เก็บข้อมูลก่อนเริ่มทำ SEO: ตัวเลขตั้งต้นที่ต้องบันทึกไว้ ก่อนจะย้อนกลับไปเก็บไม่ได้อีก
เช็กลิสต์เก็บข้อมูลก่อนเริ่มทำ SEO ว่าต้องบันทึกตัวเลขตั้งต้นอะไรบ้าง ข้อมูลไหนย้อนกลับไปเก็บไม่ได้ และเก็บอย่างไรให้พิสูจน์ผลได้ในอีกหกเดือน
ทีม NOAH · เผยแพร่ 18 กันยายน 2569 · อัปเดต 18 กันยายน 2569 · อ่าน 13 นาที

สรุปสั้น
- ✓ข้อมูลตั้งต้นคือภาพนิ่งของธุรกิจและเว็บในวันที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไร ถ้าไม่บันทึกไว้ อีกหกเดือนจะเถียงกันไม่จบว่าที่ดีขึ้นนั้นเกิดจากงานที่ทำหรือจากฤดูกาล
- ✓ข้อมูลบางอย่างย้อนกลับไปเก็บไม่ได้เลย เช่น ข้อมูลใน Google Analytics ก่อนวันติดตั้ง ข้อมูลใน Search Console ก่อนวันยืนยันความเป็นเจ้าของ และสภาพหน้าเว็บเดิมก่อนถูกแก้
- ✓สิ่งที่ต้องเก็บมีสี่กลุ่ม คือ ตัวเลขจากเครื่องมือ สภาพเว็บปัจจุบัน ตัวเลขฝั่งธุรกิจอย่างจำนวนลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาและอัตราปิดการขาย และบริบทของเดือนนั้น
- ✓บันทึกทั้งหมดไว้ในสเปรดชีตเดียวที่บัญชีบริษัทเป็นเจ้าของ พร้อมภาพหน้าจอและไฟล์ส่งออก เพราะตัวเลขที่ไม่มีหลักฐานประกอบจะถูกตั้งคำถามเสมอเวลาผลไม่เป็นอย่างที่หวัง
- ✓การเก็บข้อมูลตั้งต้นใช้เวลาประมาณสองถึงสามชั่วโมงครั้งเดียว และควรทำให้เสร็จก่อนเซ็นสัญญาจ้างหรือก่อนแตะเนื้อหาในเว็บแม้แต่หน้าเดียว
โรงงานรับผลิตอาหารเสริมแห่งหนึ่งจ้างทีมทำ SEO ไปหกเดือน พอถึงรอบทบทวนสัญญา ผู้รับจ้างส่งรายงานมาว่าผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นมาก เจ้าของอยากรู้ว่าเพิ่มจากเท่าไร ปรากฏว่าไม่มีใครจดไว้เลยว่าก่อนเริ่มมีเท่าไร บัญชี Analytics ก็เพิ่งติดตั้งพร้อมกับวันเริ่มงาน ส่วนจำนวนลูกค้าที่โทรเข้ามาก็ไม่เคยแยกว่ามาจากช่องทางไหน สุดท้ายทั้งสองฝ่ายเถียงกันด้วยความรู้สึกล้วน ๆ
บทความนี้จะให้รายการข้อมูลตั้งต้นที่ต้องบันทึกก่อนลงมือหรือก่อนจ้างใคร แยกให้ชัดว่าอันไหนย้อนกลับไปเก็บได้และอันไหนหายแล้วหายเลย พร้อมขั้นตอนเก็บภายในสองถึงสามชั่วโมง และวิธีจัดเก็บให้เอามาใช้เถียงกันได้จริงในอีกหกเดือน ถ้าอยากเห็นภาพรวมของการวัดผลทั้งระบบ อ่านคู่กับ การวัดผล SEO สำหรับ SME ได้
ข้อมูลตั้งต้นคืออะไร และทำไมต้องเก็บก่อนเริ่ม
ก่อนเริ่มทำ SEO ต้องเก็บข้อมูลอะไรไว้บ้าง
