SEO สายเทคนิค

โครงสร้าง URL ร้านออนไลน์: จัดหมวดหมู่ให้ลูกค้าหาของเจอและระบบค้นหาเข้าใจ

วางโครงสร้าง URL ร้านออนไลน์เป็นลำดับชั้นที่ลูกค้าหาของเจอ พร้อมวิธีรับมือสินค้าที่อยู่หลายหมวด ตัวกรองที่สร้างลิงก์ซ้ำ และการย้าย URL เดิมอย่างปลอดภัย

ทีม NOAH · เผยแพร่ 18 กันยายน 2569 · อัปเดต 18 กันยายน 2569 · อ่าน 13 นาที

โซ่คล้องต่อกันเป็นลำดับ แทนการเชื่อมโยงหมวดหมู่และหน้าสินค้าของร้านออนไลน์

สรุปสั้น

  • โครงสร้าง URL ที่ดีเริ่มจากผังหมวดหมู่ที่ลูกค้าเข้าใจ ไม่ได้เริ่มจากการมานั่งคิดคำต่อท้ายโดเมนทีละหน้า เพราะ URL เป็นเพียงภาพสะท้อนของเมนูที่วางไว้แล้ว
  • หลักที่ใช้ได้กับร้านเกือบทุกแบบคือให้ลึกไม่เกินสามระดับจากหน้าแรก คือ หมวดหลัก หมวดย่อย และหน้าสินค้า เพื่อให้ทั้งลูกค้าและระบบค้นหาเดินถึงสินค้าได้ในไม่กี่คลิก
  • สินค้าที่อยู่ได้หลายหมวดควรมี URL จริงเพียงชุดเดียว แล้วให้หมวดอื่นลิงก์เข้ามาที่ URL เดียวกันนั้น แทนการสร้างหน้าสินค้าซ้ำหลายที่อยู่
  • ตัวกรองและการเรียงลำดับเป็นต้นเหตุของ URL ซ้ำจำนวนมากในร้านออนไลน์ ควรเลือกว่าเงื่อนไขไหนคุ้มที่จะให้เป็นหน้าถาวร ส่วนที่เหลือปล่อยเป็นเครื่องมือช่วยเลือกซื้อเท่านั้น
  • การเปลี่ยน URL เดิมทำได้ แต่ต้องทำครั้งเดียวให้จบ พร้อมวางการเปลี่ยนเส้นทางจากที่อยู่เก่าไปที่อยู่ใหม่ทุกหน้า ไม่ใช่ทยอยเปลี่ยนเรื่อย ๆ ทุกไตรมาส

ร้านขายอุปกรณ์ทำขนมออนไลน์ร้านหนึ่งมีสินค้าราวสี่ร้อยรายการ ลูกค้าโทรเข้ามาถามว่า “พิมพ์เนยสดในเว็บแล้วไม่เจอ มีขายไหม” ทั้งที่สินค้านั้นมีอยู่ในสต็อกและมีหน้าบนเว็บจริง พอเปิดดูก็พบว่าหน้าสินค้านั้นอยู่ลึกถึงห้าชั้น ที่อยู่ของหน้าเป็นตัวเลขรหัสยาว ๆ และมีอีกสามที่อยู่ที่แสดงสินค้าตัวเดียวกันแต่ต่างหมวด นี่ไม่ใช่ปัญหาสินค้า แต่เป็นปัญหาการจัดบ้าน

บทความนี้จะพาไปวางโครงสร้าง URL ร้านออนไลน์ตั้งแต่ผังหมวดหมู่ การตั้งชื่อ slug ภาษาไทย การจัดการสินค้าที่อยู่หลายหมวด ตัวกรองที่สร้างที่อยู่ซ้ำเป็นร้อย ไปจนถึงขั้นตอนย้าย URL เดิมโดยไม่ให้ลิงก์เก่าพัง ถ้าต้องการเห็นภาพรวมงาน SEO ของร้านค้าออนไลน์ทั้งหมด อ่านคู่กับ คู่มือ SEO สำหรับร้านค้าออนไลน์ ได้

โครงสร้าง URL ร้านออนไลน์ที่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร

ร้านออนไลน์ควรวางโครงสร้าง URL แบบไหน

ให้วาง URL ตามลำดับชั้นของหมวดหมู่ที่ลูกค้าใช้เดินหาของจริง โดยลึกไม่เกินสามระดับ คือ โดเมน ตามด้วยหมวดหลัก หมวดย่อย และหน้าสินค้า ใช้คำที่อ่านแล้วรู้ว่าเป็นสินค้าอะไรแทนรหัสตัวเลข และให้สินค้าหนึ่งชิ้นมีที่อยู่จริงเพียงหนึ่งเดียว ส่วนตัวกรองอย่างสี ขนาด หรือช่วงราคา ให้ถือเป็นเครื่องมือช่วยเลือกซื้อ ไม่ใช่หน้าใหม่ทุกครั้งที่กด

