Keyword ที่เครื่องมือขึ้น Search Volume 0 ยังเขียนได้ไหม
อธิบายว่าทำไมเครื่องมือหลายตัวรายงาน search volume เป็น 0 สำหรับคีย์เวิร์ดภาษาไทยบางคำ และวิธีตัดสินใจว่าควรเขียนบทความสำหรับคำเหล่านั้นหรือไม่
ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 3 กันยายน 2569 · อ่าน 17 นาที

สรุปสั้น
- ✓คำที่เครื่องมือขึ้น search volume เป็น 0 ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้นหาจริง โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดภาษาไทยที่ยาวและเจาะจง
- ✓ภาษาไทยไม่มีช่องว่างระหว่างคำ ทำให้การตัดคำ (word segmentation) ของเครื่องมือทำได้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ตัวเลข volume ของคำยาวหรือคำสะกดแปลกมักต่ำกว่าความเป็นจริง
- ✓คำ volume 0 บางกลุ่มยังคุ้มเขียนได้ ถ้าตรง intent ของลูกค้าเป้าหมายจริง หรือเป็นคำที่ค่อย ๆ เริ่มมีคนค้นหาแต่ข้อมูลยังไม่อัปเดตทัน
- ✓ควรแยกคำ volume 0 ที่ไม่มีใครค้นหาจริง ออกจากคำที่แค่เครื่องมือรายงานผิดพลาด ด้วยการดูบริบทของคำและ SERP ประกอบ
- ✓การเขียนคำ volume 0 ควรอิงกับความเกี่ยวข้องทางธุรกิจและกลยุทธ์การครอบคลุมหัวข้อ ไม่ใช่หวังทราฟฟิกจากคำนั้นเพียงคำเดียว
นักเขียนคอนเทนต์หลายคนเจอสถานการณ์เดียวกัน คือพิมพ์คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยลงเครื่องมือหา keyword แล้วเจอตัวเลข search volume ขึ้น 0 จนตัดสินใจไม่เขียนบทความนั้นไปเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงคำนั้นอาจมีคนค้นหาอยู่ไม่น้อย เพียงแต่เครื่องมือยังจับข้อมูลไม่ได้ครบ
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่ต้องตัดสินใจเองว่าจะเขียนบทความไหนก่อน การเข้าใจว่าตัวเลข 0 ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไปช่วยประหยัดทั้งเวลาและโอกาสที่อาจเสียไปโดยไม่จำเป็น
Zero Search Volume Keyword คืออะไร
Zero Search Volume Keyword คืออะไร
Zero search volume keyword คือคำค้นหาที่เครื่องมือหา keyword รายงานจำนวนการค้นหาต่อเดือนเป็น 0 หรือต่ำเกินกว่าจะแสดงตัวเลขได้ ซึ่งอาจเกิดจากคำนั้นมีคนค้นหาจริงน้อยมาก หรือเกิดจากข้อจำกัดของเครื่องมือเองที่จับข้อมูลคำยาว คำเฉพาะเจาะจง หรือคำภาษาไทยบางรูปแบบได้ไม่ครบถ้วน
ต่างจากคำที่ search volume ต่ำแต่ไม่ใช่ 0 อย่างไร
คำที่มี search volume ต่ำแต่ไม่ใช่ 0 เช่น 10-20 ครั้งต่อเดือน ยังพอมีข้อมูลให้เชื่อถือได้ว่ามีคนค้นหาจริงในระดับหนึ่ง แต่คำที่ขึ้น 0 นั้นคลุมเครือกว่ามาก เพราะอาจหมายถึงไม่มีคนค้นหาเลยจริง ๆ หรืออาจหมายถึงเครื่องมือแค่ไม่มีข้อมูลพอจะประมาณค่าได้ สองกรณีนี้ต้องใช้วิธีตรวจสอบต่างกัน คำ volume ต่ำใช้ตัวเลขเป็นหลักฐานได้เลย ส่วนคำ volume 0 ต้องหาสัญญาณอื่นมาประกอบ

ทำไมคีย์เวิร์ดไทยมักเจอปัญหา volume 0 บ่อยกว่าภาษาอังกฤษ