ต้องเก็บสี่กลุ่ม กลุ่มแรกคือตัวเลขจากเครื่องมือ ได้แก่ คลิกและการแสดงผลใน Google Search Console ย้อนหลังเท่าที่มี ผู้เข้าชมจากการค้นหาใน Google Analytics และจำนวนหน้าที่ถูกเก็บเข้าระบบค้นหา กลุ่มที่สองคือสภาพเว็บปัจจุบัน ได้แก่ รายการ URL ทั้งหมด หัวข้อของแต่ละหน้า และผลทดสอบความเร็ว กลุ่มที่สามคือตัวเลขฝั่งธุรกิจ ได้แก่ จำนวนคนที่ติดต่อเข้ามาต่อเดือนแยกตามช่องทาง อัตราปิดการขาย และมูลค่าเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อ กลุ่มที่สี่คือบริบทของช่วงนั้น เช่น เดือนนั้นมีแคมเปญอะไรและเป็นช่วงพีคหรือช่วงนิ่งของธุรกิจ
เหตุผลที่ต้องทำก่อนเริ่มไม่ใช่เรื่องความละเอียดรอบคอบ แต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจครั้งถัดไป ถ้าอีกหกเดือนต้องเลือกว่าจะต่อสัญญา เพิ่มงบ หรือหยุดทั้งหมด คุณต้องมีตัวเลขสองจุดมาเทียบกัน จุดหนึ่งคือวันนี้ อีกจุดคือวันนั้น ถ้าขาดจุดแรกไป การตัดสินใจก็จะกลายเป็นการเชื่อคำบอกเล่าของคนที่ได้ประโยชน์จากการต่อสัญญา
อีกเหตุผลที่คนมักนึกไม่ถึงคือข้อมูลตั้งต้นช่วยคุณตอนงานไปได้ไม่ดีด้วย ถ้าเดือนที่สี่ยอดตก การมีภาพนิ่งของวันแรกทำให้ไล่ย้อนได้ว่าตอนนั้นเว็บมีกี่หน้า หน้าไหนเคยมีคนเข้า และหัวข้อเดิมเขียนว่าอะไร ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยแยกได้ว่าปัญหาเกิดจากการแก้เว็บของเราเองหรือจากปัจจัยภายนอก
อย่าเริ่มแก้เว็บก่อนเก็บภาพนิ่ง
ความผิดพลาดที่แก้ไม่ได้ที่สุดคือให้ผู้รับจ้างเข้าไปแก้หัวข้อหน้าเว็บ ปรับโครงสร้าง URL หรือรวมหน้าเข้าด้วยกันตั้งแต่สัปดาห์แรก โดยที่ยังไม่มีใครส่งออกรายการ URL เดิมและหัวข้อเดิมเก็บไว้ พอผลเปลี่ยนก็ไม่มีทางรู้ว่าเปลี่ยนเพราะอะไร และถ้าอยากย้อนกลับก็ทำไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าของเดิมเป็นอย่างไร
ข้อมูลไหนย้อนกลับไปเก็บไม่ได้เลย
นี่คือส่วนที่ต้องอ่านให้จบก่อนทำอย่างอื่น เพราะถ้าพลาดข้อใดข้อหนึ่งในตารางนี้ คุณจะเสียข้อมูลอย่างถาวร ไม่มีเครื่องมือไหนกู้คืนให้ได้ และไม่มีงบเท่าไรก็ซื้อกลับมาไม่ได้
| ข้อมูล | ย้อนกลับไปเก็บได้ไหม | สิ่งที่ต้องทำวันนี้ |
|---|---|---|
| ผู้เข้าชมใน Google Analytics | ไม่ได้ ระบบเริ่มเก็บนับจากวันที่ติดตั้งโค้ดเท่านั้น | ติดตั้งให้เสร็จวันนี้ แล้วเปิดเว็บจากมือถือตัวเองเพื่อยืนยันว่าเก็บข้อมูลจริง |