เหตุผลที่ต้องคุมความลึกไว้ที่สามระดับ เพราะทุกระดับที่เพิ่มขึ้นคือคลิกที่ลูกค้าต้องกดเพิ่ม และเป็นระยะทางที่ระบบค้นหาต้องเดินเพิ่มกว่าจะถึงหน้าสินค้า ร้านที่ซอยหมวดละเอียดเกินไปมักจบด้วยหมวดย่อยที่มีสินค้าอยู่ชิ้นเดียว ซึ่งไม่ช่วยลูกค้าเลือก และยังทำให้หน้าเว็บบางจนไม่มีอะไรให้อ่าน

รูปแบบตัวอย่างหน้าตาข้อดีข้อควรระวัง
แบบแบนราบ ไม่มีหมวดใน URL/products/ชื่อสินค้าย้ายสินค้าข้ามหมวดได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนที่อยู่ เหมาะกับร้านที่ปรับหมวดบ่อยอ่านจากที่อยู่อย่างเดียวไม่รู้ว่าสินค้าอยู่กลุ่มไหน ต้องพึ่งเมนูและลิงก์ภายในให้ดี
แบบมีหมวดหลักชั้นเดียว/หมวดหลัก/ชื่อสินค้าสื่อความหมายพอดี ไม่ยาวเกินไป และย้ายหมวดย่อยได้โดยที่อยู่ไม่เปลี่ยนถ้ามีหมวดหลักน้อยเกินไป หน้าหมวดจะรวมสินค้าไว้มากจนลูกค้าเลือกยาก
แบบสะท้อนลำดับชั้นเต็ม/หมวดหลัก/หมวดย่อย/ชื่อสินค้าผู้อ่านเดาบริบทได้จากที่อยู่ทันที และใช้ทำเส้นทางนำทางย้อนกลับได้ตรงไปตรงมาเมื่อจัดหมวดใหม่จะต้องเปลี่ยนที่อยู่จำนวนมาก และต้องวางการเปลี่ยนเส้นทางให้ครบ
แบบใช้รหัสสินค้า/p/1839204ระบบหลังบ้านจัดการง่าย ไม่ชนกันแน่นอน แม้ชื่อสินค้าซ้ำคนอ่านแล้วไม่รู้ว่าเป็นสินค้าอะไร เสียโอกาสสื่อความหมายทั้งในผลค้นหาและตอนแชร์ลิงก์
เปรียบเทียบรูปแบบ URL ของหน้าสินค้าที่พบบ่อยในร้านออนไลน์ไทย

สำหรับร้าน SME ส่วนใหญ่ที่มีสินค้าไม่เกินหลักพันรายการ แบบมีหมวดหลักชั้นเดียวมักลงตัวที่สุด เพราะได้ความหมายของหมวดติดมาในที่อยู่ แต่ยังปรับหมวดย่อยได้อิสระโดยไม่ต้องย้ายหน้าสินค้าทั้งร้าน หลักการตั้งชื่อคำต่อท้ายโดเมนในระดับพื้นฐาน อธิบายไว้แล้วใน SEO URL คือ ออกแบบโครงสร้าง URL ยังไงเมื่อเนื้อหาเป็นภาษาไทย

เริ่มจากผังหมวดหมู่ ไม่ใช่เริ่มจากตัว URL

ความผิดพลาดที่เจอบ่อยคือเจ้าของร้านเปิดหลังบ้านแล้วเริ่มพิมพ์ที่อยู่ของแต่ละหน้าทีละหน้า ทั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าร้านจะแบ่งหมวดอย่างไร ผลคือได้ที่อยู่ที่ดูดีทีละหน้า แต่พอมองทั้งร้านกลับไม่เป็นระบบ มีทั้งหมวดที่ชื่อทับซ้อนกันและสินค้าที่ไม่รู้จะจัดไว้ตรงไหน

