เครื่องมือ SEO ฟรี 2026 — รวม 30 ตัวจริงตั้งแต่หา Keyword ถึงเช็คอันดับ Google
รวมเครื่องมือ SEO ฟรีที่ยังใช้งานได้จริงในปี 2026 แบ่งตามงาน 10 กลุ่ม พร้อมบอกตรง ๆ ว่าฟรีทำอะไรได้และติดข้อจำกัดตรงไหน
ทีม NOAH · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · อัปเดต 2 กันยายน 2569 · อ่าน 16 นาที

สรุปสั้น
- ✓เครื่องมือ SEO ฟรีที่ใช้งานได้จริงในปี 2026 ครอบคลุมงานได้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่หาคีย์เวิร์ดถึงเช็คอันดับ ถ้ารู้จักเลือกให้ตรงกลุ่มงาน
- ✓ของฟรีจาก Google เอง (Search Console, Keyword Planner, PageSpeed Insights, Rich Results Test) แม่นกว่าและควรใช้เป็นฐานก่อนเสมอ ไม่ว่าจะมีงบซื้อเครื่องมือเสียเงินหรือไม่
- ✓ข้อจำกัดของเวอร์ชันฟรีส่วนใหญ่อยู่ที่โครงสร้าง เช่น จำนวนครั้งค้นต่อวัน จำนวนหน้าที่ crawl ได้ หรือประวัติข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่ฟีเจอร์หายไปทั้งหมด
- ✓กลุ่มที่ของฟรีอ่อนที่สุดคือการวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึกและการติดตามอันดับต่อเนื่องรายวัน กลุ่มนี้มักต้องยอมจ่ายเมื่อทีมโตขึ้น
- ✓การเช็ค AI Search ยังไม่มีเครื่องมือฟรีที่วัดผลได้แม่นยำ วิธีที่ทำได้ตอนนี้คือพิมพ์คำถามเข้าไปใน ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity ด้วยมือแล้วสังเกตด้วยตนเอง
ทุกปีจะมีคนถามคำถามเดิม “มีงบน้อย ต้องใช้เครื่องมือ SEO ฟรีตัวไหนบ้าง” คำตอบที่ได้จากบทความส่วนใหญ่มักเป็นรายชื่อยาว ๆ ที่ไม่บอกว่าฟรีจริงแค่ไหนและใช้ทำอะไรได้จริงในแต่ละขั้นตอน บทความนี้รวบรวมเครื่องมือฟรี 30 ตัวที่ยังทำงานได้จริงในปี 2026 จัดตามลำดับงานจริงที่ต้องทำ ไม่ใช่จัดตามความดัง
ก่อนไล่รายชื่อ ต้องเข้าใจกติกาก่อน: “ฟรี” ในบทความนี้หมายถึงมีแผนใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน แต่แทบทุกตัวจะจำกัดด้วยโครงสร้างบางอย่าง เช่น จำนวนครั้งค้นต่อวัน จำนวนหน้าที่ตรวจได้ต่อครั้ง หรือประวัติข้อมูลย้อนหลังที่เก็บได้ ไม่ใช่ว่าฟีเจอร์หลักหายไปทั้งหมด อ่านข้อจำกัดของแต่ละตัวให้ครบก่อนวางแผนงาน
เครื่องมือ SEO ฟรีพอใช้ทำงานจริงได้แค่ไหน
เครื่องมือ SEO ฟรีใช้ทำ SEO ได้จริงไหม
ได้ สำหรับเว็บขนาดเล็กถึงกลางที่ไม่เกิน 1-2 เว็บ ของฟรีจาก Google อย่าง Search Console, Keyword Planner และ PageSpeed Insights ครอบคลุมงานหลักได้เกินครึ่ง ส่วนที่ของฟรียังอ่อนคือการวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึกและการติดตามอันดับต่อเนื่องรายวันหลายคีย์เวิร์ด ซึ่งมักต้องอาศัยเครื่องมือเสียเงินเมื่อทีมโตขึ้นหรือดูแลหลายเว็บพร้อมกัน
ก่อนเริ่ม แนะนำให้อ่าน เครื่องมือ SEO ที่ทีมไทยควรใช้ปี 2026 เพื่อเข้าใจภาพรวมทั้ง 6 กลุ่มงานก่อน แล้วค่อยกลับมาเลือกเครื่องมือฟรีในแต่ละกลุ่มจากรายชื่อด้านล่าง