| คลิกและคำค้นใน Search Console | ไม่ได้ ระบบเริ่มเก็บนับจากวันที่ยืนยันความเป็นเจ้าของ | ยืนยันความเป็นเจ้าของด้วยบัญชีบริษัทวันนี้ แม้ยังไม่พร้อมทำ SEO ก็ตาม |
| หัวข้อและเนื้อหาของหน้าเว็บเดิม | ไม่ได้ ถ้าถูกแก้ทับไปแล้วและไม่มีสำเนา | ส่งออกรายการ URL พร้อมหัวข้อของทุกหน้าเก็บเป็นไฟล์ และเก็บภาพหน้าจอของหน้าสำคัญ |
| โครงสร้าง URL ก่อนทำเว็บใหม่ | ไม่ได้ ถ้าเว็บเดิมถูกปิดไปแล้ว | ส่งออกรายการ URL ทั้งหมดก่อนวันขึ้นเว็บใหม่ เพื่อใช้ทำการเปลี่ยนเส้นทางให้ครบ |
| จำนวนคนที่ติดต่อเข้ามาต่อเดือน | ได้บางส่วน ถ้ามีประวัติแชทหรือสมุดจดของหน้าร้าน | นับย้อนหลังสามเดือนจากหลักฐานที่มี แล้วเริ่มจดแบบแยกช่องทางตั้งแต่เดือนนี้ |
| อัตราปิดการขายและมูลค่าเฉลี่ยต่อบิล | ได้ ถ้ามีระบบขายหรือใบเสร็จย้อนหลัง | ดึงจากระบบที่ใช้อยู่แล้วบันทึกเป็นตัวเลขตั้งต้น ไม่ต้องรอระบบใหม่ |
| สภาพเว็บของคู่แข่งในวันนี้ | ไม่ได้ครบ ถ้าเขาแก้หน้าไปแล้ว | เก็บภาพหน้าจอหน้าสำคัญของคู่แข่งสองถึงสามรายไว้เป็นจุดอ้างอิง |
สองแถวแรกคือแถวที่ทำให้เสียหายมากที่สุด เพราะเจ้าของธุรกิจมักคิดว่าเดี๋ยวค่อยติดตั้งตอนพร้อมทำ SEO จริง ๆ แต่การติดตั้งเครื่องมือกับการเริ่มทำ SEO ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน คุณติดตั้งวันนี้เพื่อสะสมข้อมูลไว้เฉย ๆ ได้ แล้วค่อยเริ่มลงแรงอีกหกเดือนข้างหน้าก็ยังทัน แต่ข้อมูลหกเดือนที่ผ่านไปนั้นจะไม่มีวันกลับมา

รายการข้อมูลตั้งต้นที่ต้องบันทึก
รายการนี้ออกแบบให้เก็บได้ด้วยเครื่องมือฟรีที่ธุรกิจส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อโปรแกรมเสริม ให้เปิดสเปรดชีตหนึ่งไฟล์ ตั้งชื่อว่าข้อมูลตั้งต้นพร้อมเดือนและปี แล้วทำทีละหัวข้อจากบนลงล่าง
กลุ่มที่ 1 ตัวเลขจากเครื่องมือค้นหา
- คลิกรวมและการแสดงผลรวมจาก Search Console ย้อนหลังสามเดือน พร้อมภาพหน้าจอของกราฟ
- คลิกจากคำค้นที่ไม่มีชื่อแบรนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกฐานลูกค้าใหม่ วิธีแยกดูได้ที่ แยกทราฟฟิกแบรนด์และทั่วไป
- รายการคำค้นยี่สิบคำแรกที่พาคนเข้าเว็บ พร้อมตำแหน่งเฉลี่ยของแต่ละคำ ส่งออกเป็นไฟล์เก็บไว้
- จำนวนหน้าที่อยู่ในสถานะถูกเก็บเข้าระบบค้นหา และจำนวนหน้าที่ไม่ถูกเก็บพร้อมเหตุผลหลัก
- ผู้เข้าชมจากการค้นหาต่อเดือนใน Google Analytics และจำนวนหน้าที่มีผู้เข้าชมมากกว่าศูนย์
กลุ่มที่ 2 สภาพเว็บในวันนี้
