานประจำที่มีคนรับผิดชอบไล่เช็กทุกสัปดาห์
สินค้าหมดสต็อกมีผลทำให้อันดับตกทันทีไหม+
การที่ของหมดในช่วงสั้น ๆ ไม่ได้ทำให้อันดับตกทันที เพราะระบบค้นหาเข้าใจว่าร้านค้ามีของเข้าออกเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ทำให้อันดับตกจริงคือการลบหน้าทิ้ง การเปลี่ยน URL และการปล่อยให้หน้าอยู่ในสภาพที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยเป็นเวลานาน ถ้าเก็บหน้าไว้ครบและยังมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ หน้าจะกลับมาทำงานได้เต็มที่เมื่อของเข้า
ขายบนแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสด้วย ต้องจัดการเหมือนกันไหม+
บนมาร์เก็ตเพลสคุณตั้งการส่งต่อเองไม่ได้และมักทำได้แค่ซ่อนหรือปิดการขาย จึงให้ทำตามกติกาของแพลตฟอร์มนั้น แต่สำหรับเว็บของร้านเองซึ่งเป็นที่ที่คุณคุมได้ ให้ทำตามเกณฑ์ในบทความนี้ ข้อควรระวังคืออย่าใช้กฎของแพลตฟอร์มมาใช้กับเว็บตัวเอง เช่น เห็นว่ามาร์เก็ตเพลสให้ซ่อนสินค้าที่หมด แล้วไปตั้งให้เว็บตัวเองซ่อนตามด้วย
ควรเก็บหน้าสินค้าที่เลิกขายไว้นานแค่ไหนก่อนตัดสินใจปิด+
ให้ดูจากข้อมูลแทนการกำหนดเวลาตายตัว วิธีที่ใช้ได้คือเก็บไว้แล้วกลับมาดูหลังผ่านไปหกถึงสิบสองเดือน ถ้ายังมีคนเข้าจากการค้นหาอยู่หรือยังมีเว็บอื่นลิงก์มา ให้เก็บต่อไปเพราะหน้ายังทำงานอยู่ ถ้าไม่มีคนเข้าเลยตลอดช่วงนั้นและไม่มีลิงก์จากภายนอก จึงค่อยส่งต่อไปหมวดหรือปล่อยให้เป็นหน้าไม่พบ
สินค้าหมดเฉพาะบางไซซ์หรือบางสี ควรทำอย่างไร+
ห้ามปิดทั้งหน้าเด็ดขาด ให้แสดงตัวเลือกที่หมดไว้ในหน้าแต่ทำให้กดเลือกไม่ได้ พร้อมข้อความว่าไซซ์หรือสีนั้นหมดชั่วคราว เหตุผลคือลูกค้าจะได้รู้ว่าปกติร้านมีไซซ์นี้ขาย และถ้าซ่อนตัวเลือกที่หมดทิ้งไปเลย ลูกค้าจะคิดว่าร้านไม่เคยมีของไซซ์นั้นและไปหาที่อื่นแทน ถ้ามีช่องให้กดแจ้งเตือนเฉพาะไซซ์ที่หมดได้ยิ่งดี
หน้าที่เลิกขายแล้วควรเอาออกจากแผนผังเว็บเมื่อไร+
ถ้าเก็บหน้าไว้ให้คนอ่านและหน้ายังตอบสถานะปกติ ให้คงไว้ในแผนผังเว็บต่อ แต่ถ้าตั้งการส่งต่อไปหน้าอื่นแล้วหรือปล่อยให้เป็นหน้าไม่พบแล้ว ให้เอา URL นั้นออกจากแผนผังเว็บทันที เพราะแผนผังเว็บควรมีเฉพาะหน้าที่ต้องการให้เก็บเข้าระบบค้นหาจริง ๆ ระบบร้านส่วนใหญ่จัดการให้อัตโนมัติ แต่ควรเปิดไฟล์แผนผังเว็บดูเองหนึ่งครั้งหลังเคลียร์รอบใหญ่
ถ้าสินค้าที่เลิกขายเคยมีบทความในเว็บพูดถึงอยู่ ต้องแก้บทความด้วยไหม+
ต้องแก้ เพราะบทความที่แนะนำสินค้าที่ไม่มีขายแล้วจะพาลูกค้าไปเจอทางตัน ให้ไล่หาบทความที่ลิงก์ไปหน้านั้นแล้วเปลี่ยนลิงก์ไปยังรุ่นทดแทนหรือหมวดแทน พร้อมแก้ข้อความรอบ ๆ ลิงก์ให้สอดคล้องกัน และถ้าบทความนั้นพูดถึงสเปกของรุ่นเก่าเป็นหลัก ให้เพิ่มหมายเหตุไว้ต้นบทความว่ารุ่นนี้เลิกจำหน่ายแล้วและมีรุ่นใดมาแทน วิธีเขียนรายละเอียดของหน้าปลายทางให้ครบดูได้ที่ เขียนรายละเอียดสินค้าให้ติดอันดับ
ทำให้ทุกหน้าในร้านมีงานทำ แม้วันที่ของหมด
เมื่อจัดการหน้าสินค้าที่หมดเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้หน้าที่เหลือดึงคนเข้าร้านได้มากขึ้น ให้ NOAH ช่วยหาคำที่ลูกค้าใช้ค้นและร่างเนื้อหาให้หน้าสำคัญของร้านคุณ
เริ่มฟรี 3 บทความ