1. หา Keyword ฟรี
จุดเริ่มต้นของทุกงาน SEO คือรู้ว่าคนค้นหาคำว่าอะไร เครื่องมือกลุ่มนี้ให้ตัวเลข search volume หรือคำแนะนำที่คนพิมพ์จริง
- Google Keyword Planner — ข้อมูล search volume ตรงจาก Google เอง แม่นที่สุดสำหรับตลาดไทย แต่ถ้าบัญชีไม่มีแคมเปญโฆษณาที่ใช้งานอยู่ ตัวเลขจะแสดงเป็นช่วงกว้างแทนตัวเลขละเอียด
- Google Trends — ดูทิศทางความนิยมของคำค้นหาตามช่วงเวลาและเทียบระหว่างคำได้ฟรีไม่จำกัด แต่ไม่บอกตัวเลข volume แบบสัมบูรณ์
- Google Search Console — ดูคำค้นหาจริงที่พาคนเข้าเว็บของคุณเองผ่านรายงาน Performance ฟรีไม่จำกัด แต่จำกัดเฉพาะเว็บที่ยืนยันสิทธิ์แล้วเท่านั้น
- AnswerThePublic — รวมคำถามและคำค้นหาที่ต่อท้ายคีย์เวิร์ดหลักเป็นแผนภาพ เวอร์ชันฟรีจำกัดจำนวนครั้งค้นต่อวัน
- Keywordtool.io — ดึงคำแนะนำจาก autocomplete ของ Google เวอร์ชันฟรีเห็นรายการคำแต่ไม่โชว์ตัวเลข volume
- AlsoAsked — รวมคำถามจากส่วน People Also Ask เป็นแผนผัง เวอร์ชันฟรีจำกัดจำนวนการค้นต่อวัน
- Ubersuggest — ดู volume คร่าว ๆ และไอเดียคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง เวอร์ชันฟรีจำกัดจำนวนครั้งค้นต่อวัน
ตัวเลขไทยมักต่ำกว่าจริง
เครื่องมือต่างประเทศประเมิน volume ภาษาไทยจากกลุ่มตัวอย่างที่เล็กกว่าตลาดอังกฤษมาก อ่านเพิ่มเรื่องการอ่านตัวเลขให้ถูกได้ที่ Search Volume คืออะไร และวิธีเช็คแบบละเอียดที่ Google Keyword Planner ใช้อย่างไร
2. วิเคราะห์คู่แข่งและหา Content Gap ฟรี
กลุ่มนี้คืองานที่ของฟรีอ่อนที่สุด เพราะข้อมูลอันดับและ backlink ของคู่แข่งเป็นข้อมูลที่ต้องเก็บสะสมและมีต้นทุนสูง เครื่องมือฟรีจึงทำได้แค่ภาพรวม
- SimilarWeb (เวอร์ชันฟรีบนเว็บ) — ดูภาพรวมปริมาณ traffic โดยประมาณและช่องทางหลักของเว็บคู่แข่ง เวอร์ชันฟรีให้ข้อมูลแบบคร่าว ไม่ลงรายละเอียดระดับหน้า
- SEO Minion (extension บน Chrome) — ตรวจ on-page ของหน้าคู่แข่งอย่างรวดเร็ว เช่น heading, alt text, ลิงก์ ระหว่างเปิดดูหน้าจริง
- Ubersuggest (โหมดวิเคราะห์โดเมน) — ดูคีย์เวิร์ดเด่นของคู่แข่งได้จำนวนจำกัดต่อวันในเวอร์ชันฟรี
- การลอกหัวข้อ H2 ด้วยมือ — เปิดหน้าอันดับ 1-5 ของคีย์เวิร์ดเป้าหมายแล้วจดหัวข้อมาทำตารางเทียบ เป็นวิธีฟรี 100% ที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับ content gap อ่านขั้นตอนละเอียดได้ที่ วิเคราะห์คู่แข่ง SEO แบบหาช่องว่างเนื้อหา
3. เขียนและปรับเนื้อหาให้ดีขึ้น ฟรี
- ChatGPT (แผนฟรี) — ช่วยระดมหัวข้อ ร่างโครง หรือสรุปประเด็นก่อนลงมือเขียนเอง ควรตรวจข้อเท็จจริงทุกครั้งก่อนเผยแพร่
- Hemingway Editor — ตรวจความอ่านง่ายของประโยคภาษาอังกฤษ ใช้ได้ฟรีไม่จำกัดผ่านเว็บ แต่ไม่รองรับภาษาไทย
- Grammarly (แผนฟรี) — ตรวจไวยากรณ์และตัวสะกดภาษาอังกฤษพื้นฐาน เหมาะกับบทความหรือ meta ที่ต้องมีคำอังกฤษปน