- รายการ URL ทั้งหมดของเว็บ พร้อมหัวข้อและคำโปรยของแต่ละหน้า เก็บเป็นไฟล์ตารางหนึ่งไฟล์
- ภาพหน้าจอของหน้าแรก หน้าบริการหลัก และหน้าติดต่อ ทั้งบนมือถือและบนคอมพิวเตอร์
- จำนวนบทความที่มีอยู่แล้ว และวันที่เผยแพร่ล่าสุด เพื่อรู้ว่าเว็บนิ่งมานานแค่ไหน
- ผลทดสอบความเร็วของหน้าแรกและหน้าบริการหนึ่งหน้า พร้อมวันที่ทดสอบ
- เว็บใช้ระบบอะไร ใครเป็นคนถือบัญชีโดเมนและโฮสต์ และต่ออายุเมื่อไร
กลุ่มที่ 3 ตัวเลขฝั่งธุรกิจ
- จำนวนคนที่ติดต่อเข้ามาต่อเดือนย้อนหลังสามเดือน แยกตามช่องทาง เช่น โทร ไลน์ ฟอร์ม และเดินเข้าร้าน
- สัดส่วนที่ปิดการขายได้จากคนที่ติดต่อเข้ามา แม้จะเป็นค่าประมาณจากความจำของทีมขายก็ต้องจดไว้และระบุว่าเป็นค่าประมาณ
- มูลค่าเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อหรือต่อดีล และรอบการซื้อซ้ำถ้ามี
- ช่องทางที่ลูกค้าปัจจุบันบอกว่ารู้จักธุรกิจมาจากไหน ถ้ายังไม่เคยถาม ให้เริ่มถามตั้งแต่วันนี้
- งบการตลาดต่อเดือนที่ใช้อยู่แยกตามช่องทาง เพื่อใช้เทียบความคุ้มค่าภายหลัง
กลุ่มที่ 4 บริบทของช่วงเวลานี้
- เดือนนี้เป็นช่วงพีคหรือช่วงนิ่งของธุรกิจ และรอบฤดูกาลของปีเป็นอย่างไร
- มีแคมเปญ โฆษณา หรืองานอีเวนต์อะไรกำลังทำอยู่บ้าง พร้อมช่วงวันที่
- มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่อะไรที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น เปลี่ยนเว็บใหม่ ย้ายโดเมน หรือเปิดสาขาเพิ่ม
- คู่แข่งที่ตั้งใจจะเทียบด้วยคือใครบ้าง ระบุชื่อและเว็บให้ชัดตั้งแต่ต้น
- เป้าหมายที่ตกลงกันไว้คืออะไร วัดด้วยตัวเลขตัวไหน และจะทบทวนกันเมื่อไร
เก็บให้เสร็จในสองถึงสามชั่วโมง
งานนี้ไม่ควรลากยาวเป็นสัปดาห์ เพราะยิ่งลากยาว ตัวเลขแต่ละกลุ่มก็จะมาจากคนละช่วงเวลาจนเทียบกันไม่ได้ ให้กันเวลาไว้ครึ่งวัน ทำตามลำดับนี้แล้วปิดงานให้จบในวันเดียว
ขั้นตอนเก็บข้อมูลตั้งต้นภายในครึ่งวัน
- 1
สร้างที่เก็บกลางด้วยบัญชีของบริษัท
สร้างโฟลเดอร์หนึ่งโฟลเดอร์บนบัญชีอีเมลของบริษัท ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวของพนักงานหรือของผู้รับจ้าง ข้างในมีสเปรดชีตหนึ่งไฟล์และโฟลเดอร์ย่อยสำหรับไฟล์ส่งออกกับภาพหน้าจอ ตั้งสิทธิ์ให้เจ้าของธุรกิจเป็นผู้ถือสิทธิ์สูงสุดเสมอ
- 2
ยืนยันความเป็นเจ้าของและตรวจว่าเครื่องมือเก็บข้อมูลจริง