ลำดับที่ถูกคือวาดผังหมวดหมู่ก่อนบนกระดาษแผ่นเดียว โดยใช้คำที่ลูกค้าใช้เรียกของ ไม่ใช่คำที่ฝ่ายจัดซื้อใช้ ร้านอุปกรณ์ทำขนมที่ยกตัวอย่างข้างต้น ฝ่ายจัดซื้อแบ่งตามซัพพลายเออร์ว่าเป็นของนำเข้าหรือของในประเทศ แต่ลูกค้าเดินหาของตามงานที่จะทำ เช่น ของแต่งหน้าเค้ก พิมพ์และแม่พิมพ์ วัตถุดิบเบเกอรี ผังที่ใช้ได้จริงต้องเป็นผังของลูกค้า

  • เปิดรายงานคำค้นในเว็บตัวเอง กับกล่องแชทย้อนหลังสามเดือน แล้วจดคำที่ลูกค้าพิมพ์หาของบ่อยที่สุดยี่สิบคำแรก คำเหล่านี้คือชื่อหมวดที่ควรมีจริง
  • นับจำนวนสินค้าต่อหมวดที่วาดไว้ ถ้าหมวดไหนมีสินค้าต่ำกว่าประมาณห้าชิ้น ให้ยุบรวมกับหมวดใกล้เคียงก่อน ยังไม่ต้องสร้างเป็นหน้าแยก
  • ถ้าหมวดไหนมีสินค้าเกินร้อยชิ้น ให้ซอยเป็นหมวดย่อยตามเกณฑ์ที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจจริง เช่น ขนาด วัสดุ หรือประเภทการใช้งาน
  • ตรวจว่าชื่อหมวดสองหมวดไม่คาบเกี่ยวกันจนลูกค้าเดาไม่ถูกว่าของอยู่ไหน เช่น มีทั้งหมวดอุปกรณ์เบเกอรีและหมวดเครื่องมือทำขนม ซึ่งควรเหลือชื่อเดียว
  • กำหนดว่าแต่ละหมวดจะมีคำอธิบายบนหน้าหมวดอย่างน้อยหนึ่งย่อหน้า เพื่อไม่ให้หน้าหมวดเป็นแค่ตารางรูปสินค้าล้วน ๆ
  • ลองให้พนักงานที่ไม่ได้ทำเว็บหาสินค้าสามชิ้นจากผังนี้ ถ้าหาไม่เจอภายในสามคลิก แปลว่าผังยังใช้ไม่ได้

หน้าหมวดหมู่คือหน้าทำเงิน ไม่ใช่แค่ทางผ่าน

คนที่ค้นด้วยคำกว้างอย่างชื่อประเภทสินค้า มักลงที่หน้าหมวดหมู่มากกว่าหน้าสินค้าเดี่ยว หน้าหมวดที่มีคำอธิบายช่วยเลือก มีคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย และเรียงสินค้าขายดีไว้บน จึงเปลี่ยนคนดูเป็นคนซื้อได้ดีกว่ามาก รายละเอียดการจัดหน้าหมวดอ่านต่อที่ หน้าหมวดหมู่สินค้า

หน้าจอแล็ปท็อปเปิดหน้าเครื่องมือค้นหาเพื่อตรวจดูที่อยู่ของหน้าหมวดหมู่สินค้า

ตั้งชื่อ slug อย่างไรเมื่อสินค้าเป็นภาษาไทย

คำถามที่เจ้าของร้านไทยถามมากที่สุดคือควรใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษในที่อยู่ของหน้า คำตอบคือใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ต้องเลือกแบบเดียวแล้วใช้ให้เหมือนกันทั้งร้าน การผสมกันครึ่งไทยครึ่งอังกฤษทำให้ทีมงานสับสนเวลาสร้างสินค้าใหม่ และทำให้ตรวจสอบยากเมื่อร้านโตขึ้น

ข้อดีของภาษาไทยคือลูกค้าอ่านแล้วเข้าใจทันทีเมื่อเห็นในผลการค้นหา ข้อเสียคือเวลาคัดลอกไปวางในแชทหรืออีเมล ระบบบางตัวจะแปลงเป็นรหัสยาวอ่านไม่ออก ส่วนภาษาอังกฤษสั้นและคัดลอกง่าย แต่ต้องกำหนดคำแปลให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่อย่างนั้นสินค้าเดียวกันจะถูกตั้งชื่อคนละแบบโดยพนักงานคนละคน

  • เขียนเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด และคั่นคำด้วยเครื่องหมายขีดกลาง ไม่ใช้ขีดล่างหรือเว้นวรรค เพราะเว้นวรรคจะถูกแปลงเป็นรหัสอ่านไม่ออก
  • ตัดคำเชื่อมที่ไม่ให้ความหมาย เช่น คำว่า สำหรับ ของ และ ที่ ออกจากที่อยู่ ให้เหลือเฉพาะคำที่บอกว่าเป็นสินค้าอะไร
  • อย่าใส่ชื่อร้านซ้ำในทุกที่อยู่ เพราะชื่อร้านอยู่ในโดเมนอยู่แล้ว การใส่ซ้ำทำให้ที่อยู่ยาวโดยไม่ได้ข้อมูลเพิ่ม
  • ใส่รุ่นหรือขนาดเฉพาะเมื่อเป็นสิ่งที่ลูกค้าใช้ค้นหาจริง เช่น เตาอบไฟฟ้า 60 ลิตร ถือว่ามีประโยชน์ แต่รหัสภายในอย่าง sku-a4471 ไม่ควรอยู่ในที่อยู่
  • ตั้งกติกาว่าห้ามแก้ที่อยู่ของหน้าที่เผยแพร่แล้วเพียงเพราะเปลี่ยนชื่อสินค้าเล็กน้อย ให้แก้ชื่อที่แสดงบนหน้าแทน
  • เขียนกติกาทั้งหมดนี้ไว้ในเอกสารหน้าเดียว แล้วให้ทุกคนที่ลงสินค้าใช้ร่วมกัน เพราะความไม่สม่ำเสมอเกิดจากคนหลายคนมากกว่าจากระบบ

ระวังที่อยู่ที่เกิดจากการพิมพ์ชื่อสินค้าโดยตรง

ระบบร้านค้าสำเร็จรูปหลายตัวจะสร้างที่อยู่จากชื่อสินค้าให้อัตโนมัติ ถ้าพนักงานตั้งชื่อสินค้าว่า เตาอบ ใหม่ล่าสุด ลดพิเศษ ที่อยู่ก็จะติดคำว่าลดพิเศษไปตลอด ทั้งที่โปรโมชันจบไปนานแล้ว ให้ตรวจช่องที่อยู่ทุกครั้งก่อนกดเผยแพร่สินค้าใหม่

สินค้าอยู่หลายหมวดและตัวกรองที่สร้างที่อยู่ซ้ำ

ร้านที่ขายสินค้าหลากหลายจะเจอสองปัญหานี้แน่นอน ปัญหาแรกคือสินค้าหนึ่งชิ้นอยู่ได้หลายหมวด เช่น กระทะเหล็กหล่อ อยู่ได้ทั้งหมวดเครื่องครัวและหมวดของขวัญขึ้นบ้านใหม่ ปัญหาที่สองคือเมื่อลูกค้ากดตัวกรองสี ขนาด ช่วงราคา และการเรียงลำดับ ระบบจะสร้างที่อยู่ใหม่ขึ้นมาทุกครั้ง จนร้านที่มีสินค้าสี่ร้อยชิ้นอาจมีที่อยู่เป็นหมื่น

ทั้งสองปัญหาแก้ด้วยหลักเดียวกัน คือกำหนดให้เนื้อหาชุดหนึ่งมีบ้านจริงเพียงหลังเดียว ส่วนทางเข้าอื่น ๆ ให้เป็นแค่ทางเดินที่พากลับมาบ้านหลังนั้น ไม่ใช่การสร้างบ้านใหม่ที่มีของเหมือนกันทุกอย่าง

สถานการณ์สิ่งที่ควรทำเหตุผล
สินค้าหนึ่งชิ้นอยู่ได้สองถึงสามหมวดให้หน้าสินค้ามีที่อยู่เดียว แล้วให้ทุกหมวดลิงก์มาที่ที่อยู่เดียวกันลูกค้าที่แชร์ลิงก์จากคนละหมวดจะได้หน้าเดียวกัน และสถิติของหน้านั้นไม่ถูกแยกเป็นหลายกอง
ตัวกรองที่ลูกค้าค้นหาเป็นคำจริง เช่น รองเท้าวิ่งผู้หญิงทำเป็นหน้าถาวรที่มีที่อยู่ของตัวเอง พร้อมคำอธิบายและชื่อหน้าเฉพาะมีคนค้นด้วยคำนั้นอยู่แล้ว การมีหน้ารองรับตรง ๆ ดีกว่าให้ลูกค้าไปกดกรองเอง
ตัวกรองที่ไม่มีใครค้นหา เช่น ช่วงราคา 350 ถึง 400 บาทไม่ต้องทำเป็นหน้าถาวร ให้เป็นเครื่องมือช่วยเลือกซื้อเท่านั้นไม่มีคนค้นด้วยเงื่อนไขนี้ การมีหน้าจำนวนมากที่ไม่มีใครเข้าทำให้ระบบเสียเวลาเดินไปหน้าที่ไม่จำเป็น
การเรียงลำดับ เช่น ราคาต่ำไปสูง หรือ สินค้ามาใหม่ให้เป็นการเปลี่ยนมุมมองบนหน้าเดิม ไม่ใช่หน้าใหม่ที่ควรถูกเก็บเข้าระบบค้นหาสินค้าชุดเดียวกันแค่สลับลำดับ ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่กับคนที่ค้นหา
หน้าแบ่งหน้า เช่น หน้า 2 หน้า 3 ของหมวดเดียวกันให้แต่ละหน้ามีที่อยู่ของตัวเองและลิงก์ต่อกันตามลำดับ ไม่ต้องรวมกลับไปหน้าแรกสินค้าที่อยู่หน้าหลัง ๆ ต้องยังมีทางให้ระบบเดินไปถึง ถ้ารวมกลับหมดสินค้าเหล่านั้นจะถูกมองข้าม
แนวทางจัดการที่อยู่ซ้ำที่เกิดจากหมวดหมู่และตัวกรอง

