เครื่องมือ

Google Keyword Planner vs Ahrefs: ทำไมตัวเลข search volume ไม่ตรงกัน

เทียบที่มาของข้อมูล search volume ระหว่าง Google Keyword Planner กับ Ahrefs ว่าเก็บข้อมูลต่างกันอย่างไร และควรเชื่อตัวไหนตอนตัดสินใจเขียนบทความ

ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 14 นาที

เช็กลิสต์แผนงานบนคลิปบอร์ด

สรุปสั้น

  • Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือของ Google Ads ที่ให้ตัวเลข search volume จากข้อมูลการค้นหาจริง แต่ปัดเป็นช่วงกว้างถ้าบัญชีไม่ได้ยิงโฆษณาอยู่
  • Ahrefs ประเมิน search volume จากข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ (clickstream) ที่บริษัทเก็บและประมวลผลเอง ซึ่งเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตรงจาก Google
  • สำหรับตลาดไทย ตัวเลขจาก Ahrefs อาจต่ำกว่าความจริงมากกว่าตลาดที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะขนาดกลุ่มตัวอย่างที่เก็บได้เล็กกว่า
  • วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเทียบตัวเลขจากทั้งสองแหล่ง ถ้าต่างกันมากให้เชื่อ Keyword Planner มากกว่า เพราะเป็นข้อมูลตรงจาก Google
  • Keyword Planner ออกแบบมาเพื่อคนที่จะยิงโฆษณา ไม่ได้ออกแบบมาเพื่องาน SEO โดยเฉพาะ จึงมีข้อจำกัดเรื่องความละเอียดของตัวเลข

หลายคนเปิดสองเครื่องมือมาเทียบคีย์เวิร์ดเดียวกันแล้วงงว่าทำไมตัวเลข search volume ต่างกันเป็นเท่าตัว บทความนี้อธิบายว่าความต่างนี้เกิดจากอะไร วิธีอ่านตัวเลขให้ถูกต้อง และควรใช้ตัวเลขไหนเป็นหลักตอนตัดสินใจว่าจะเขียนบทความเรื่องอะไร

Google Keyword Planner กับ Ahrefs ต่างกันตรงไหน

Google Keyword Planner กับ Ahrefs ต่างกันตรงไหน

Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือในระบบ Google Ads ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ลงโฆษณาประเมินงบและวางแผนแคมเปญ ตัวเลข search volume จึงมาจากข้อมูลการค้นหาจริงของ Google แต่ถูกปัดเป็นช่วงกว้างถ้าบัญชีไม่ได้ใช้จ่ายโฆษณาอยู่ ส่วน Ahrefs เป็นเครื่องมือของบริษัทเอกชนที่ประเมิน search volume จากข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ (clickstream) ที่เก็บมาจากหลายแหล่ง แล้วนำมาประมวลผลเป็นตัวเลขโดยประมาณ ไม่ใช่ข้อมูลตรงจาก Google

จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือทั้งสองเครื่องมือไม่ได้ผิดหรือถูก แต่เป็นการวัดจากคนละแหล่งข้อมูล Keyword Planner ใกล้ความจริงที่สุดในแง่ที่มาจาก Google เอง แต่ความละเอียดต่ำกว่าถ้าไม่ได้ยิงโฆษณา ส่วน Ahrefs ให้ตัวเลขที่ละเอียดกว่าและใช้งานง่ายกว่า แต่เป็นค่าประมาณที่อาจคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะในตลาดที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

คำว่า clickstream หมายถึงข้อมูลพฤติกรรมการท่องเว็บที่รวบรวมมาจากผู้ใช้กลุ่มหนึ่งที่ยินยอมให้เก็บข้อมูล เช่น ผ่านส่วนขยายเบราว์เซอร์หรือแอปพันธมิตร แล้วนำมาประมาณการพฤติกรรมของผู้ใช้ทั้งหมดในภาพรวม วิธีนี้ทำให้ได้ตัวเลขที่ละเอียดกว่าการรอข้อมูลจากแคมเปญโฆษณา แต่ก็มีความคลาดเคลื่อนติดมาด้วยเสมอ เพราะเป็นการประมาณจากกลุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลสำมะโนทั้งหมด