เข้า Google Search Console ยืนยันความเป็นเจ้าของโดเมน แล้วตรวจว่า Google Analytics ติดตั้งอยู่จริงโดยเปิดเว็บจากมือถือแล้วดูรายงานเรียลไทม์ ถ้ายังไม่มีทั้งสองตัว ให้ติดตั้งก่อนแล้วค่อยทำขั้นถัดไป เพราะตัวเลขในขั้นถัดไปมาจากสองเครื่องมือนี้
- 3
ดึงตัวเลขจากเครื่องมือแล้วจดพร้อมวันที่ดึง
ตั้งช่วงเวลาเป็นสามเดือนล่าสุด จดคลิก การแสดงผล ตำแหน่งเฉลี่ย และจำนวนหน้าที่ถูกเก็บเข้าระบบ กดส่งออกตาราง Queries กับ Pages เก็บเป็นไฟล์ แล้วเขียนวันที่ดึงข้อมูลกำกับทุกแผ่น เพราะตัวเลขในเครื่องมือขยับได้ภายหลัง
- 4
ส่งออกรายการหน้าเว็บทั้งหมดพร้อมหัวข้อ
ถ้าเว็บใช้ระบบจัดการเนื้อหาที่ส่งออกรายการหน้าได้ ให้ส่งออกมาเลย ถ้าไม่ได้ ให้เปิด sitemap ของเว็บแล้วคัดลอกรายการ URL ลงสเปรดชีต จากนั้นไล่ใส่หัวข้อของแต่ละหน้า เว็บ SME ส่วนใหญ่มีไม่กี่สิบหน้า ใช้เวลาไม่นาน และไฟล์นี้จะมีค่ามากตอนทำเว็บใหม่
- 5
ถ่ายภาพหน้าจอหน้าสำคัญและผลค้นหาชื่อแบรนด์
เก็บภาพหน้าแรก หน้าบริการหลัก และหน้าติดต่อ ทั้งจอมือถือและจอคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดหน้าต่างแบบไม่ระบุตัวตนค้นชื่อธุรกิจตัวเองกับคำบริการหลักสองถึงสามคำ เก็บภาพผลลัพธ์ไว้เป็นจุดอ้างอิงว่าวันนี้หน้าค้นหาหน้าตาเป็นอย่างไร
- 6
กรอกตัวเลขฝั่งธุรกิจจากหลักฐานที่มีอยู่
เปิดประวัติแชท สมุดจดของหน้าร้าน หรือระบบขาย แล้วนับจำนวนคนที่ติดต่อเข้ามาย้อนหลังสามเดือนแยกตามช่องทาง พร้อมมูลค่าเฉลี่ยต่อบิลและสัดส่วนที่ปิดได้ ถ้าเป็นค่าประมาณให้เขียนกำกับว่าประมาณ อย่าเว้นว่างไว้เพราะค่าประมาณที่จดไว้ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
- 7
ปิดท้ายด้วยหน้าสรุปหนึ่งหน้าและล็อกไฟล์
ทำแผ่นสรุปหนึ่งแผ่นที่มีตัวเลขสำคัญไม่เกินสิบบรรทัด พร้อมวันที่เก็บและชื่อคนเก็บ จากนั้นทำสำเนาไฟล์แบบอ่านอย่างเดียวเก็บแยกไว้ เพื่อไม่ให้มีใครมาแก้ตัวเลขตั้งต้นทีหลังไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
ถ้าจะทำเว็บใหม่ ให้เก็บก่อนวันขึ้นเว็บเสมอ
ไฟล์ที่มีค่าที่สุดตอนย้ายเว็บคือรายการ URL เดิมทั้งหมดพร้อมจำนวนผู้เข้าชมของแต่ละหน้า เพราะใช้ตัดสินได้ว่าหน้าไหนต้องทำการเปลี่ยนเส้นทางไปหน้าใหม่บ้าง เว็บที่ขึ้นใหม่แล้วทราฟฟิกหายเป็นก้อน ส่วนใหญ่มาจากการไม่มีรายการนี้ตั้งแต่แรก

เอาข้อมูลตั้งต้นไปใช้ตอนไหนบ้าง