เครื่องมือที่ใช้บอกว่าหน้าไหนคือบ้านจริงคือแท็ก canonical ซึ่งใช้ชี้จากหน้าที่ซ้ำกลับไปยังหน้าหลัก วิธีใส่และข้อควรระวังอยู่ใน Canonical Tag คืออะไร ส่วนการตัดสินใจว่าเงื่อนไขตัวกรองไหนควรเป็นหน้าถาวร มีตัวอย่างละเอียดใน Pagination และ Faceted Navigation

เช็กลิสต์บนคลิปบอร์ดที่ใช้ไล่ตรวจหมวดหมู่และที่อยู่ของหน้าสินค้าทีละรายการ

ลงมือจัดโครงสร้าง URL ร้านออนไลน์ทีละขั้น

ขั้นตอนด้านล่างออกแบบมาให้ทำได้ด้วยตัวเองในเวลาประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์สำหรับร้านขนาดไม่กี่ร้อยรายการ สิ่งสำคัญคือทำตามลำดับ อย่าข้ามไปขั้นเปลี่ยนที่อยู่ก่อนที่จะมีรายการของเดิมครบ เพราะถ้าไม่มีรายการเดิมก็จะวางการเปลี่ยนเส้นทางไม่ครบ

ขั้นตอนจัดโครงสร้าง URL ร้านออนไลน์

  1. 1

    ทำรายการที่อยู่ทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้

    ส่งออกรายการสินค้าและหมวดจากหลังบ้านมาเป็นไฟล์ตาราง ให้มีคอลัมน์ที่อยู่ปัจจุบัน ชื่อสินค้า หมวดที่สังกัด และสถานะว่ายังขายอยู่หรือเลิกขายแล้ว ไฟล์นี้จะเป็นหลักฐานอ้างอิงตลอดทั้งงาน

  2. 2

    วาดผังหมวดหมู่เป้าหมายให้จบก่อน

    ใช้คำที่ลูกค้าใช้จริงตามที่รวบรวมไว้ กำหนดหมวดหลักไม่เกินเจ็ดถึงสิบหมวด และหมวดย่อยเฉพาะที่มีสินค้ามากพอ จบขั้นนี้ให้ได้ผังที่ทุกคนในทีมเห็นตรงกันก่อนแตะระบบ

  3. 3

    กำหนดกติกาการตั้งชื่อที่อยู่เป็นลายลักษณ์อักษร

    ระบุว่าใช้ภาษาไทยหรืออังกฤษ ใช้ขีดกลางคั่นคำ ตัดคำเชื่อมออก และห้ามใส่รหัสภายใน แล้วเขียนตัวอย่างที่ถูกกับที่ผิดอย่างละสามตัวอย่างไว้ในเอกสารเดียวกัน

  4. 4

    เติมคอลัมน์ที่อยู่ใหม่ลงในไฟล์ตาราง

    ทำทีละหมวดจนครบทุกแถว แล้วใช้ฟังก์ชันหาค่าซ้ำในโปรแกรมตารางเพื่อตรวจว่าไม่มีที่อยู่ใหม่ซ้ำกันเอง ขั้นนี้ยังไม่ต้องแตะเว็บจริงเลย

  5. 5

    เลือกหน้าที่จะไม่ย้าย

    หน้าที่มีคนเข้ามากที่สุดและหน้าที่มีลิงก์จากภายนอกมาถึง ให้พิจารณาคงที่อยู่เดิมไว้ก่อน เพราะประโยชน์จากการเปลี่ยนมักน้อยกว่าความเสี่ยงที่จะพลาดตอนย้าย