ภาษาไทยเขียนติดกันโดยไม่มีช่องว่างระหว่างคำ ต่างจากภาษาอังกฤษที่แยกคำด้วยเว้นวรรคชัดเจน เครื่องมือหา keyword จึงต้องอาศัยกระบวนการตัดคำ (word segmentation) เพื่อแบ่งประโยคภาษาไทยออกเป็นคำ ๆ ก่อนนำไปจับคู่กับฐานข้อมูลการค้นหา กระบวนการนี้ยังทำได้ไม่สมบูรณ์เท่าภาษาที่มีช่องว่างระหว่างคำ โดยเฉพาะกับคำยาว คำสะกดหลายแบบ หรือคำที่มีคำทับศัพท์ปนอยู่ ทำให้ตัวเลข volume ของคีย์เวิร์ดไทยบางคำมักถูกรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ข้อสรุปทางสถิติที่วัดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ แต่เป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อจำกัดของเครื่องมือเวลาทำงานกับภาษาไทย ผู้ที่ทำ keyword research จึงควรระวังไม่ใช้ตัวเลข 0 เป็นเหตุผลเดียวในการตัดคำทิ้ง อ่านพื้นฐานเรื่องตัวเลข search volume เพิ่มเติมได้ที่ บทความ Search Volume คือ

วิธีแยกคำ volume 0 จริง กับคำที่เครื่องมือรายงานผิด
- ลองพิมพ์คำนั้นลง Google โดยตรง แล้วดูว่ามี autocomplete หรือ People Also Ask ขึ้นเกี่ยวข้องหรือไม่
- เปิด SERP ของคำนั้นดูว่ามีเว็บไซต์อื่นเขียนถึงหัวข้อนี้อยู่แล้วบ้างไหม ถ้ามีหลายเว็บเขียน แสดงว่าน่าจะมีดีมานด์อยู่จริง
- ลองสะกดคำในหลายรูปแบบ เพราะคำไทยบางคำมีวิธีสะกดหรือคำทับศัพท์ได้มากกว่าหนึ่งแบบ แล้วเปรียบเทียบ volume ของแต่ละรูปแบบ
- ดูว่าคำนั้นเป็นส่วนหนึ่งของคำถามที่ลูกค้าถามจริงในช่องแชทหรือคอมเมนต์หรือไม่
| สถานการณ์ | สัญญาณที่พบ | แนวทาง |
|---|---|---|
| คำยาวเจาะจงมากที่ลูกค้าถามจริง | มีคนถามในแชท มี SERP ตอบคำถามนี้อยู่บ้าง | พิจารณาเขียน เพราะน่าจะเป็นข้อจำกัดของการตัดคำมากกว่าไม่มีดีมานด์ |
| คำที่ไม่มีใครถามหรือค้นหาเลยแม้แต่ในธุรกิจใกล้เคียง | ไม่มี autocomplete ไม่มี SERP ที่เกี่ยวข้อง | ไม่คุ้มเขียนเป็นบทความเดี่ยว อาจรวมไว้เป็นหัวข้อย่อยในบทความอื่นแทน |
| คำใหม่ที่เพิ่งเริ่มมีคนค้นหา เช่นเทรนด์หรือสินค้าใหม่ | ข้อมูลในเครื่องมือยังไม่อัปเดตทัน | เขียนได้เร็วเพื่อชิงพื้นที่ก่อนคู่แข่ง แม้ตัวเลขยังไม่ขึ้น |
ตัวอย่างสมมติ: ร้านขายวัสดุก่อสร้างเจอคำ volume 0
ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เคสลูกค้าจริง: ร้านขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์แห่งหนึ่งพิมพ์คำว่า "วิธีเลือกปูนกาวปูกระเบื้องสำหรับห้องน้ำ" ลงเครื่องมือหา keyword แล้วเจอตัวเลข 0 เจ้าของร้านเกือบตัดคำนี้ทิ้ง แต่ลองพิมพ์คำเดียวกันลง Google ก่อน พบว่ามี People Also Ask ขึ้นมาหลายคำถามที่เกี่ยวข้อง และมีเว็บอื่นเขียนถึงหัวข้อใกล้เคียงอยู่บ้าง จึงตัดสินใจเขียนบทความนี้ และรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของบทความ "วิธีเลือกปูนกาวปูกระเบื้อง" ที่ครอบคลุมกว่าเดิม แทนการแยกเป็นบทความเดี่ยวที่แคบเกินไป
ขั้นตอนตัดสินใจเมื่อเจอคำ volume 0
ขั้นตอนตัดสินใจเมื่อเจอคำ volume 0
- 1
เช็กว่าคำนั้นมาจากไหน
ถ้ามาจากคำถามจริงของลูกค้าหรือทีมขาย มีน้ำหนักมากกว่าคำที่คิดขึ้นเองโดยไม่มีที่มา
- 2
เปิด Google ค้นหาคำนั้นตรง ๆ
ดู autocomplete, People Also Ask และผลการค้นหาที่ขึ้นมา เพื่อประเมินว่ามีดีมานด์อยู่จริงหรือไม่
- 3
ลองสะกดคำในรูปแบบอื่นที่ความหมายเดียวกัน
เทียบ volume ของแต่ละรูปแบบการสะกด บางครั้งคำเดียวกันแต่สะกดต่างกันมี volume ต่างกันมาก