ข้อมูลตั้งต้นไม่ได้มีไว้ดูเล่นตอนเก็บเสร็จ แต่จะถูกหยิบมาใช้ในสี่จังหวะที่เป็นจังหวะตัดสินใจเงินทั้งนั้น การรู้ล่วงหน้าว่าจะใช้ตอนไหนช่วยให้คุณเก็บข้อมูลให้ตรงกับที่จะต้องใช้จริง
- 1ตอนทบทวนงานเดือนที่สาม เพื่อดูว่าทิศทางขยับไปทางไหนแล้วยังควรทำต่อหรือไม่
- 2ตอนต่อสัญญาหรือเพิ่มงบ เพราะต้องแสดงส่วนต่างระหว่างวันนี้กับวันเริ่มให้เห็นเป็นตัวเลข
- 3ตอนเกิดปัญหา เช่น ทราฟฟิกตกหรือหน้าหาย เพราะต้องรู้ว่าของเดิมเป็นอย่างไรจึงจะรู้ว่าอะไรหายไป
- 4ตอนคำนวณความคุ้มค่า เพราะต้องใช้ตัวเลขฝั่งธุรกิจตั้งต้นอย่างมูลค่าต่อดีลและอัตราปิดการขาย
จังหวะที่สี่คือจังหวะที่คนมักเตรียมตัวไม่ทัน เพราะการคำนวณจุดคุ้มทุนต้องใช้ตัวเลขฝั่งธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในเครื่องมือ SEO เลย ถ้าอยากรู้ว่าต้องเตรียมตัวเลขอะไรบ้างสำหรับการคำนวณนั้น อ่านต่อที่ SEO คืนทุนกี่เดือน และถ้ายังไม่ได้ตั้งระบบนับการติดต่อจากแต่ละช่องทาง เริ่มจาก นับสายโทรเข้าและ Lead จากไลน์
สิ่งที่ไม่ควรทำตอนเก็บข้อมูลตั้งต้น
ข้อผิดพลาดกลุ่มนี้ทำให้ข้อมูลที่อุตส่าห์เก็บใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง ซึ่งน่าเสียดายกว่าการไม่เก็บเลย เพราะเสียเวลาไปแล้วแต่ยังตอบคำถามไม่ได้อยู่ดี
- ให้ผู้รับจ้างเป็นคนสร้างบัญชีเครื่องมือด้วยอีเมลของเขาเอง พอเลิกจ้างก็เข้าถึงข้อมูลย้อนหลังไม่ได้ ต้องสร้างด้วยบัญชีบริษัทแล้วเชิญเขาเข้ามาเป็นผู้ใช้แทน
- เก็บแต่ตัวเลขเว็บโดยไม่เก็บตัวเลขฝั่งธุรกิจ สุดท้ายพิสูจน์ได้แค่ว่าคนเข้าเว็บมากขึ้น แต่ตอบไม่ได้ว่าธุรกิจดีขึ้นหรือไม่
- จดตัวเลขโดยไม่ระบุช่วงวันที่และวันที่ดึงข้อมูล ทำให้อีกหกเดือนไม่รู้ว่ากำลังเทียบกับช่วงไหนอยู่
- เก็บเฉพาะเดือนที่ยอดดี เพราะอยากให้จุดเริ่มต้นดูสวย ผลคือเดือนถัดไปตัวเลขดูตกทั้งที่งานยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ
- เปลี่ยนวิธีนับระหว่างทาง เช่น เดือนแรกนับเฉพาะสายที่คุยจบ เดือนที่สี่นับทุกสายที่โทรเข้า แล้วเอามาเทียบกันตรง ๆ
- เก็บทุกอย่างละเอียดจนไม่เสร็จสักที ถ้าเวลาจำกัด ให้เก็บกลุ่มที่ย้อนไม่ได้ก่อนแล้วค่อยเติมส่วนที่เหลือทีหลัง
เก็บช้าไปแล้วต้องทำอย่างไร
ถ้าเริ่มทำ SEO ไปแล้วหลายเดือนโดยไม่มีข้อมูลตั้งต้น ให้ถือว่าวันนี้คือวันตั้งต้นใหม่ เก็บทุกอย่างตามรายการนี้ทันที แล้วในรายงานให้ระบุชัดว่าตัวเลขก่อนหน้านี้ไม่มีข้อมูล ห้ามเดาย้อนหลังเป็นตัวเลขแล้วเอามาเทียบ เพราะการเดาที่ถูกเขียนลงตารางจะถูกจำไปเป็นข้อเท็จจริงในที่สุด