  6. 6

    เปลี่ยนที่อยู่พร้อมวางเส้นทางเปลี่ยนไปที่อยู่ใหม่

    ทำทีละหมวดในช่วงที่ร้านเงียบที่สุดของสัปดาห์ ทุกที่อยู่เดิมต้องมีเส้นทางพาไปที่อยู่ใหม่แบบถาวร ห้ามปล่อยให้ที่อยู่เดิมกลายเป็นหน้าไม่พบ

  7. 7

    ไล่แก้ลิงก์ภายในให้ชี้ที่อยู่ใหม่โดยตรง

    แก้เมนู แบนเนอร์ บทความในเว็บ และลิงก์ในหน้าสินค้าที่อ้างถึงกัน ให้ชี้ที่อยู่ใหม่ตรง ๆ ไม่ใช่ปล่อยให้วิ่งผ่านเส้นทางเปลี่ยนทุกครั้ง

  8. 8

    ส่ง sitemap ใหม่และเฝ้าดูสองถึงสี่สัปดาห์

    ส่ง sitemap ที่มีเฉพาะที่อยู่ใหม่เข้า Search Console แล้วตามดูรายงานหน้าที่ไม่พบทุกสัปดาห์ ถ้าเจอที่อยู่เดิมที่ยังไม่มีเส้นทางเปลี่ยน ให้เติมทันที

ย้าย URL เดิมโดยไม่ให้ลิงก์เก่าพัง

ความเสียหายจากการย้ายที่อยู่ไม่ได้เกิดจากการย้ายเอง แต่เกิดจากการย้ายแล้วลืมของ ลิงก์เก่าที่ลูกค้าเคยบันทึกไว้ ลิงก์ในโพสต์เก่าบนโซเชียล ลิงก์ในใบเสนอราคาที่ส่งไปแล้ว และลิงก์จากเว็บพันธมิตร ทั้งหมดนี้จะพาคนไปหน้าที่ไม่มีอยู่จริงถ้าไม่ได้วางเส้นทางไว้

ร้านที่ย้ายแล้วอันดับตกมักมีสาเหตุร่วมกันอยู่ไม่กี่ข้อ คือวางเส้นทางเปลี่ยนแบบชั่วคราวแทนแบบถาวร วางเส้นทางกลับไปหน้าแรกทั้งหมดแทนที่จะไปหน้าที่ตรงกัน หรือทยอยย้ายทีละนิดทุกเดือนจนระบบค้นหาต้องไล่ตามตลอดเวลา

  1. 1ก่อนย้าย ให้บันทึกจำนวนคนเข้าและจำนวนการแสดงผลของหน้าสำคัญยี่สิบหน้าแรกไว้ก่อน เพื่อใช้เทียบหลังย้ายว่าปกติหรือไม่
  2. 2ใช้การเปลี่ยนเส้นทางแบบถาวรเสมอสำหรับการย้ายถาวร อย่าใช้แบบชั่วคราวเพราะสะดวกกว่าในระบบที่ใช้อยู่
  3. 3จับคู่ทีละหน้าให้ตรงเรื่อง หน้าสินค้าไปหน้าสินค้าเดิม หน้าหมวดไปหน้าหมวดที่ใกล้เคียงที่สุด ห้ามเทรวมไปหน้าแรก
  4. 4สำหรับสินค้าที่เลิกขายถาวร ให้พาไปหน้าหมวดที่สินค้านั้นเคยอยู่ พร้อมข้อความบอกว่าสินค้านี้เลิกจำหน่ายแล้วและแนะนำรุ่นทดแทน
  5. 5ห้ามวางเส้นทางต่อกันเป็นทอด ๆ เช่น ที่อยู่เก่าไปที่อยู่กลางแล้วค่อยไปที่อยู่ใหม่ ให้แก้ให้ชี้ปลายทางสุดท้ายโดยตรง
  6. 6หลังย้ายเสร็จ ให้เปิดหน้าจริงจากมือถือสิบหน้าแบบสุ่ม แล้วกดลิงก์ในเมนูทุกอันหนึ่งรอบ ก่อนจะถือว่างานจบ

ช่วงหลังย้ายตัวเลขแกว่งได้ แต่ต้องกลับมา

หลังย้ายที่อยู่จำนวนมาก ตัวเลขการแสดงผลมักแกว่งอยู่ระยะหนึ่งเพราะระบบค้นหาต้องอ่านที่อยู่ใหม่ทั้งชุด สิ่งที่ควรเฝ้าดูคือรายงานหน้าที่ไม่พบต้องไม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และที่อยู่ใหม่ต้องทยอยถูกเก็บเข้าระบบ ถ้าสองข้อนี้เป็นไปตามนั้น ให้รอโดยไม่ต้องแก้อะไรเพิ่ม