- Google Search Console (รายงาน Queries) — ใช้ดูว่าบทความเก่าเรื่องไหนคำค้นหาเปลี่ยนไป ควรกลับไปอัปเดต อ่านแนวทางที่ Content Refresh คืออะไร
ถ้าต้องเขียนจำนวนมากต่อเดือน ขั้นตอนนี้มักกลายเป็นคอขวด อ่านมุมมองที่ครบกว่านี้ได้ที่ AI เขียนบทความ SEO ทำได้จริงแค่ไหน

4. ตรวจ On-page ฟรี
- Yoast SEO (เวอร์ชันฟรีสำหรับ WordPress) — เช็ค title, meta description, ความยาวคำ และสร้าง sitemap พื้นฐาน เวอร์ชันฟรีไม่มีการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดรองหรือ internal link suggestion
- Rank Math (เวอร์ชันฟรีสำหรับ WordPress) — คล้าย Yoast แต่รวม schema พื้นฐานและเชื่อม Search Console ได้ในแผนฟรี
- MozBar (extension) — โชว์คะแนน authority คร่าว ๆ ของหน้าเว็บระหว่างเปิดดู ใช้เป็นตัวเทียบเชิงสัมพัทธ์ ไม่ใช่ตัวเลขสัมบูรณ์
- SEOquake (extension) — โชว์ข้อมูล on-page พื้นฐานของหน้าที่เปิดอยู่ เช่น จำนวนคำ ความหนาแน่นคีย์เวิร์ด ลิงก์ภายใน/ภายนอก
5. ตรวจ Technical และ Crawl เว็บฟรี
- Screaming Frog SEO Spider (เวอร์ชันฟรี) — ไล่ crawl เว็บหาลิงก์เสีย title ซ้ำ และโครงสร้างหน้า เวอร์ชันฟรีจำกัดที่ 500 URL ต่อการ crawl หนึ่งครั้ง
- Google Search Console (รายงาน Pages) — ดูว่าหน้าไหนถูก index หรือไม่ถูก และเหตุผลคร่าว ๆ ฟรีไม่จำกัด
- Google Lighthouse (ใน Chrome DevTools) — ตรวจ SEO พื้นฐาน การเข้าถึง และ performance ของหน้าเดียวได้ฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของกลุ่มนี้ได้ที่ เครื่องมือ Technical SEO และวิธีอ่านผลตรวจสุขภาพเว็บที่ SEO Audit คืออะไร
6. เช็คความเร็วเว็บฟรี
- PageSpeed Insights — ให้คะแนน Core Web Vitals ทั้งข้อมูลจริงจากผู้ใช้และข้อมูลจำลอง ฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- GTmetrix (แผนฟรี) — วิเคราะห์ waterfall การโหลดหน้าเว็บละเอียด แผนฟรีจำกัดจำนวนตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ทดสอบและความถี่การทดสอบซ้ำอัตโนมัติ
- WebPageTest — ทดสอบความเร็วจากหลายตำแหน่งทั่วโลกได้ฟรี เหมาะสำหรับเว็บที่มีลูกค้าหลายประเทศ
รายละเอียดตัวชี้วัดแต่ละตัวอ่านได้ที่ Core Web Vitals คืออะไร หรือดูเอกสารทางการที่ web.dev/articles/vitals

7. สร้างและตรวจ Schema ฟรี
- Google Rich Results Test — ตรวจว่า schema ที่ใส่ไว้มีสิทธิ์ขึ้น rich result บน Google หรือไม่ ฟรีไม่จำกัด
- Schema Markup Validator (validator.schema.org) — ตรวจความถูกต้องของโครงสร้าง JSON-LD ตามมาตรฐาน schema.org โดยตรง
- Rank Math / Yoast (โมดูล schema ในเวอร์ชันฟรี) — สร้าง schema พื้นฐานให้อัตโนมัติสำหรับ WordPress เช่น Article หรือ FAQ