ตกลงเรื่องการวัดผลกับผู้รับจ้างตั้งแต่ก่อนเซ็น
ข้อมูลตั้งต้นจะมีพลังก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ก่อนว่าจะวัดด้วยตัวเลขตัวไหน ถ้าไปตกลงกันตอนเดือนที่หก แต่ละฝ่ายจะเลือกตัวเลขที่เข้าข้างตัวเองโดยอัตโนมัติ ฝ่ายหนึ่งจะพูดถึงจำนวนบทความที่ส่งมอบ อีกฝ่ายจะพูดถึงยอดขายที่ยังไม่ขึ้น
สิ่งที่ควรเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรมีไม่กี่บรรทัด คือตัวเลขที่ใช้ตัดสินคืออะไร ดึงจากเครื่องมือไหน ใครเป็นคนดึง ดึงวันไหนของเดือน และรอบทบทวนอยู่ที่เดือนที่เท่าไร เท่านี้ก็ตัดปัญหาการตีความไปได้เกือบทั้งหมด
- ระบุว่าบัญชี Search Console และ Analytics เป็นของบริษัท และผู้รับจ้างเป็นผู้ใช้ที่ถูกเชิญเข้ามา
- ระบุว่าตัวเลขหลักที่ใช้ตัดสินคือคลิกจากคำค้นที่ไม่มีชื่อแบรนด์และจำนวนการติดต่อที่เกิดขึ้น
- ระบุว่าห้ามเปลี่ยนโครงสร้าง URL หรือรวมหน้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและไม่มีการสำรองรายการเดิม
- ระบุรอบทบทวนที่เดือนที่สามและเดือนที่หก พร้อมเงื่อนไขว่าถ้าตัวเลขไม่ขยับจะปรับแผนอย่างไร
- ระบุว่ารายงานทุกฉบับต้องอ้างอิงเทียบกับข้อมูลตั้งต้นชุดเดียวกันเสมอ ไม่ใช่เทียบกับเดือนก่อนอย่างเดียว
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าขอบเขตงานที่จ้างควรมีอะไรบ้างและควรระบุอะไรในสัญญา อ่านต่อที่ ขอบเขตงาน SEO ในสัญญาจ้าง ส่วนวิธีอ่านรายงานที่ได้รับมาแต่ละเดือนให้เห็นสิ่งที่ควรเห็น ดูที่ รายงาน SEO รายเดือนสำหรับเจ้าของธุรกิจ
คำถามที่พบบ่อย
เว็บยังไม่มีคนเข้าเลย ตัวเลขตั้งต้นเป็นศูนย์หมด ยังต้องเก็บไหม+
ต้องเก็บ และเป็นกรณีที่เก็บง่ายที่สุดด้วย เพราะแค่บันทึกว่าวันที่เท่านี้คลิกเป็นศูนย์ มีหน้าอยู่กี่หน้า และถูกเก็บเข้าระบบค้นหากี่หน้า สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือการติดตั้งเครื่องมือให้เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันนี้ เพราะอีกหกเดือนคุณจะมีข้อมูลต่อเนื่องให้ดูแนวโน้มได้
ต้องซื้อเครื่องมือเสียเงินเพื่อเก็บข้อมูลตั้งต้นไหม+