ห้องเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่ายที่ให้บริการหน้าเว็บของร้านค้าออนไลน์

สิ่งที่ไม่ควรทำกับ URL ร้านออนไลน์

ข้อผิดพลาดด้านล่างนี้ไม่ได้ทำให้ร้านพังทันที แต่จะค่อย ๆ สะสมจนถึงจุดที่ต้องรื้อทั้งระบบ ซึ่งแพงกว่าการทำถูกตั้งแต่ต้นมาก โดยเฉพาะเมื่อร้านโตจนมีสินค้าหลักพันรายการแล้ว

  • ยัดคำค้นลงในที่อยู่จนยาวผิดปกติ เช่น ใส่ทั้งชื่อสินค้า ชื่อยี่ห้อ คำว่าราคาถูก และคำว่าส่งฟรีไว้ในที่อยู่เดียว ซึ่งไม่ช่วยอะไรและอ่านยาก
  • เปลี่ยนที่อยู่ของหน้าสินค้าทุกครั้งที่เปลี่ยนชื่อสินค้าเล็กน้อย ทำให้มีเส้นทางเปลี่ยนซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนไล่ตามไม่ไหว
  • สร้างหมวดใหม่ทุกครั้งที่รับสินค้าใหม่เข้ามา จนได้หมวดที่มีสินค้าอยู่ชิ้นเดียวเต็มไปหมด ซึ่งทำให้หน้าเว็บบางและลูกค้าเลือกยาก
  • ปล่อยให้ตัวกรองทุกแบบสร้างหน้าใหม่ได้อิสระ จนร้านมีที่อยู่มากกว่าจำนวนสินค้าหลายสิบเท่า
  • ทำหน้าสินค้าตัวเดียวกันซ้ำหลายที่อยู่เพื่อหวังให้ติดหลายคำ ซึ่งสุดท้ายหน้าเหล่านั้นแย่งกันเองและไม่มีหน้าไหนชัดพอ ดูเหตุผลเต็มได้ที่ Thin Content และ Duplicate Content
  • ลบหน้าสินค้าที่เลิกขายทิ้งทันทีโดยไม่วางเส้นทางไปที่ไหนเลย ทั้งที่หน้านั้นอาจยังมีคนค้นหาและมีลิงก์เก่าชี้อยู่
  • ใช้ที่อยู่เป็นภาษาไทยในบางหมวดและภาษาอังกฤษในบางหมวดโดยไม่มีกติกา ทำให้พนักงานลงสินค้าใหม่แล้วเดาไม่ถูกว่าต้องทำแบบไหน

คำถามที่พบบ่อย

ร้านที่เปิดบนแพลตฟอร์มสำเร็จรูปแก้โครงสร้าง URL ได้แค่ไหน+

ขึ้นกับแพลตฟอร์ม ส่วนใหญ่ให้แก้ช่วงท้ายที่อยู่ของสินค้าและหมวดได้ แต่ไม่ให้แก้ส่วนหน้าที่ระบบกำหนดไว้ เช่น คำว่า product หรือ collections สิ่งที่ควรทำคือเลิกกังวลกับส่วนที่แก้ไม่ได้ แล้วไปทุ่มกับส่วนที่แก้ได้ คือชื่อหมวด ชื่อสินค้า และการวางลิงก์ภายในให้เดินถึงสินค้าได้ในไม่กี่คลิก

ควรใส่วันที่หรือปีในที่อยู่ของหน้าสินค้าไหม+

ไม่ควร เพราะสินค้าส่วนใหญ่ขายข้ามปีและข้อมูลในหน้าจะถูกแก้เรื่อย ๆ ถ้าใส่ปีไว้ในที่อยู่ พอขึ้นปีใหม่จะรู้สึกว่าต้องเปลี่ยน ซึ่งทำให้เกิดการย้ายที่อยู่โดยไม่จำเป็น ถ้าอยากบอกความสดใหม่ ให้แสดงวันที่อัปเดตบนหน้าแทน

สินค้าที่มีหลายสีหลายขนาด ควรแยกที่อยู่ต่อสีหรือรวมไว้หน้าเดียว+

หลักคือดูว่าลูกค้าค้นหาแยกกันหรือไม่ ถ้าคนค้นหาเจาะจงรุ่นย่อยนั้นจริงและแต่ละรุ่นมีข้อมูลต่างกันมาก การแยกหน้าจะคุ้ม แต่ถ้าต่างกันแค่สีและใช้ข้อความเดียวกันทั้งหมด การรวมไว้หน้าเดียวแล้วให้เลือกตัวเลือกบนหน้าจะดีกว่า เกณฑ์ตัดสินละเอียดอยู่ใน หน้าสินค้าที่มีหลายตัวเลือก