- 4
พิจารณาความเกี่ยวข้องกับ seed keyword หลักของธุรกิจ
ถ้าคำนั้นอยู่ในกลุ่มหัวข้อที่ธุรกิจต้องครอบคลุมอยู่แล้ว ให้น้ำหนักเรื่องความครบถ้วนของเนื้อหามากกว่าตัวเลข volume เพียงอย่างเดียว
- 5
ตัดสินใจว่าจะเขียนเป็นบทความเดี่ยวหรือรวมเป็นหัวข้อย่อย
คำที่มีน้ำหนักน้อยอาจไม่คุ้มแยกเป็นบทความ แต่ใส่เป็นหัวข้อย่อยในบทความที่เกี่ยวข้องแทนได้
- 6
ติดตามผลหลังเผยแพร่อย่างน้อยหนึ่งเดือน
เช็คใน Search Console ว่าเริ่มมี impression จากคำนั้นหรือคำใกล้เคียงหรือไม่ เพื่อยืนยันว่าการตัดสินใจเขียนนั้นถูกต้อง
NOAH ดึง search volume จริงผ่าน DataForSEO
การมีตัวเลข search volume จาก Google Keyword Planner ประกอบการตัดสินใจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดคำทิ้งเพราะตัวเลขที่รายงานคลาดเคลื่อน ควรใช้ร่วมกับการเปิด SERP ดูสภาพจริงเสมอ

วิธีตรวจสอบผลหลังจากตัดสินใจเขียนแล้ว
- 1บันทึกวันที่เผยแพร่บทความไว้ เพื่อใช้เทียบกับข้อมูลใน Search Console ภายหลัง
- 2ตรวจ Search Console หลังผ่านไป 4-6 สัปดาห์ว่าเริ่มมี impression จากคำนั้นหรือคำใกล้เคียงหรือไม่
- 3ถ้าไม่มี impression เลยหลังผ่านไปสามเดือน ทบทวนว่าสัญญาณตอนตัดสินใจเขียนแม่นยำพอหรือไม่ เพื่อปรับวิธีประเมินคำถัดไป
อย่าเขียนคำ volume 0 ทุกคำที่เจอ
แม้คำ volume 0 บางคำจะคุ้มเขียน แต่ไม่ใช่ทุกคำ การเขียนบทความแยกสำหรับทุกคำ volume 0 โดยไม่กรองก่อนจะทำให้เสียเวลากับคำที่ไม่มีดีมานด์จริง ควรใช้ขั้นตอนตรวจสอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาเจอคำ volume 0
- ตัดคำทิ้งทันทีที่เห็นตัวเลข 0 โดยไม่เช็กที่มาของคำหรือเปิด SERP ดูก่อน
- เขียนบทความแยกสำหรับคำ volume 0 ทุกคำ ทั้งที่บางคำควรรวมเป็นหัวข้อย่อยในบทความอื่นมากกว่า
- ไม่ลองสะกดคำในรูปแบบอื่น ทั้งที่คำไทยหลายคำมีวิธีสะกดได้มากกว่าหนึ่งแบบ
- เชื่อตัวเลขจากเครื่องมือเดียวโดยไม่เปรียบเทียบกับแหล่งข้อมูลอื่น เช่นคำถามจริงจากลูกค้า
- ไม่ติดตามผลหลังเผยแพร่ ทำให้ไม่รู้ว่าการตัดสินใจเขียนคำ volume 0 ครั้งก่อนถูกต้องหรือไม่ และไม่มีบทเรียนไปใช้ตัดสินใจคำถัดไป
Keyword Search Volume น้อยควรทำไหม สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องตัดสินใจเอง
เจ้าของธุรกิจ SME ที่ไม่มีทีมคอนเทนต์คอยเขียนวันละหลายบทความ มักถามคำถามเดียวกันเสมอเมื่อเจอคำที่ volume น้อยหรือเป็น 0 คือ คุ้มเสียเวลาไหม คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าคำนั้นใกล้กับสิ่งที่ธุรกิจขายจริงแค่ไหน ถ้าเป็นคำถามที่ลูกค้าถามก่อนตัดสินใจซื้อ ต่อให้ volume น้อยก็มักคุ้มเขียน เพราะเป้าหมายของ SME ไม่ใช่ทราฟฟิกจำนวนมาก แต่คือทราฟฟิกที่พร้อมซื้อ
- ถ้าเวลามีจำกัด ให้จัดลำดับความสำคัญของคำ volume น้อยตามความใกล้เคียงกับสินค้าหรือบริการหลักก่อนเสมอ
- คำ volume น้อยที่เกี่ยวกับขั้นตอนก่อนซื้อ เช่น วิธีเลือก หรือ ใช้ยังไง มักคุ้มเขียนมากกว่าคำ volume น้อยที่เป็นความรู้ทั่วไปไม่เกี่ยวกับสินค้า