อ่านพื้นฐานที่ Schema Markup คืออะไร และการใช้เครื่องมือสร้าง schema แบบละเอียดที่ Schema Generator
8. เช็คสถานะ Index ฟรี
- Google Search Console (URL Inspection) — เช็คสถานะ index ของแต่ละ URL แบบเจาะจงและขอ index ใหม่ได้ ฟรีไม่จำกัด
- Bing Webmaster Tools — เครื่องมือคู่ขนานของ Bing ให้ข้อมูล crawl และ index ฟรี เหมาะเสริมสำหรับเว็บที่มี traffic จาก Bing และ Copilot
9. เช็คอันดับ Google ฟรี
- Google Search Console (Average Position) — ดูอันดับเฉลี่ยของแต่ละคีย์เวิร์ดในรายงาน Performance ฟรีไม่จำกัด แต่เป็นค่าเฉลี่ยไม่ใช่อันดับ ณ ขณะนั้น
- SEOquake (extension) — โชว์อันดับของหน้าที่เปิดอยู่เทียบกับคีย์เวิร์ดที่พิมพ์ค้นหาด้วยมือ
- Ubersuggest (โหมดติดตามอันดับ) — ติดตามอันดับได้จำนวนคีย์เวิร์ดจำกัดในแผนฟรี
ของฟรีไม่ครอบคลุมการติดตามอันดับรายวัน
ถ้าต้องติดตามอันดับหลายสิบคีย์เวิร์ดทุกวันแบบอัตโนมัติ เครื่องมือฟรีในกลุ่มนี้จะเริ่มไม่พอ NOAH เองก็ยังไม่มีฟีเจอร์ติดตามอันดับรายวัน สิ่งที่ NOAH ช่วยได้คือข้อมูล search volume และ content gap ต้นน้ำ ส่วนงานติดตามอันดับต่อเนื่องต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางแยกไป

10. เช็ค AI Search ฟรี
- ChatGPT (แผนฟรี) — พิมพ์คำถามที่ลูกค้าน่าจะถามแล้วดูว่าแบรนด์หรือเว็บของคุณถูกพูดถึงหรือไม่
- Perplexity (แผนฟรี) — ให้คำตอบพร้อมแหล่งอ้างอิง เหมาะใช้เช็คว่าหน้าเว็บไหนถูกหยิบไปอ้างอิงบ้าง
- Google Search Console (ตัวกรองคำค้นหาที่มี AI Overview) — สังเกตการเปลี่ยนแปลงของ impression บางคีย์เวิร์ดที่อาจเกี่ยวข้องกับ AI Overview แม้ Search Console จะไม่ระบุแยกให้ชัดเจน
การเช็ค AI Search ด้วยมือแบบนี้ยังเป็นวิธีที่แม่นที่สุดในตอนนี้ เพราะยังไม่มีเครื่องมือฟรีตัวไหนวัด AI visibility ได้แบบเป็นระบบ NOAH เองก็ยังไม่มีฟีเจอร์ตรวจ AI visibility เช่นกัน ถ้าสนใจพื้นฐานเรื่องนี้อ่านต่อได้ที่ AI Visibility คืออะไร
| กลุ่มงาน | เครื่องมือฟรีเด่น | ข้อจำกัดหลัก |
|---|---|---|
| หา Keyword | Google Keyword Planner, Google Trends | ตัวเลขเป็นช่วงถ้าบัญชีไม่มีแคมเปญ active |
| วิเคราะห์คู่แข่ง | SimilarWeb, Ubersuggest | ข้อมูลคร่าว ไม่ลงรายละเอียดระดับหน้า |
| ผลิตเนื้อหา | ChatGPT แผนฟรี, Grammarly แผนฟรี | ต้องตรวจข้อเท็จจริงเองเสมอ |
| On-page | Yoast, Rank Math เวอร์ชันฟรี | ไม่มี internal link suggestion อัตโนมัติ |
| Technical / Crawl | Screaming Frog เวอร์ชันฟรี | จำกัด 500 URL ต่อการ crawl |
| ความเร็วเว็บ | PageSpeed Insights, GTmetrix แผนฟรี | จำกัดความถี่ทดสอบซ้ำอัตโนมัติ |
| Schema | Rich Results Test, Schema Validator | ต้องใส่โค้ดเองถ้าไม่ใช้ WordPress plugin |