เช็กลิสต์แผนงานบนคลิปบอร์ด

ทำไมตัวเลขคีย์เวิร์ดไทยมักคลาดเคลื่อนมากกว่าปกติ

เครื่องมือที่ประเมินจากข้อมูล clickstream ต้องมีกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้ที่มากพอถึงจะประมาณตัวเลขได้แม่น ตลาดที่ใช้ภาษาอังกฤษมีกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่มาก แต่ตลาดไทยมีขนาดเล็กกว่ามาก ทำให้ตัวเลขที่ได้จากเครื่องมือประเภทนี้มักต่ำกว่าความจริง และคีย์เวิร์ดหางยาวภาษาไทยจำนวนมากอาจแสดงผลเป็นศูนย์ทั้งที่มีคนค้นหาจริงทุกวัน อ่านเพิ่มเติมที่ Search Volume คือ และ Zero Search Volume Keyword

อย่าตัดคีย์เวิร์ดทิ้งเพียงเพราะเห็นเลขต่ำ

ก่อนตัดคีย์เวิร์ดภาษาไทยที่เครื่องมือแบบ Ahrefs รายงานว่า volume ต่ำหรือเป็นศูนย์ ให้ตรวจซ้ำใน Google Keyword Planner และดูว่า Google autocomplete แนะนำคำนั้นหรือไม่ ถ้ามี แปลว่ามีคนพิมพ์คำนั้นจริง

ตารางเทียบที่มาของข้อมูล

ประเด็นGoogle Keyword PlannerAhrefs
ที่มาของข้อมูลข้อมูลการค้นหาจริงของ Googleประเมินจากข้อมูล clickstream ที่บริษัทเก็บเอง
ออกแบบมาเพื่อผู้ลงโฆษณา Google Adsงานวิจัยตลาดและ SEO โดยเฉพาะ
ความละเอียดของตัวเลขปัดเป็นช่วงกว้างถ้าไม่ได้ยิงโฆษณาแสดงเป็นตัวเลขเดี่ยวโดยประมาณ
ความแม่นยำในตลาดไทยใกล้ความจริงที่สุดเพราะมาจาก Google ตรงอาจต่ำกว่าความจริงเพราะกลุ่มตัวอย่างเล็ก
การเข้าถึงฟรี ต้องมีบัญชี Google Adsต้องสมัครใช้งานตามแพ็กเกจของ Ahrefs
Google Keyword Planner เทียบกับ Ahrefs สำหรับข้อมูล search volume

วิธีอ่านตัวเลขให้ถูกต้อง

ขั้นตอนตรวจสอบ search volume ก่อนตัดสินใจทำคอนเทนต์

  1. 1

    ตรวจ volume จากอย่างน้อยสองแหล่งเสมอ

    อย่าตัดสินใจจากตัวเลขเดียว ให้เปิดทั้ง Keyword Planner และเครื่องมือประเภท Ahrefs มาเทียบกันก่อน

  2. 2

    เทียบว่าตัวเลขจากสองแหล่งต่างกันมากแค่ไหน

    ถ้าตัวเลขจากสองแหล่งต่างกันเกินสามเท่า ให้เชื่อ Keyword Planner มากกว่า เพราะเป็นข้อมูลตรงจาก Google

  3. 3

    ใช้ Ahrefs เพื่อดูเทรนด์เปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวเลขสัมบูรณ์

    ใช้เครื่องมือลักษณะนี้เพื่อดูว่าคีย์เวิร์ดไหนมีแนวโน้มมากกว่าคีย์เวิร์ดอื่นในกลุ่มเดียวกัน แทนที่จะยึดตัวเลขที่แสดงเป็นค่าจริง

  4. 4

    ดึงตัวเลขละเอียดจาก Keyword Planner ด้วยบัญชีที่ active

    ถ้าต้องการตัวเลขละเอียดจาก Keyword Planner ให้เปิดแคมเปญเล็ก ๆ ไว้เพื่อให้บัญชีมีสถานะ active หรือใช้ผู้ให้บริการที่ดึงข้อมูลผ่าน Keyword Planner API ให้อัตโนมัติ