- ถ้าไม่มีเวลาเขียนแยกทุกคำ ให้รวมคำ volume น้อยหลายคำที่ intent ใกล้กันไว้เป็นหัวข้อย่อยในบทความหลักเดียว แทนการพยายามเขียนบทความใหม่ทุกคำ
ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ธุรกิจต้องการมากกว่าตัวเลข
สำหรับ SME ที่ยังไม่มีระบบวางแผนคีย์เวิร์ดชัดเจน แนะนำให้อ่านแนวทางเลือกคำที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กก่อนที่ Keyword Research สำหรับ SME เพื่อจัดลำดับว่าควรเขียนคำไหนก่อนหลัง แทนการไล่ตามตัวเลข volume เพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
คำ volume 0 เขียนแล้วจะมีคนอ่านไหม+
ขึ้นกับที่มาของคำ ถ้าคำนั้นมาจากคำถามจริงของลูกค้าหรือมีสัญญาณจาก SERP ว่ามีดีมานด์ ก็มีโอกาสมีคนอ่าน แต่ถ้าไม่มีสัญญาณอะไรเลยก็ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนเขียนเป็นบทความเดี่ยว
ทำไมคำเดียวกันแต่สะกดต่างกัน volume ต่างกันมาก+
เพราะเครื่องมือเก็บข้อมูล volume แยกตามการสะกดตัวอักษรที่ปรากฏจริง คำไทยหลายคำสะกดได้มากกว่าหนึ่งแบบ หรือมีคำทับศัพท์คู่กัน ทำให้ volume กระจายไปตามแต่ละรูปแบบการสะกด
ควรเขียนบทความคำ volume 0 กี่บทความต่อเดือน+
ไม่มีเกณฑ์ตายตัว ควรเน้นคุณภาพของสัญญาณที่บอกว่าคำนั้นมีดีมานด์จริงมากกว่าจำนวนบทความ และควรทำควบคู่กับการเขียนคำที่มี volume ชัดเจนอยู่แล้วด้วย
ถ้าเขียนคำ volume 0 แล้วไม่มีทราฟฟิกเลย ควรทำอย่างไร+
ลองทบทวนว่าคำนั้นมีสัญญาณดีมานด์จริงตั้งแต่แรกหรือไม่ ถ้าเขียนไปแล้วไม่มีทราฟฟิกต่อเนื่อง อาจพิจารณารวมเนื้อหาเข้ากับบทความอื่นที่เกี่ยวข้องแทนการปล่อยไว้เป็นบทความเดี่ยว
ควรให้น้ำหนักคำ volume 0 เท่ากับคำที่มี volume ชัดเจนไหม+
ไม่ควรให้น้ำหนักเท่ากัน ควรจัดลำดับความสำคัญให้คำที่มี volume ชัดเจนก่อน แล้วค่อยเจียดเวลาส่วนหนึ่งสำหรับคำ volume 0 ที่ผ่านการตรวจสอบสัญญาณแล้วว่าน่าจะมีดีมานด์จริง
Keyword Search Volume น้อยควรทำไหมถ้าเป็นธุรกิจเล็กที่มีเวลาเขียนจำกัด+
ควรทำถ้าคำนั้นใกล้เคียงกับสินค้าหรือบริการหลักและเป็นคำที่ลูกค้าถามก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะให้ทราฟฟิกที่พร้อมซื้อมากกว่าคำ volume สูงที่ intent กว้างเกินไป ธุรกิจเล็กที่มีเวลาจำกัดควรเลือกคุณภาพของคำมากกว่าจำนวน
สรุป
ตัวเลข search volume 0 ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป โดยเฉพาะกับคีย์เวิร์ดภาษาไทยที่เครื่องมือยังจับข้อมูลได้ไม่สมบูรณ์ การเปิด SERP ดูสภาพจริงและพิจารณาที่มาของคำประกอบ ช่วยตัดสินใจได้แม่นยำกว่าดูตัวเลขเพียงอย่างเดียว อ่านต่อเรื่องการจับคู่คำกับหน้าเว็บที่เหมาะสมได้ที่ บทความ Keyword Mapping คือ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง: หน้ารวมKeyword Research และบทความ วิธีทำ Keyword Research ภาษาไทย: หาคีย์เวิร์ดที่ขายได้จริง ไม่ใช่แค่คำที่มีคนค้นเยอะ และ วิธีหา Keyword คู่แข่งน้อย สำหรับเว็บที่ยังไม่มีอันดับเยอะ
เช็ค search volume คีย์เวิร์ดไทยให้แม่นยำขึ้น
NOAH ดึงข้อมูล search volume จริงผ่าน DataForSEO เพื่อช่วยให้ทีมตัดสินใจเลือกคำเขียนบทความได้อย่างมั่นใจขึ้น
ดูเครื่องมือ Keyword Research