| Index status | Search Console, Bing Webmaster Tools | ตรวจได้ทีละ URL ไม่รองรับการยิงเป็นชุดใหญ่ |
| เช็คอันดับ | Search Console Average Position | เป็นค่าเฉลี่ย ไม่ใช่อันดับติดตามรายวัน |
| AI Search | ChatGPT, Perplexity แผนฟรี | ต้องเช็คด้วยมือ ยังไม่มีระบบวัดอัตโนมัติที่แม่นยำ |
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยตอนใช้เครื่องมือฟรี
- ใช้เครื่องมือฟรีหลายตัวที่ทำงานกลุ่มเดียวกัน แทนที่จะกระจายให้ครบทุกกลุ่มงาน
- เชื่อตัวเลข volume จากเครื่องมือต่างประเทศตัวเดียวโดยไม่เทียบกับ Google Keyword Planner
- ลืมว่าแผนฟรีมักรีเซ็ตโควตารายวัน ทำให้เสียเวลาถ้าไม่วางแผนลำดับงานก่อนเปิดใช้
- ไม่เคยเปิด Google Search Console เลย ทั้งที่เป็นเครื่องมือฟรีที่ให้ข้อมูลแม่นที่สุดของเว็บตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องมือ SEO ฟรีพอสำหรับเว็บธุรกิจขนาดเล็กไหม+
พอสำหรับเว็บเดียวที่ผลิตเนื้อหาไม่เกิน 5-8 บทความต่อเดือน ของฟรีจาก Google ครอบคลุมงานหลักได้เกินครึ่งแล้ว ส่วนที่จะเริ่มขาดคือการวิเคราะห์คู่แข่งเชิงลึกเมื่อแข่งกับเว็บที่แข็งแรงกว่า
เครื่องมือฟรีตัวไหนควรเปิดใช้เป็นอันดับแรก+
Google Search Console และ Google Keyword Planner ควรเปิดก่อนตัวอื่นทั้งหมด เพราะเป็นข้อมูลจาก Google ตรง ๆ และไม่มีวันหมดอายุใช้งาน ตัวอื่นค่อยเสริมทีหลังตามงานที่ขาด
ทำไมตัวเลข search volume จากแต่ละเครื่องมือฟรีไม่ตรงกัน+
เพราะแหล่งข้อมูลต่างกัน Keyword Planner ใช้ข้อมูลค้นหาจริงของ Google ส่วนเครื่องมือของบริษัทอื่นประมาณจากกลุ่มตัวอย่างที่ตัวเองเก็บได้ ให้ใช้ Keyword Planner เป็นตัวตัดสินหลักเสมอเมื่อตัวเลขต่างกันมาก
จำเป็นต้องซื้อเครื่องมือเสียเงินเมื่อไหร่+
เมื่อต้องดูแลหลายเว็บพร้อมกัน ต้องติดตามอันดับหลายสิบคีย์เวิร์ดต่อเนื่องรายวัน หรือต้องวิเคราะห์ backlink ของคู่แข่งเชิงลึก งานเหล่านี้เป็นจุดที่เครื่องมือฟรีเริ่มไม่พอ
ใช้เครื่องมือฟรีจากหลายบริษัทพร้อมกันได้ไหม+
ได้และแนะนำให้ทำ เพราะแต่ละตัวเก่งคนละกลุ่มงาน สิ่งที่ควรระวังคือการสลับหน้าจอไปมามากเกินไปจนงานช้าลง ให้จัดลำดับงานเป็นขั้นตอนตายตัวก่อนเปิดเครื่องมือแต่ละตัว
สรุป: ของฟรีพอเริ่มได้ แต่ต้องเลือกให้ครบกลุ่มงาน
เครื่องมือฟรีทั้ง 30 ตัวนี้ครอบคลุมงาน SEO ได้เกือบทั้งกระบวนการ สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ไม่ใช่จำนวนเครื่องมือที่มี แต่คือการเลือกให้ครบทุกกลุ่มงานและใช้ให้ตรงจุด ถ้าอยากดูภาพรวมเครื่องมือทั้งฟรีและเสียเงินในที่เดียวเพื่อวางแผนงบ อ่านต่อได้ที่ เครื่องมือ SEO
อยากรวมงานหลายเครื่องมือไว้ที่เดียว
NOAH ช่วยด้าน keyword research, content gap, การเขียนบทความด้วย AI และการส่งขึ้น WordPress อัตโนมัติในบัญชีเดียว เหมาะเมื่อเครื่องมือฟรีเริ่มไม่พอกับปริมาณงาน
ดูเครื่องมือ SEO ทั้งหมด