ที่อยู่ควรยาวกี่ตัวอักษร มีตัวเลขตายตัวไหม+

ไม่มีตัวเลขตายตัว เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงคืออ่านออกเสียงให้ลูกค้าทางโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องสะกดทีละตัว ถ้าทำไม่ได้แปลว่ายาวหรือซับซ้อนเกินไป โดยทั่วไปหมายถึงคำสำคัญราวสามถึงห้าคำก็เพียงพอแล้ว

จำเป็นต้องให้ที่อยู่ของบทความในเว็บอยู่ใต้หมวดสินค้าด้วยไหม+

ไม่จำเป็นและมักทำให้ยุ่งกว่าเดิม ให้แยกส่วนบทความออกมาต่างหาก แล้วใช้ลิงก์ภายในเชื่อมบทความกับหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้องแทน วิธีนี้ทำให้ย้ายหรือปรับหมวดสินค้าในอนาคตได้โดยไม่กระทบที่อยู่ของบทความ

ถ้าตอนนี้ที่อยู่เป็นรหัสตัวเลขทั้งร้าน ควรรีบย้ายทั้งหมดเลยไหม+

ไม่ควรย้ายรวดเดียวทั้งร้านถ้าทีมยังไม่เคยทำ ให้เริ่มจากหมวดเดียวที่มีสินค้าไม่มากเป็นตัวทดสอบ ทำครบทั้งกระบวนการตั้งแต่ทำรายการ ย้าย วางเส้นทาง แก้ลิงก์ภายใน แล้วเฝ้าดูสองสัปดาห์ ถ้าไม่มีปัญหาค่อยขยายไปหมวดถัดไป

สรุป

โครงสร้าง URL ร้านออนไลน์ที่ดีคือผลลัพธ์ของผังหมวดหมู่ที่ลูกค้าเข้าใจ ไม่ใช่งานตกแต่งตัวอักษรท้ายโดเมน ให้คุมความลึกไว้ไม่เกินสามระดับ ตั้งกติกาการตั้งชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วใช้ให้เหมือนกันทั้งร้าน ให้สินค้าหนึ่งชิ้นมีที่อยู่จริงหนึ่งเดียว เลือกว่าตัวกรองไหนคุ้มที่จะเป็นหน้าถาวร และถ้าต้องย้ายที่อยู่ ให้ย้ายครั้งเดียวจบพร้อมวางเส้นทางให้ครบทุกหน้า

วางผังหมวดหมู่และเนื้อหาของร้านให้ครบในที่เดียว

NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อมปริมาณการค้นหาที่ลูกค้าใช้เรียกสินค้าจริง ทำ content map ของทั้งร้าน และเขียนคำอธิบายหมวดหมู่กับบทความภาษาไทยตามแนวทางแบรนด์ของคุณ

เริ่มฟรี 3 บทความ

อ่านต่อ

SEO Content

หน้าหมวดหมู่สินค้ามีแต่กริดรูป: เขียนคำอธิบายหมวดอย่างไรให้คนค้นเจอ

หน้าหมวดหมู่ที่มีแต่กริดสินค้ามักไม่ติดอันดับ บทความนี้สอนเขียนคำอธิบายหมวด วางข้อความตรงไหนของหน้า และเลือกว่าหมวดไหนควรลงแรงก่อน

Technical SEO

สินค้าหมดสต็อกหน้าเว็บควรลบ ปล่อยไว้ หรือส่งต่อไปหน้าอื่นดี

สินค้าหมดชั่วคราว เลิกขายถาวร หรือเปลี่ยนรุ่นใหม่ ควรจัดการหน้าเว็บอย่างไร บทความนี้ให้เกณฑ์ตัดสินใจและขั้นตอนที่ไม่ทำให้เสียอันดับและไม่ทิ้งหน้าเปล่า

SEO สำหรับ SME

ขายบนมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บร้านเอง: SEO ต่างกันอย่างไรและ SME ควรเลือกทางไหน

เทียบขายมาร์เก็ตเพลสหรือทำเว็บเองแบบตรงไปตรงมา ทั้งต้นทุน ความเป็นเจ้าของทราฟฟิก ข้อมูลลูกค้า พร้อมเกณฑ์ว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มลงทุนทำเว็บร้านของตัวเอง