อ่านวิธีใช้ Google Keyword Planner แบบละเอียดได้ที่ Google Keyword Planner และวิธีเทียบกับข้อมูลจริงจากเว็บของคุณเองได้ที่ Google Search Console vs Ahrefs

เช็กลิสต์แผนงานบนคลิปบอร์ด

ตัวอย่างสมมติ: อ่านตัวเลขที่ต่างกันอย่างไรให้ถูกต้อง

สมมติทีมการตลาดของร้านขายเครื่องสำอางออนไลน์ค้นคำว่า ครีมกันแดดหน้าใส แล้วพบว่า Keyword Planner แสดงช่วง 1,000-10,000 ครั้งต่อเดือน ในขณะที่ Ahrefs แสดงตัวเลขเดี่ยวที่ 320 ครั้งต่อเดือน ความต่างนี้ไม่ได้แปลว่าตัวใดตัวหนึ่งผิด แต่สะท้อนวิธีเก็บข้อมูลที่ต่างกัน ทีมจึงตัดสินใจเชื่อว่าคำนี้มีปริมาณการค้นหาอยู่ในช่วงกลางถึงสูงตามที่ Keyword Planner ระบุ เพราะเป็นข้อมูลตรงจาก Google และใช้ตัวเลขจาก Ahrefs เพื่อเปรียบเทียบกับคำใกล้เคียงอื่นแทน

ตัวอย่างนี้เป็นการจำลองเพื่ออธิบายวิธีอ่านตัวเลข ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลจริงของคำค้นหาใดคำหนึ่งโดยเฉพาะ ตัวเลขจริงในแต่ละช่วงเวลาย่อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเมื่อดูตัวเลข search volume

  • เชื่อตัวเลขจากเครื่องมือเดียวโดยไม่เทียบกับแหล่งอื่น
  • ตัดคีย์เวิร์ดภาษาไทยทิ้งเพราะเห็นตัวเลขต่ำ ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครื่องมือ ไม่ใช่ความต้องการค้นหาจริง
  • ใช้ตัวเลขจาก Keyword Planner ที่เป็นช่วงกว้างมาคำนวณทราฟฟิกที่คาดว่าจะได้อย่างเจาะจงเกินไป
  • ไม่แยกว่าตัวเลขนั้นมาจากเดสก์ท็อปหรือมือถือ ทั้งที่พฤติกรรมการค้นหาสองแบบต่างกันมากในบางหมวดสินค้า
  • เปรียบเทียบตัวเลขจากสองเครื่องมือคนละช่วงเวลากัน ทำให้ความต่างที่เห็นมาจากฤดูกาลไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ

เช็กลิสต์สรุปก่อนตัดสินใจทำคอนเทนต์

  • ตรวจ search volume จากอย่างน้อยสองแหล่งแล้ว
  • เข้าใจแล้วว่าเลขจากแต่ละแหล่งมาจากวิธีเก็บข้อมูลแบบไหน
  • ไม่ตัดคีย์เวิร์ดไทยทิ้งเพียงเพราะเห็นตัวเลขต่ำโดยไม่ตรวจซ้ำ
  • ใช้ตัวเลขจาก Keyword Planner เป็นฐานหลักเมื่อค่าจากสองแหล่งต่างกันมาก

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลข search volume ตัวไหนแม่นกว่ากัน+

Google Keyword Planner ใกล้ความจริงที่สุดเพราะเป็นข้อมูลตรงจาก Google แต่ความละเอียดต่ำถ้าบัญชีไม่ได้ยิงโฆษณา ส่วน Ahrefs ให้ตัวเลขละเอียดกว่าแต่เป็นค่าประมาณ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเทียบทั้งสองแหล่งแล้วใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวเลขสัมบูรณ์

ทำไม Keyword Planner แสดงตัวเลขเป็นช่วงกว้าง เช่น 1K-10K+

Google จะแสดงตัวเลขแบบละเอียดเมื่อบัญชี Google Ads มีการใช้จ่ายโฆษณาอยู่ ถ้าบัญชีไม่ได้ยิงโฆษณา ระบบจะปัดตัวเลขเป็นช่วงกว้างแทน วิธีแก้คือเปิดแคมเปญเล็ก ๆ ไว้ หรือใช้ผู้ให้บริการที่ดึงข้อมูลผ่าน API