ไม่ต้องสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก รายการทั้งหมดในบทความนี้เก็บได้ด้วย Search Console กับ Analytics ซึ่งใช้ฟรี บวกกับสเปรดชีตหนึ่งไฟล์ เครื่องมือเสียเงินมีประโยชน์ตอนวิเคราะห์คู่แข่งในเชิงลึก แต่ไม่จำเป็นสำหรับการบันทึกภาพนิ่งของตัวเอง
ควรเก็บข้อมูลตั้งต้นย้อนหลังกี่เดือน+
สามเดือนเป็นค่าต่ำสุดที่ใช้งานได้ เพราะกันความผันผวนรายสัปดาห์ออกไปได้ ถ้าเครื่องมือมีข้อมูลย้อนหลังมากกว่านั้น ให้ดึงมาให้ยาวที่สุดเท่าที่มี แล้วบันทึกเป็นทั้งค่ารายเดือนและค่าเฉลี่ย เพราะธุรกิจที่มีฤดูกาลชัดจะต้องใช้ข้อมูลยาวกว่านั้นตอนเทียบผล
ใครควรเป็นคนเก็บ เจ้าของหรือทีมการตลาด+
ให้ทีมการตลาดเป็นคนทำงานเก็บได้ แต่เจ้าของต้องเป็นผู้ถือสิทธิ์ของบัญชีเครื่องมือและเป็นเจ้าของไฟล์ เพราะจุดประสงค์ของข้อมูลชุดนี้คือใช้ประเมินงานของคนทำเอง ถ้าคนถูกประเมินเป็นคนเดียวกับคนที่ถือข้อมูลทั้งหมด ข้อมูลนั้นจะเถียงอะไรไม่ได้เลยในวันที่ต้องใช้
ข้อมูลตั้งต้นควรอัปเดตทุกเดือนไหม+
ไม่ควรแก้ของเดิม ให้ล็อกชุดตั้งต้นไว้เป็นไฟล์อ่านอย่างเดียว แล้วสร้างแผ่นใหม่สำหรับตัวเลขรายเดือนแทน วิธีนี้ทำให้เทียบกลับไปที่จุดเริ่มได้เสมอ ถ้าไปแก้ทับของเดิม สุดท้ายจะไม่เหลือจุดอ้างอิงและกลับไปเจอปัญหาเดิมคือพิสูจน์อะไรไม่ได้
ถ้าเว็บกำลังจะย้ายโดเมนพอดี ควรเก็บอย่างไร+
เก็บชุดเต็มของโดเมนเดิมให้เสร็จก่อนวันย้ายอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ โดยเน้นรายการ URL ทั้งหมดพร้อมผู้เข้าชมรายหน้า แล้วหลังย้ายให้เพิ่มโดเมนใหม่เข้า Search Console ทันทีในวันเดียวกับที่เว็บขึ้น จากนั้นบันทึกวันที่ย้ายไว้ในตารางด้วย เพราะทุกความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขหลังจากนั้นต้องอ่านโดยนึกถึงวันย้ายเสมอ
สรุป
การเก็บข้อมูลก่อนเริ่มทำ SEO คืองานครึ่งวันที่ตัดสินคุณภาพของการตัดสินใจอีกทั้งปี เริ่มจากติดตั้งและยืนยันเครื่องมือด้วยบัญชีบริษัทวันนี้ เพราะข้อมูลก่อนวันติดตั้งไม่มีวันย้อนกลับมา แล้วเก็บให้ครบทั้งสี่กลุ่ม คือตัวเลขจากเครื่องมือ สภาพเว็บ ตัวเลขฝั่งธุรกิจ และบริบทของช่วงเวลา จากนั้นล็อกไฟล์ไว้เป็นชุดอ้างอิงชุดเดียวที่ทุกรายงานต้องเทียบกลับมาหา
เริ่มต้นด้วยแผนหัวข้อที่อิงข้อมูลจริง
เมื่อบันทึกจุดตั้งต้นเรียบร้อยแล้ว NOAH ช่วยหาคีย์เวิร์ดพร้อมปริมาณการค้นหา วางแผนหัวข้อทั้งโปรเจกต์ และเขียนบทความภาษาไทยตามแนวทางแบรนด์ของคุณ เพื่อให้เดือนถัดไปมีงานที่วัดผลได้จริง
เริ่มฟรี 3 บทความ