ทำไมคีย์เวิร์ดภาษาไทยใน Ahrefs ขึ้นว่า volume เป็น 0+

เพราะเครื่องมือประเภทนี้ประเมินจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้ที่เก็บได้ ซึ่งในตลาดไทยมีขนาดเล็กกว่าตลาดภาษาอังกฤษมาก คำที่มีคนค้นหาจริงจำนวนหนึ่งจึงอาจไม่เข้าเกณฑ์ที่เครื่องมือจะประมาณตัวเลขได้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้นหาจริง

ควรใช้เครื่องมือไหนเป็นหลักสำหรับทำ SEO ภาษาไทย+

ควรใช้ Google Keyword Planner เป็นฐานหลักเพราะเป็นข้อมูลตรงจาก Google แล้วใช้เครื่องมืออย่าง Ahrefs เสริมเพื่อดูเทรนด์และไอเดียคีย์เวิร์ดเพิ่มเติม ไม่ควรใช้เครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ทำไมไม่ใช้ Ahrefs ตัวเดียวไปเลยเพราะใช้งานง่ายกว่า+

ใช้เป็นเครื่องมือเสริมได้ แต่ไม่ควรใช้ตัวเดียวสำหรับตลาดไทย เพราะตัวเลขอาจต่ำกว่าความจริงมากในบางคำ การใช้ Keyword Planner ควบคู่ช่วยยืนยันว่าคำที่ดูเหมือน volume ต่ำใน Ahrefs อาจมีคนค้นหาจริงมากกว่าที่แสดง

สรุป: เชื่อ Keyword Planner เมื่อค่าต่างกันมาก

Keyword Planner กับ Ahrefs เก็บข้อมูลจากแหล่งที่ต่างกัน และไม่มีตัวไหนถูกต้อง 100% เสมอไป การเทียบทั้งสองแหล่งก่อนตัดสินใจคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด อ่านภาพรวมการทำ Keyword Research เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง: หน้ารวมเครื่องมือทำ SEO และบทความ All in one SEO Tool คืออะไร ต่างจากการต่อเครื่องมือหลายตัวยังไง และ KWFinder รีวิว: เครื่องมือหาคีย์เวิร์ดหางยาวที่เน้นใช้งานง่าย

หา search volume ไทยที่ดึงจาก Keyword Planner โดยตรง

NOAH ดึงข้อมูล search volume จาก Google Keyword Planner ผ่าน DataForSEO และจัดกลุ่มคีย์เวิร์ดให้เป็น keyword bank ต่อโปรเจกต์ให้อัตโนมัติ

สร้างบัญชี

อ่านต่อ

เครื่องมือ

Ahrefs alternatives มีอะไรบ้าง เลือกทางเลือกให้ตรงกับงานที่ต้องใช้จริง

รวมทางเลือกแทน Ahrefs แบ่งตามกลุ่มงาน ทั้งเครื่องมือวิเคราะห์ backlink คู่แข่ง และเครื่องมือฝั่งผลิตเนื้อหา พร้อมจุดที่แต่ละกลุ่มตอบโจทย์ต่างกัน

เครื่องมือ

Ahrefs รีวิว 2026 ฟีเจอร์หลัก วิธีใช้เบื้องต้น และโครงสร้างราคาที่ต้องเข้าใจก่อนสมัคร

รีวิว Ahrefs ครบทุกฟีเจอร์หลัก ตั้งแต่ Site Explorer, Keywords Explorer, Site Audit ไปจนถึงวิธีใช้เบื้องต้น และวิธีที่ Ahrefs คิดราคาตามแผนใช้งาน

เครื่องมือ

Ahrefs vs Semrush เปรียบเทียบฟีเจอร์ทีละจุดก่อนตัดสินใจเลือกใช้ตัวไหน

เทียบ Ahrefs vs Semrush ทีละฟีเจอร์ ตั้งแต่ backlink, keyword research, site audit ไปจนถึงจุดที่แต่ละตัวเน้นพัฒนา เพื่อช่วยเลือกให้ตรงกับงานของทีม